The Killer’s Shopping List ตามล่าฆาตกรจากใบเสร็จร้านของแม่

ภาพจาก Facebook : tvN Drama

ภัยและอันตรายอยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิด แต่เชื่อไหมว่าเราไม่ค่อยตระหนักถึงเท่าไรนัก เราต่างก็ใช้ชีวิตประจำวันกันไปตามปกติ ชีวิต “ธรรมดา ๆ” ผ่านไปวันแล้ววันเล่า แต่แล้วในวันหนึ่ง อาจเกิดเหตุการณ์ร้าย ๆ ขึ้นโดยที่เราไม่รู้ล่วงหน้า ไม่ได้ตั้งตัว และไม่คิดว่ามันจะเปลี่ยนวันธรรมดา ๆ ให้เป็นวันที่สุดแสนจะเลวร้าย ชนิดที่ว่าอาจเปลี่ยนชีวิตคนคนหนึ่งไปตลอดกาลเลยก็ว่าได้

ย่อหน้าข้างต้นไม่ได้ตั้งใจจะให้คอลัมน์วันนี้เป็นคอนเทนต์เตือนภัยอะไรหรอก แต่มันคือพล็อตเรื่องของซีรีส์ที่จะมานำเสนอในวันนี้ ต้องขอยกนิ้วยอดเยี่ยมให้กับเกาหลีอีกแล้วที่ช่างสรรหาทำ เอาเรื่องของภัยอันตรายใกล้ตัว อาชญากรรม ชุมชน และร้านสะดวกซื้อเข้ามาไว้เป็นเรื่องราวเดียวกัน แล้วก็ผูกโยงมันไว้ได่อย่างน่าสนใจ

The Killer’s Shopping List เป็นซีรีส์แนวคอมเมดี้ ระทึกขวัญ ลึกลับ ฆาตกรรม (ดูไม่น่าจับกลุ่มเข้ากันได้) ที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับย่านที่อยู่อาศัยที่เราอยู่ ว่าอันตรายอยู่รอบตัวเรา และเรื่องเลวร้ายอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ฉากหลัก ๆ เป็นร้านสะดวกซื้อที่มีชื่อว่า MS Mart เมื่อหลายปีก่อนเป็นเพียงร้านขายของชำเล็ก ๆ ในชุมชน แต่หลังจากที่เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น ชีวิตของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนก็เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล โดยเฉพาะครอบครัวของเจ้าของร้าน ซึ่งก็คือแม่พระเอก เรื่องราวที่เกิดขึ้นนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ชีวิตขึ้นสูงสุดและกำลังจะลงต่ำสุด

ภาพจาก Facebook : tvN Drama

ทุกคนยังต้องใช้ชีวิตกันต่อไป เมื่อมาถึงช่วงเวลาปัจจุบัน ร้านของชำเล็ก ๆ กลายเป็นซูเปอร์มาร์ทในย่านที่อยู่อาศัย ทว่าลูกชายของเจ้าของร้าน บัดนี้โดนผู้เป็นแม่ตัดหางปล่อยวัดเสียแล้ว เนื่องจากเขาสอบราชการไม่ติด หลังจากที่พยายามมาร่วม 10 ปี มันถึงเวลาที่เขาต้องพอเสียที จากตำแหน่ง “ลูกชายเจ้าของร้าน” ที่แม่ยึดคืนแม้กระทั่งชื่อร้าน (ชื่อมาร์ทเดิมใช้ชื่อลูกชาย) เวลานี้เขาจึงมีสถานะเพียง “ลูกจ้าง” ที่เช่าดาดฟ้าร้าน (จ่ายค่าเช่าให้แม่) เป็นที่หลับนอน ที่สำคัญ ว่าที่พ่อตาก็ไม่ซื้อความไม่เอาไหนของเขา จนต้องเลิกกับแฟนที่คบมานาน 20 ปี

ถึงจะบอกว่าเลิกกัน แต่จริง ๆ ยังเทียวไล้เทียวขื่อกันอยู่ ด้วยความที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ที่สำคัญ แฟนสาวของเขาก็พอจะรู้ว่าที่เขาอยู๋ในสภาพคนขี้แพ้แบบนี้มันเกิดจากอะไร เธอถึงขั้นเลือกที่จะมาเป็นตำรวจ เพราะตั้งใจจะมาคุ้มครองความปลอดภัยในละแวกชุมชน และต้องการจะช่วยเหลือแฟนหนุ่มนั่นเอง

ภาพจาก Facebook : tvN Drama

แต่แล้ววันธรรมดาวันหนึ่งก็ถูกพรากไปย่านที่อยู่อาศัยนี้อีกครั้ง เมื่อชายหนุ่มสุดฉลาด มีความจำเป็นเลิศ แค่เห็นข้อมูลไม่กี่ครั้งก็จำได้ ดันไปพบเข้ากับร่างไร้วิญญาณของคนที่อยู่ในย่านที่อยู่อาศัยนั้น ที่สำคัญคือเป็นลูกค้าที่ร้านของแม่เขาด้วย สิ่งที่อยู่ในที่เกิดเหตุและอาวุธก็เป็นของที่คนร้ายซื้อมาจากร้านของแม่เช่นเดียวกัน จับพลัดจับผลู เขาตกเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัย มาจากการที่เขารู้เรื่องชาวบ้านเยอะเกินไป เขาจึงเริ่มต้นจากเบาะแส “ใบเสร็จ” จากร้านเพื่อหาตัวฆาตกร แต่มันไม่ง่ายขนาดนั้น มีเหยื่อเพิ่ม และพฤติกรรมของลูกจ้างในร้านก็น่าสงสัยขึ้นเรื่อย ๆ

กลายเป็นว่าตัวเขา แฟนสาว และแม่ซึ่งเคยพยายามกีดกันเขาออกจากเรื่องประเภทนี้ ต้องร่วมมือกันหาตัวฆาตกร เพื่อที่ชาวชุมชนจะได้อยู่กันอย่างสงบสุข ไม่ต้องมาคอยระแวงหรือหวาดกลัว ที่สำคัญคือกู้ชื่อเสียง ความเชื่อมั่น ความเชื่อใจในตัวกันและกัน และยอดขายร้านให้กลับมา

ห้าปีในคุกไม่ได้นานขนาดนั้นนะครับ!

แอบตกใจนิดหน่อยที่ฉากที่มีคำพูดออกมา เขาเลือกที่จะให้ตัวละครวัยเด็กของพระเอกเป็นคนพูด คือตัวละครพระเอกในวัยเด็กเนี่ยเป็นเด็กฉลาด ช่างสังเกต และก็กล้าหาญก็จริง แต่การให้ตัวละครเด็กพูดข้อความนี้ออกมา เรามองว่าเขาจงใจให้คนดูรู้สึกจุกในอกตาม คนร้ายถูกจับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายได้ แต่เป็นเรื่องปกติที่เหยื่อจะรู้สึกกลัวไม่หาย ยิ่งเป็นเหยื่อที่เกือบจะโดนฆ่าตายด้วยแล้วเนี่ย เขาไม่สามารถวางใจชีวิตที่อยู่ในคุกของคนร้ายได้หรอก

ภาพจาก Facebook : tvN Drama

ผู้ใหญ่ที่ปลอบเด็กว่าไม่ต้องกลัวนะ คนร้ายถูกจับติดคุกตั้ง 5 ปี กลับโดนเด็กย้อนว่า 5 ปีมันไม่ได้ขนาดนั้นนะครับ! มันแสดงให้เห็นว่าแม้แต่เด็กก็รู้ว่าโลกนี้ไม่ได้ปลอดภัยสำหรับคนทำมาหากินสุจริต ใช้ชีวิตเป็นคนธรรมดาทั่วไปขนาดนั้น พวกเขาตกเป็นเหยื่อทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดไม่พอ นับจากวันที่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรยังต้องใช้ชีวิตอยู่แบบหวาดระแวง ไม่สามารถข่มตานอนหลับสนิทได้สักคืน คืนนี้คนร้ายยังอยู่ในคุก แต่ถ้าคืนพรุ่งนี้คนร้ายพ้นโทษออกมาล่ะ มันจะตามกลับมาแก้แค้นคนที่ส่งมันเข้าคุกไหม

มันเป็นเรื่องที่พูดยากจริง ๆ นะ การให้อภัยคนทำผิดคดีร้ายแรงกลับคืนสู่สังคมเนี่ย เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าคนคนนั้นจะสำนึกผิดจริง ๆ แล้วตั้งใจจะกลับตัวกลับใจเป็นสุจริตชนจริง ๆ หรือแค่ใช้ชีวิตเพื่อรอวันที่ทุกคนเริ่มลืม ระวังตัวกันน้อยลง พอเหยื่อเผลอก็ลงมือก่อเหตุซ้ำ ๆ ซาก ๆ ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ครั้งแรกในการลงมือฆ่าใครสักคนมันอาจจะยาก แต่ถ้าลองได้มีครั้งแรกแล้ว ครั้งต่อ ๆ ไปมันจะง่ายขึ้นเยอะ การติดคุกก็เช่นกัน ถ้าได้ลองติดดูสักครั้งแล้ว ใครล่ะจะกลัวครั้งต่อไป ติดคุกแป๊บ ๆ เดี๋ยวก็ได้ออกมาแล้ว คนธรรมดาคนอื่น ๆ ก็มีหน้าที่ระวังชีวิตตัวเองไปเอาละกัน

ภาพจาก Facebook : tvN Drama

โทษที่คนทำผิดได้รับจริง ๆ มันน้อยกว่าตอนที่ถูกตัดสินโทษเยอะ แค่ให้การที่เป็นประโยชน์ก็ได้รับการลดหย่อนโทษแล้ว ยังไม่รวมอีกสารพัดวิธีที่จะได้มาซึ่งการลดโทษ พอเข้าไปอยู่ในคุกก็แค่พยายามเป็นนักโทษชั้นดี ที่ดูแล้วมีแววว่าจะกลับตัวกลับใจ ไม่นานเดี๋ยวก็มีรายชื่ออยู่ในลิสต์ได้รับพระราชทานอภัยโทษในช่วงวันสำคัญ ๆ ของบ้านเมือง แต่ใครจะหันกลับไปคุ้มครองชีวิตเหยื่อล่ะ ชีวิตที่เคยพังเพราะนักโทษที่กำลังจะพ้นโทษคนนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ถ้าคนร้ายมันยังอาฆาตแค้น แล้วกลับมาแก้แค้นเหยื่อ ใครจะรับผิดชอบ เป็นเหยื่อสุดท้ายก็ต้องโดนล่าอยู่ดีอย่างนั้นหรือ?

ฉันไม่ได้สนเรื่องการปกป้องประชาชนหรือผดุงความยุติธรรมอะไร

ในที่สุดก็ได้รู้เสียทีว่าทำไมพวกตำรวจบางคนถึงได้ทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม ใจเย็นอะไรได้เบอร์นั้น ทั้งที่งานของตัวเองอยู่บนความทุกข์ร้อนของชาวบ้านชาวช่องเขา ตอนดูซีรีส์เรื่องนี้อีพีแรก ๆ ก็แอบสงสัยเหมือนกันว่าทำไมคุณตำรวจที่รับผิดชอบคดีของครอบครัวพระเอกตอนเด็ก ๆ เขาถึงได้ดูมีบุคลิกที่เฉื่อยชา ไม่ได้กระตือรือร้นอะไรเท่าไร ทีแรกคิดว่าเพราะเขาอายุมากแล้วในช่วงเวลาปัจจุบัน แบบว่าความชราเริ่มเป็นอุปสรรคในการทำงาน แต่แววตาของเขาก็ไม่ได้ทำให้หายสงสัยอยู่ดี

ภาพจาก Facebook : tvN Drama

จนมาถึงอีพีที่ 5 ตำรวจคนนี้ก็ทำให้คนดูอย่างเราหายสงสัย เขาเป็นคนเฉลยออกมาจากปากเองเลยว่าเพราะอะไร ซึ่งเขาพูดกับคนร้ายที่รู้จักกันมานานนมว่า “รู้อะไรไหม ฉันสอบเป็นข้าราชการ จะได้เป็นตำรวจที่มีงานมั่นคง ฉันไม่ได้สนเรื่องการปกป้องประชาชนหรือผดุงความยุติธรรมอะไร”

โอ้โห! ถึงบางอ้อเลยแม่ ก็ว่าอยู่ว่าชีวิตของพระเอกกับครอบครัวมันไปผิดพลาดที่ตรงไหน ทำไมครอบครัวที่ลากอาชญากรคนหนึ่งเข้าคุก ถึงได้มีสภาพแบบนี้ในปัจจุบัน แอบสปอยล์สั้น ๆ ก็คือ คนร้ายที่ตามรังควาญชีวิตของครอบครัวพระเอกอยู่เนี่ย จริง ๆ ต้องโดนตำรวจคนนี้ลากไปเข้าคุก (อีกครั้ง) ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนแล้ว แต่เขากลับปล่อยให้คนร้ายหนีไป แล้วทิ้งให้ครอบครัวของพระเอกคาใจเรื่องราวในคืนนั้นตลอดมา เรื่องราวนั้นทำลายชีวิตพระเอกและครอบครัวไปมากกว่าครึ่ง ต้นเหตุมาจาก “ตำรวจของประชาชน” นี่เอง

ภาพจาก Facebook : tvN Drama

พระเอกยังเป็นคนไม่มีงานทำทั้งที่อายุใกล้จะ 40 อยู่รอมร่อ เป็นผลมาจากเรื่องในคืนนั้นทั้งสิ้น เขาเฝ้าแต่แอบโทษตัวเองในใจว่าไอ้ความฉลาดและความช่างสังเกตของเขามันดันนำมาซึ่งเรื่องร้ายแรงเกินตัว ทำให้แม่ต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดกลัว ซึ่งพระเอกในตอนนั้นเป็นแค่เด็กมัธยมอายุ 15-16 เท่านั้นเอง เหตุการณ์ในคืนนั้นทำให้เสียศูนย์ไปเลย กลายเป็นว่าปัจจุบันเขาเป็นเหมือนพวก loser เป็นแค่ไอ้คนขี้แพ้ ทั้งที่ฉลาดขนาดนั้นแต่สอบข้าราชการมาเป็นสิบหนก็ยังไม่ผ่าน ทั้งหมดมันมาจากตำรวจที่ไม่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีแค่คนเดียว

ในชีวิตจริงก็ไม่มีอะไรมารับประกันหรอกว่าเราจะไม่เจอตำรวจประเภทนี้เหมือนกัน วงการสีกากีบ้านเราก็น้อยหน้าวงการราชการอื่น ๆ ซะที่ไหน อย่างที่เราเห็นนั่นแหละว่าท็อปฟอร์มอยู่ช่วงหนึ่งเลย ตำรวจน้ำดีที่ทำเพื่อประชาชนจริง ๆ มันก็มีแหละ แต่มีแค่ไหนกันไม่อาจรู้ได้ เพราะชีวิตเราดันเจอแต่พวกที่ทำงานหวานเย็นเหลือเกิน แจ้งความไว้คดีไม่เคยคืบหน้าถ้าไม่ตาม ท้ายที่สุดก็เกิดเรื่องไม่ดีตามมาอีก ถ้าคนที่มาเป็นตำรวจคิดแค่ว่ามันเป็นอาชีพที่มั่นคง แต่จริง ๆ ไม่ได้สำนึกในหน้าที่ของตัวเองขนาดนั้น ประชาชนจะเชื่อใจให้ตำรวจช่วยดูแลคุณภาพชีวิตได้อย่างไร

แค่เพราะผู้ชายแต่งตัวข้ามเพศ จะทำกับเขาเหมือนเป็นฆาตกรโรคจิตไม่ได้นะ

นี่เป็นอีกประเด็นที่ชอบมากในซีรีส์เรื่องนี้ ซีรีส์เกาหลีเรื่องใหม่ ๆ มักจะนำประเด็นของ LGBT มานำเสนอในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ทั้งที่สังคมจริง ๆ ของที่นั่นยังไม่ได้เปิดรับเรื่องนี้เท่าที่ควร คนกลุ่ม LGBT จำเป็นต้องปกปิดตัวตนเพราะกลัวว่าถ้าสังคมรู้เข้า พวกเขาจะโดนรังเกียจ โดนประณามด่าว่า โดนทำร้าย ถูกตราหน้าว่าเป็นตัวประหลาด จิตใจผิดปกติถึงได้เบี่ยงเบน ซึ่งมันไม่ได้เกินจริงเลยในสังคมเกาหลีใต้ เอาเข้าจริงขนาดบ้านเราเปิดรับ LGBT มากกว่า แต่คนที่มีทัศนคติรังเกียจและเหยียดคนกลุ่มนี้เหมือนพวกเขาไม่ใช่คนก็มีไม่น้อยเหมือนกัน

ภาพจาก Facebook : tvN Drama

คนกลุ่มนี้ เขาแค่ต้องการใช้ชีวิตตามเพศที่ตัวเองเลือก ไม่ใช่ถูกจำกัดอยู่ว่าโลกเราต้องมีแค่ผู้ชายกับผู้หญิงเท่านั้น ถ้าหากจะแบ่งเพศโดยใช้อวัยวะสืบพันธุ์เป็นเกณฑ์ มันก็ได้ออกมาแค่หญิงชายก็จริง ถึงอย่างนั้นนั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาเลือกเองเสียหน่อย แค่ธรรมชาติสร้างพวกเขามาแบบนั้น หลายคนอาจจะพอใจที่จะใช้เพศสภาพตามที่ธรรมชาติให้อวัยวะมาก็ใช้ชีวิตไปแบบไม่มีปัญหา แต่คนที่เขาไม่พอใจเขาก็ควรมีสิทธิ์เลือก ก็จิตใจเขาไม่ได้อยากเป็นแบบนั้น จริง ๆ แล้วสิ่งที่คนกลุ่มนี้ต้องการไม่ใช่ความสงสารหรือเห็นอกเห็นใจ เขาแค่ต้องการการยอมรับและปฏิบัติต่อพวกเขาให้เหมือนมนุษย์คนหนึ่งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด

คนกลุ่มนี้ถูกปฏิบัติเหมือนไม่ใช่คนยังไง ขอยกตัวอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ อย่างที่เพิ่งมีข่าวไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ว่ามีไอดอลคนหนึ่งของเกาหลีที่เคยประกาศตัวว่าเขาเป็นเกย์ ถูกชายนิรนามทำร้ายร่างกาย และเรียกเขาว่าเป็น “เกย์สกปรก” และน่าจะเมื่อวานนี้นี่เองที่ได้อ่านข่าวจากเพจ ข่าวเกาหลีล่าสุดจากออนนี่เกาหลี – Creatrip กรณีที่เลขาธิการประธานาธิบดีเกาหลีเรียกการรักร่วมเพศว่าเป็นอาการป่วยทางจิตที่ “รักษาได้” และยอมรับตรง ๆ ว่าตัวเขาต่อต้านการรักร่วมเพศ ก็ไม่น่าแปลกใจที่ทำไมหลาย ๆ คนถึงไม่กล้าเปิดเผยตัวตน ก็เพราะว่ามันเป็นแบบนี้ไง

ภาพจาก Facebook : tvN Drama

ในซีรีส์เรื่องนี้จะมีตัวละคร LGBT อยู่คนหนึ่งที่ต้องใช้ชีวิตหลบ ๆ ซ่อน ๆ กลัวว่าคนอื่นจะรู้ว่าจริง ๆ แล้วเขาไม่ใช่ผู้ชาย ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นเขาก็อาจจะถูกไล่ออกจากงานก็ได้ถ้าแม่พระเอกรับไม่ได้เรื่องที่มีลูกจ้างเป็นพวกจิตวิปริตเบี่ยงเบนทางเพศ หรือต่อให้ได้ทำงานต่อ เขาก็อาจถูกเพื่อนร่วมงานรังเกียจด้วยเหตุผลเดียวกัน ที่ว่าคนกลุ่มนี้ยังเป็นที่รังเกียจของสังคม อดเห็นใจไม่ได้ว่าทำไมคนกลุ่มนี้ต้องมาเจอเข้ากับเรื่องแบบนี้ ต่างคนต่างอยู่ใช้ชีวิตกันไปไม่ได้หรือยังไง มันเป็นอะไรนักหนาที่ต้องรังเกียจจนถึงขั้นทำร้ายกันทั้งร่างกายและจิตใจ

แค่เรื่องที่พวกเขาโดนตราหน้าจากสังคมว่าเป็นพวกผิดเพศ พวกมีปัญหาทางจิต หรือถูกเลือกปฏิบัติ มันก็เป็นสิ่งที่พวกเขาต้องต่อสู้เองมากพอแล้ว และเวลาที่มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น ยังพุ่งเป้ามาสงสัยพวกเขาอีกเนี่ย มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ จริงอยู่ที่ว่าอาชญากรจะเป็นเพศไหนก็ได้ ชายก็ได้ หญิงก็ได้ LGBT ก็ได้ แต่นั่นก็ต้องดูเป็นกรณีไป คนจะเป็นอาชญากรมันขึ้นอยู่กับกมลสันดานของตัวคนนั้น ๆ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเป็น LGBT เราจึงไม่ควรจะทำเหมือนว่า LGBT เป็นอาชญากร ถ้าเขาไม่ได้ทำร้ายใคร เขาไม่ได้ฆ่าใครตาย เขาก็ไม่ได้ทำผิดอะไร เขาก็คือคนปกติธรรมดานี่แหละ

ภาพจาก Facebook : tvN Drama

เอาเข้าจริง แอบผิดหวังเล็กน้อยกับซีรีส์เรื่อง The Killer Shopping List เพราะทีแรกที่ดูจากไลน์นักแสดง ภาพโปสเตอร์ การโปรโมต และเรื่องย่อคร่าว ๆ คิดว่ามันจะเน้นหนักไปในทางคอมเมดี้มากกว่านี้ก็เลยเลือกเปิดดูเรื่องนี้ ที่ไหนได้เครียดหัวจะปวดตั้งแต่อีพีแรกเลยด้วยซ้ำ มุกตลกกับจังหวะโบ๊ะบ๊ะมีแค่นิดหน่อย เอามาขั้นอารมณ์ช่วงที่เรื่องกำลังเครียดได้ที่ ส่วนตัวไม่ได้มีปัญหากับการดูซีรีส์เครียด ๆ หรอก แค่ผิดหวังตรงที่ไม่ได้เตรียมใจใจมาก่อนว่าเรื่องมันจะหนักพอสควร ที่เปิดดูน่ะเตรียมใจมาตลกแท้ ๆ ถึงเรื่องมันจะมีหลายอารมณ์เกินในฉากเดียว แต่ก็ชอบนะ ผูกเรื่องได้น่าลุ้นน่าติดตามดี เหลืออีกแค่ 2 อีพี คนร้ายตัวจริงจะปรากฏหน้าได้หรือยัง? 🧾