Home Work & Living Living “ช้อปได้ มีเงินเหลือเก็บ” เทคนิคเก็บเงินง่าย ๆ ถูกใจขาช้อป

“ช้อปได้ มีเงินเหลือเก็บ” เทคนิคเก็บเงินง่าย ๆ ถูกใจขาช้อป

เชื่อว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับยุคปัจจุบันที่ทำให้เก็บเงินอยู่ ส่วนใหญ่จะหมดเงินไปกับการซื้อสินค้าออนไลน์ การเที่ยวคาเฟ่ตามรีวิวต่าง ๆ และการซื้อสินค้าตามกระแสสังคมยุคปัจจุบัน นี่เป็นเหตุผลหลักที่เป็นเหตุทำให้เก็บเงินไม่อยู่ บางคนทำงานมาเป็น 10 ปีเงินเก็บไม่มีเลย กว่าจะรู้ตัวอีกทีอายุก็เข้า 30-35 ไปแล้ว หากอยู่ในวังวนนี้ คุณคือ 1 ใน 95 เปอร์เซ็นต์ของคนไทยที่จะไม่มีเงินพอใช้เมื่อยามเกษียณ แปลว่าถึงอายุ 60 คุณก็จะยังไม่ได้พัก ต้องทำงานต่อเพื่อหารายได้มาใช้จ่าย

ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่คุณต้องเริ่มปฏิวัติการใช้จ่ายและวางแผนเรื่องเงินอย่างจริงจัง วันนี้ Tonkit360 มีเทคนิคการเก็บเงินที่น่าจะตอบโจทย์คนช้อปเก่ง ใช้เงินเก่ง แต่ต้องซื่อสัตย์กับตัวเองมาก ๆ เลย คิดซะว่านี่เป็นชาเลนจ์สนุก ๆ ก็ได้ ถ้าคุณทำได้สิ้นปีคุณอาจเห็นเงินเก็บก้อนโต

ช้อปได้ ห้ามเกินงบ

ในแต่ละเดือนถ้าอดช้อปไม่ได้เลย ในตั้งวงเงินสำหรับช้อปโดยเฉพาะ และมีข้อแม้ว่าห้ามใช้เกินวงเงินที่ตั้งไว้เด็ดขาด เรื่องนี้ต้องอาศัยความซื่อสัตย์ต่อตัวเองขั้นสูงทีเดียว เช่น ตั้งงบช้อป 2,000 บาทต่อเดือน เราก็วางแผนเลยว่าเดือนนี้จะซื้ออะไรบ้าง เพื่อความมีสติและจะได้ไม่ไปเอาเงินส่วนอื่นมาใช้ แต่ถ้าของที่เราอยากได้ ราคาแพงเกินงบ 2,000 บาทที่ตั้งไว้ เราก็ต้องลดการช้อปของอื่น ๆ และทยอยเก็บเงินไปจนครบ แค่นี้เราก็ยังได้ช้อปอย่างสบายใจ และมีเงินแบ่งมาเก็บแน่นอน

แบ่งเงินมาเก็บทุกครั้งที่ช้อป

สมัยนี้ร้านค้าขยันออกโปรโมชันเอาใจนักช้อปตลอด ทำให้เราขาดสติซื้อของที่ไม่จำเป็นบ่อย ๆ ตกเป็นทาสการตลาดแบบไม่รู้ตัว เพียงเพราะไม่อยากพลาดดีลเด็ด ทำให้การเก็บเงินของเราไม่สำเร็จ ดังนั้น ถ้าอยากมีเงินออม เราขอแนะนำเทคนิคง่าย ๆ คือ ทุกครั้งที่ช้อป ให้เราหักเงินไปเก็บเลย 10-20 เปอร์เซ็นต์ เช่น ซื้อเสื้อ 300 บาท ก็หักเงินไปเก็บอย่างน้อย 30 บาท ดูแล้วอาจจะไม่เยอะ แต่เชื่อสิ ช้อปเก่งอย่างเรา ๆ เดือนหนึ่ง ๆ เก็บเงินได้เยอะแน่

ยืมเงินตัวเองแล้วคืนให้ครบ

พอเริ่มมีเงินเก็บประมาณหนึ่ง สายช้อปอย่างเรา ก็อาจใจอ่อนแอบเอาเงินเก็บออกมาช้อปอีก และคอยหาเหตุผลมา สนับสนุนเพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกผิด ไม่เป็นไร พลาดไปแล้ว มีวิธีเอาคืนได้ เวลาเราเผลอเอาเงินเก็บออกมาใช้ ให้คิดไว้เลยว่านี่คือการยืมและต้องใช้คืน ต้องจดว่ายืมวันไหน กี่บาท กำหนดคืนเงินวันไหน และเมื่อถึงกำหนดคืนเงินจริง ๆ ต้องคืนให้ครบด้วยนะ

รอเวลาที่เหมาะสม

ของบางอย่างไม่จำเป็นต้องซื้อทันทีที่อยากได้ ถ้าพอจะยับยั้งใจเก็บเงินเอาไว้ก่อนได้ก็จะดีมาก แล้วลองแบ่งเงินก้อนนั้นไปลงทุนในกองทุนรวมเพื่อต่อยอดให้เงินเพิ่มขึ้นสักหน่อย แล้วค่อยคิดอีกทีว่ายังอยากซื้อของชิ้นนั้นอยู่ไหม ไม่แน่นะ เราอาจจะค้นพบความสุขใหม่ที่ได้เห็นเงินงอกเงยแทนการช้อปปิ้งก็ได้

รู้จักช้อป รู้จักออมกับ “กองทุนรวม”

“กองทุนรวม” คือ การที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) รวบรวมเงินลงทุนจากนักลงทุนแบบเราหลาย ๆ คนมารวมกันให้เป็นเงินลงทุนก้อนใหญ่ แล้วนำไปลงทุนตามนโยบายที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน ซึ่งนักลงทุนจะได้รับจัดสรร “หน่วยลงทุน” เพื่อแสดงสถานะความเป็นเจ้าของในเงินที่ได้ลงทุนไป เมื่อ บลจ. บริหารกองทุนรวมแล้วมีผลตอบแทน ผู้ลงทุนก็จะได้รับส่วนแบ่งผลตอบแทนตามสัดส่วนหน่วยลงทุนที่ถืออยู่ในส่วนของกำไร และอาจจะมีเงินปันผลด้วย ขึ้นอยู่กับนโยบายการลงทุนแต่ละกองทุน

ลงทุนกับกองทุนรวม

กองทุนรวมเป็นทางเลือกการลงทุนที่เหมาะมากสำหรับยุคนี้ เพราะมีโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป ข้อดีของกองทุนรวม คือ

  • มีผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนช่วยบริหารและดูแลการลงทุนให้
  • เงินน้อยก็ลงทุนได้ เริ่มต้นลงทุนขั้นต่ำ 500 บาท
  • มีหลากหลายประเภทกองทุนให้เลือกลงทุน ตามความเสี่ยงที่เรารับได้
  • ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล เพราะสะดวก เปิดบัญชี และซื้อ-ขายกองทุนได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเองผ่าน KMA-Krungsri Mobile App
  • ใครสนใจ ลองเริ่มลงทุนในกองทุนที่มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำดูก่อน ได้แก่ กองทุนรวมตลาดเงิน หรือ กองทุนรวมตราสารหนี้

ขอบคุณข้อมูลจาก : ธนาคารกรุงศรี