Home Work & Living Living เปิดประตูธุรกิจสู่ภาคอีสาน ดัน BCG Model สู่จังหวัด “ขอนแก่น”

เปิดประตูธุรกิจสู่ภาคอีสาน ดัน BCG Model สู่จังหวัด “ขอนแก่น”

“อีสาน” ดินแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้ง 20 จังหวัด ที่ต่างก็มีเสน่ห์แตกต่างกันไป บ้างก็มีเสน่ห์ตรงธรรมชาติที่สวยงาม บ้างก็มีเสน่ห์ทางด้านวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ บ้างก็มีเสน่ห์ในทางศิลปวัฒนธรรม และเศรษฐกิจ

“จังหวัดขอนแก่น” ถือเป็นจังหวัดที่เป็นศูนย์กลางการคมนาคมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เชื่อมต่อระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียนในเขตภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ GMS โดยขอนแก่นกำลังเดินหน้าเป็นผู้นำด้าน BCG (Bio, Circular, Green Economy) ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญต่ออนาคตของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย ซึ่งขอนแก่นจัดเป็นต้นแบบแห่งเมืองนวัตกรรมสร้างสรรค์ โดยมีความพร้อมทั้งทางเศรษฐกิจ การคมนาคม ทรัพยากรมนุษย์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงได้รับการรับรองว่าเป็นเมือง MICE City และ Smart City พร้อมยกระดับสู่อุตสาหกรรม BCG ของไทยและเอเชียได้ในอนาคต

ซึ่งภาคเอกชนนำโดย Khon Kaen Innovation Centre (KKIC) และกลุ่มมิตรผล ร่วมกับ 50 เครือข่ายพันธมิตร ภาครัฐและภาคเอกชน ธุรกิจ ซึ่งเป็นที่มาของการจัดงาน “Isan BCG Expo 2022” งานมหกรรมนวัตกรรมยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอีสาน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ได้รวบรวมผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ ที่ขับเคลื่อนธุรกิจด้วย BCG Model มาจัดแสดงสินค้านวัตกรรมและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน เพื่อดันธุรกิจสู่ BCG Model สู่จังหวัด “ขอนแก่น”

“ขอนแก่น” เมืองแห่งศักยภาพ Smart City 

ขอนแก่นมีความพร้อมและมีศักยภาพในทุกด้าน เช่น ขอนแก่นเป็น 1 ใน 7 จังหวัดของประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น Smart City ในชุดแรก และเป็น 1 ใน 5 จังหวัด ที่ได้รับการเลือกให้เป็น MICE City เมืองแห่งศูนย์กลางบริการทางการแพทย์ที่เป็นเลิศ ศูนย์กลางการคมนาคมและขนส่ง ศูนย์กลางการศึกษา

ภาคอีสาน 20 จังหวัด มีรายได้มาจากภาคบริการ 60% ภาคอุตสาหกรรม 30% และภาคการเกษตรเพียง 10% แต่ในทางกลับกันอีสานมีพื้นที่การเกษตรและมีประชากรที่อยู่ในภาคการเกษตรมากที่สุดในประเทศไทย ดังนั้น ทำอย่างไรให้คนหมู่มากมีรายได้มากขึ้น โดยใช้พื้นที่การเกษตรสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ซึ่งในวันนี้ขอนแก่นต้องวางแผนขอนแก่น 2030 โดยมีกลุ่มเอกชนเป็นผู้ริเริ่มเดินหน้า BCG Model และขอกำลังสนับสนุนจากภาครัฐ รวมถึงสร้างชุดความคิดและคนที่อยากร่วมกันทำอย่างต่อเนื่องเป็นขบวนการ สามารถส่งต่อได้และไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมขับเคลื่อนด้วยเครื่องมือและทรัพยากรใหม่ ๆ เพิ่มผลผลิต เครื่องมือ และเพิ่มความสามารถของเกษตรกรไทย

ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่นได้กำหนดทิศทางอุตสาหกรรมเพื่อหนุนคนขอนแก่นให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเชื่อว่าภาคการเกษตรเป็นสิ่งที่สามารถเติบโตได้รวดเร็วที่สุด การใช้นโยบาย BCG ในการพัฒนาอุตสาหกรรมขอนแก่น ทั้งในส่วนของอุตสาหกรรมการเกษตร การท่องเที่ยว และบริการ ถือเป็นเปิดโอกาสให้ทุกคนก้าวให้ทันโลกและมีโอกาสเชื่อมโยงตลาดโลกได้ เพราะหลังจากนี้ทั่วโลกจะทำธุรกิจโดยคำนึงถึงเรื่อง ESG (Environment, Social และ Governance) โดยเฉพาะธุรกิจที่มีการส่งออกไปต่างประเทศ

นอกจากนี้ธนาคารต่าง ๆ ยังมีการทำ Green Finance เพื่อให้การสนับสนุนภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมสีเขียวที่ดูแลสิ่งแวดล้อม ดังนั้น การนำ BCG Model มาใช้ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมจึงเป็นจุดแข็งที่จะสร้างขอนแก่นให้เป็นต้นแบบแห่งเมืองนวัตกรรมสร้างสรรค์ในปี 2030

ทิศทาง Energy Technology สู่การเป็น Smart City

เทรนด์พลังงานสะอาดเป็นกระแสที่มาแรงทั่วโลก โดยทุกคนมุ่งหน้าสู่ Green Energy และมีการพูดถึง Energy Sustainability และ Energy Security มากขึ้น บริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด เป็นอีกหนึ่งองค์กรสำคัญที่ใช้ BCG Model ช่วยผลักดันให้เกิดพลังงานสีเขียวให้กับโลก โดยใช้ทั้งด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์ มาช่วยนำไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนให้ประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

สำหรับ Smart City เป็นเทรนด์ของโลกที่โตขึ้นเรื่อย ๆ และถือเป็นส่วนหนึ่งในกรอบของ BCG Model ซึ่งเทรนด์ในอนาคตจะไปทางเกษตรกรรม Building Management โดยมีการนำดิจิทัลแพลตฟอร์มจะเข้ามาช่วยในการดำเนินธุรกิจได้มากขึ้น ซึ่งบ้านปู เน็กซ์ ก็ความภูมิใจที่เป็นบริษัทหนึ่งที่มีส่วนช่วยในการนำประเทศไทยไปสู่ BCG Model มากขึ้น เราอยากช่วยให้ลูกค้าทำธุรกิจได้ดีขึ้น และมีสิ่งแวดล้อมที่ดี พร้อมทั้งช่วยผลักดันให้ประเทศก้าวสู่ Green Energy และ Sustainability ได้มากขึ้น

“ขอนแก่น” ท่องเที่ยวในเชิงสุขภาพ

ปัจจุบันทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมอาหารที่ส่งเสริมทางด้านสุขภาพ ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพและมีชื่อเสียงโดดเด่นทางด้านอาหารมาโดยตลอด โดยหลังจากเกิดสถานการณ์โควิด-19 อาหารเพื่อสุขภาพก็กลายเป็นกระแสนิยมมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้กระแส Wellness Tourism ยังเป็นที่น่าจับตามอง ส่งผลให้อุตสาหกรรม Wellness มีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอาหารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Wellness Tourism คือกลุ่มนักท่องเที่ยวที่รักสุขภาพ โดยเน้นทางศาสตร์การป้องกัน ดังนั้นอาหารจึงเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยอาหารที่อยู่ใน Wellness Industry ควรเป็น Personalized มากขึ้น ซึ่งการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น และวัตถุดิบออร์แกนิก มารังสรรค์เมนูนานาชาติ เป็นไปตามรูปแบบของ BCG Model นอกจากได้ประโยชน์ทางด้านสุขภาพแล้ว ยังส่งผลไปสู่เกษตรกรท้องถิ่น และมีส่วนช่วยในการลดคาร์บอนฟุตพรินท์จากการขนส่งวัตถุดิบอาหารนำเข้าได้

ในส่วนของอุตสาหกรรม Wellness หลาย ๆ ประเทศเริ่มจับตามองกันมาขึ้น โดยเห็นว่าธุรกิจ Food and Wellness เป็นความยั่งยืนอย่างแท้จริง ซึ่ง GDP ของกลุ่ม Wellness ในประเทศไทยมีการเติบโตสูงถึง 9.9% ซึ่งสูงกว่า GDP ของโลกที่วางไว้เพียง 7.3% ดังนั้น ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมของบุคลากรทางด้าน Wellness โดยใช้ BCG Model สร้างอัตลักษณ์ ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นตัวขับเคลื่อน และช่วยกันสร้างประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลาง Wellness ของโลกในอนาคต ซึ่งจะสามารถสร้างมูลค่ามหาศาลให้กับท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน

ความยั่งยืนที่แท้จริงของชุมชน

การอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างมีความสุขทั้งในส่วนของสังคมและสิ่งแวดล้อมภายในชุมขน นอกจากนี้ยังสนับสนุนและผลักดันให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ ด้วยการสร้างความมั่นคงทางอาหาร เพื่อให้ชุมชนยืนได้ด้วยขาตัวเอง โดยใช้ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนหรือเศรษฐกิจพอเพียง การสร้างความสำคัญทั้งในกลุ่มเกษตรกรชาวไร่และชุมชนโดยรอบ การสร้างชุมชนให้ยั่งยืนไม่ใช่การให้ทุกอย่างที่ชุมชนต้องการ แต่เราต้องตามหาความต้องการที่แท้จริงของชุมชน และมีการ Collaboration กับพาร์ทเนอร์ต่าง ๆ เพื่อพัฒนากลุ่มเกษตรกรและชุมชนให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้การบริหารจัดการด้านทรัพยากรธรรมชาติภายในชุมชนยังเป็นสิ่งสำคัญ โดยองค์กรต้องไม่สร้างผลกระทบ มีการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การนำมาใช้ซ้ำเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยปัจจุบันการทำธุรกิจไม่ได้มองในเรื่องของผลกำไร เพื่อตอบโจทย์ผู้ถือหุ้นอีกต่อไป แต่ต้องดำเนินธุรกิจเพื่อตอบโจทย์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยเฉพาะทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน จึงหมายถึงการสร้างสมดุลระหว่าง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาภายในชุมชนอย่างยั่งยืนตามไปด้วย

BCG Model เพิ่มมูลค่าด้วยความคิดสร้างสรรค์

การนำวัสดุธรรมชาติจากท้องถิ่นที่เหลือใช้ไม่มีใครต้องการมาดีไซน์และเล่าเรื่องราวความเป็นอีสาน สามารถนำมาต่อยอดจาก Local สู่ Global สร้างมูลค่ามหาศาล ให้กลุ่มนักออกแบบและชุมชนได้อย่างยั่งยืน โดยกลุ่มธุรกิจนักออกแบบได้เข้าไปปลุกความรู้ความชำนาญของคนในท้องถิ่น แล้วเปลี่ยนทักษะให้กลายเป็นความร่วมสมัย ผสมผสานกับความรู้ทางด้านดีไซน์ของนักออกแบบ บวกกับการนำการตลาดเข้ามาสร้างมูลค่าให้สินค้า รวมถึงสร้างมาตรฐานการผลิตหัตถกรรมขึ้นมาใหม่ เพื่อผลักดันสินค้าไทยไปสู่ตลาดโลก และสร้างรากฐานเศรษฐกิจอันยั่งยืนให้กับชุมชน

นำไปสู่การเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนตามแนวคิด BCG Model ซึ่งเป็นสิ่งที่ตลาดต่างประเทศกำลังให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยประเทศไทยได้ประกาศนโยบายการขับเคลื่อน BCG เพื่อหนุนภาคการเกษตรและกลุ่มธุรกิจสร้างสรรค์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ DITP เป็นอีกหนึ่งหน่วยการที่มีส่วนในการผลักดันและสนับสนุน BCG Model โดยเปิดเผยถึงโครงการ BCG HEROES และภารกิจสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ 1.การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ 2.ส่งเสริมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ และ 3.การขยายช่องทางการตลาด

สรุปคือ Isan BCG Forum 2022 เป็นเวทีที่ช่วยสร้างองค์ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง BCG ได้แบบถึงแก่น โดยกลุ่มผู้ประกอบที่เข้ามาแลกเปลี่ยนแนวคิดในการสร้างธุรกิจ เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้ผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ในภาคอีสาน สามารถนำแนวคิดเหล่านี้ไปปรับใช้ และต่อยอดธุรกิจเติบโตได้ในอนาคต