โค้ชทีมชาติในอุดมคติ


โค้ชทีมชาติในอุดมคติ

ซิโก้ไป ใครจะมา ,โค้ชต่างชาติหรือโค้ชไทย ,โค้ชเฮงถูกมองเป็นแค่เสือกระดาษ ,นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯจะแก้ปัญหาทีมชาติชุดใหญ่อย่างไร ทั้งหมดที่เอ่ยมา เป็นประเด็นร้อนในวงการฟุตบอลไทย นับจากเมื่อวันศุกร์ที่ 31 มีนาคม 2560 “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ประกาศขอยุติบทบาทผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว

ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา การเปิดให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแบบจริงจังเป็นครั้งแรกนับจากลาออกจากตำแหน่ง ก็ต้องยอมรับครับว่าแต่ละถ้อยคำที่ออกมา ทำให้มีกระแสต่อต้านโค้ชซิโก้ บางคนแซวไปถึงกระทั่งว่านี่คือการถอดหน้ากากโค้ชทีมชาติเลยก็มี ขณะที่ฝั่งของคนรักโค้ชซิโก้ก็ปกป้องอดีตแข้งจอมตีลังกาชนิดขาดใจเช่นกัน พร้อมเรียกร้องให้ “หยุดสัมภาษณ์” ก่อนที่ภาพจะแย่ไปกว่านี้

ส่วนตัวผมแล้ว ไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับข่าวการประกาศลาออกของโค้ชนะครับ เพราะสังเกตจากเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ยังไม่ได้มีการต่อสัญญาฉบับใหม่ รู้สึกว่า ทั้งฝั่งโค้ซซิโก้เอง และฝั่งสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ต้องมีปัญหาอะไรบางอย่างเป็นแน่ และการชิงลาออกก็น่าเรียกคะแนนสงสารได้อีกด้วย

มุมมองจากแฟนฟุตบอลไทยตัวเล็กๆคนหนึ่ง หากมองในแง่ผลงาน นี่คือโค้ชคนไทยที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาตร์ฟุตบอลไทย จุดเด่นคือจิตวิทยา ที่สามารถรวมใจนักฟุตบอลรุ่นน้องให้กลายมาเป็นนักรับคู่กายอย่างที่โค้ชให้สัมภาษณ์ ที่สำคัญ นี่คือโค้ชที่ทำให้ไทยกลับมายืนจุดเดิมได้อีกครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่โค้ชคนดังอย่าง วินฟรีด เชเฟอร์ ทำไม่ได้!

การออกจากตำแหน่งในครั้งนี้ ผมมองว่าบางทีมันก็ถึงเวลาของความเปลี่ยนแปลง จริงอยู่เราไม่ได้มาถึงรอบนี้บ่อยๆ แต่เมื่อมาแล้วมันก็ต้องวัดที่ผลงาน โค้ชซิโก้ อาจจะยังมีจุดที่ต้องปรับกับการทำทีมในระดับเอเชีย ซึ่งผมเชื่อว่าโค้ชได้เรียนรู้อะไรมากมายจาก 7 นัดที่ผ่านมา ว่าของจริงในเวทีเอเชียเป็นอย่างไร

ส่วนโค้ชที่จะมาใหม่ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งโค้ชไทยโค้ชนอกหลายๆคน พาเหรดกันเข้าพบนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยชนิดไม่ซ้ำหน้า ซึ่งหากย้อนคำให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง สเปกของโค้ชใหม่จะต้อง มีโปรไฟล์ดี ทำทีมแล้วไม่อายชาวบ้าน พาทีมไปบอลโลก (ที่สำคัญต้องได้ไฟเขียวจากโค้ชเฮง ของพวกเราด้วย) เรียกได้ว่าเป็นโค้ชทีมชาติในอุดมคติเลยทีเดียว

ซึ่งถ้าจะเอาโปรไฟล์หรูขนานั้น คงต้องรวมร่างโค้ชที่เคยพาทีมเป็นแชมป์โลกอย่าง มาร์เชลโล่ ลิปปี้ ,โยอาคิม เลิฟ หรือ หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ เข้าด้วยกันครับ

หากแต่ในโลกแห่งความจริง แม้โค้ชในอุดมคติจะไม่มีจริง แต่ไม่ว่าใครจะมาเป็นโค้ชทีมชาติคนใหม่ เราในฐานะแฟนบอลไทยก็มีหน้าที่เดียว ก็คือ “เชียร์ต่อไป” เท่านั้นเองครับ