แน่นอนการหาตัวตายตัวแทนกุนซือที่ประสบความสำเร็จล้นเหลืออย่าง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่เคยง่าย และจากความล้มเหลวในฤดูกาลนี้ ยิ่งเป็นตัวเร่งให้สโมสรแมนฯ ยูไนเต็ด ต้องประณีตในการคัดสรรหากุนซือใหม่ของพวกเขาอย่างรอบคอบที่สุด หลังจากล้มเหลวกับการหาทายาทของ เฟอร์กี้ มาตั้งแต่ เดวิด มอยส์, หลุยส์ ฟาน กาล, โชเซ่ มูรินโญ่, โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ และราล์ฟ รังนิก ยังไม่รวม ไรอัน กิ๊กส์ กับ ไมเคิ่ล คาร์ริค ที่ได้คุมแบบชั่วคราว
นาทีที่มือผมอยู่ไม่สุขไปเสิร์ชหาใครบ้างเป็นตัวเลือกในตำแหน่งนี้ให้ “ผีแดง” ในฤดูกาลหน้า ปรากฏว่า เอริค เทน ฮาก กลายเป็นเต็งหามในอัตรา 8/15 ขณะที่ เมาริซิโอ โปเชตติโน่ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยตีคู่กันมาถูกลดระดับลงไปเหลือตัวเลขอยู่ที่ 11/2 ใกล้เคียงกับ โธมัส ทูเคิ่ล เฮดโค้ชเชลซี คนปัจจุบันซึ่งโอกาสน่าจะเป็นไปได้ยากยิ่ง แม้สโมสร เชลซี จะเจอปัญหาเรื่องเจ้าของอย่างหนักก็ตาม
ที่เหลือมีชื่อ อันโตนิโอ คอนเต้ (เต็ง 4) และหลุยส์ เอ็นริเก้ กุนซือทีมชาติสเปน เป็นอันดับ 5 ส่วน ซีเนอดิน ซีดาน ซึ่งเคยมีชื่อพัวพันกับตำแหน่งนี้มาเป็นอันดับ 7 อยู่ห่าง ๆ ที่อัตรา 1/25
สรุปแล้วก็น่าจะเหลือตัวเลือกอยู่เพียงแค่ เทน ฮาก และ โปเชตติโน่ ซึ่งต่างก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป
แต่ด้วยความที่คนเลือกเที่ยวนี้ คนที่มีบทบาทสำคัญคือ ราล์ฟ รังนิก ซึ่งจะขยับขึ้นไปเป็นไดเร็กเตอร์ เป็นสายแทคติค หวยเลยน่าจะไปออกที่ เทน ฮาร์ก ถ้าคนชี้เป้าเป็นเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เหมือนก่อนหน้านี้ เก้าอี้คงเป็นของ โปเชตติโน่ ซึ่งเคยมีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกอย่างช่ำชองและเป็นที่ชื่นชอบของ “เฟอร์กี้” เป็นแม่นมั่น
สุดท้ายบอกได้คำเดียวว่า “ตาดีได้ตาร้ายเสีย” ครับ การเลือกกุนซือในช่วงนี้ไม่ง่ายเลย “ปีศาจแดง” ไม่มีทางเลือกมากนัก เพราะจังหวะไม่ค่อยดี ยอดโค้ชระดับโลกท็อป 7 นั้นมีเจ้าของกันหมดแล้วและไม่มีแววอยากจะย้ายกันเลยสักคน ไม่ว่าจะเป็น เป๊ป กวาดิโอล่า, เยอร์เก้น คล็อปป์, ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์, ฮันซี่ ฟลิค, โธมัส ทูเคิ่ล, อันโตนิโอ คอนเต้ ส่วนซีเนอดิน ซีดาน ดูท่าว่าอยากจะรอเป็นกุนซือทีมชาติฝรั่งเศส หลังบอลโลก 2022 มากกว่า
สำหรับ เอริค เทน ฮาก นั้นประวัติเด่น ๆ ของเขาก็คือ เคยคุมทีมสำรองของ บาเยิร์น มิวนิค ในยุค เป๊ป กวาดิโอล่า เมื่อปี 2013-15 หลังจากนั้นมาทำงานกับอูเทร็คท์ และต่อมาคุม อาแจ็กซ์ เมื่อปี 2018 มีประสบการณ์คุมทีมใหญ่เพียง 4-5 ปีเท่านั้น ทีเด็ดของเขาคือการปั้น มัทไธจ์ เดอลิกต์, แฟรงค์กี้ เดอ ยอง, ไรอัน กราเวนบาช เป็นโค้ชที่ไม่กลัวที่จะใช้ดาวรุ่ง แต่ประสบการณ์ในระดับสูงของเขาเป็นเรื่องน่าคำนึงเหมือนกัน แม้เจ้าตัวจะมีอายุ 51 ปีแล้วก็ตาม
ถ้า เทน ฮาก มา แมนฯ ยู คือการเปลี่ยนแปลงแบบถอนรากถอนโคนผู้เล่นชุดเดิม สร้างทีมเพื่ออนาคตอย่างแน่นอน แต่ถ้าเป็น โปเชตติโน่ น่าจะเป็นแนวผสมผสาน และปรับตัวได้เร็วกว่า
สุดท้ายอะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด แฟน “ผีแดง” รอคอยความสำเร็จมานาน สโมสรลงทุนไปมากโขอยู่ น่าจะขึ้นมาเป็นทีมลุ้นแชมป์ได้มากกว่าสถานการณ์ปัจจุบัน
เที่ยวนี้เอาใจช่วยขอให้จิ้มถูกคนก็แล้วกันครับ.






























