ซ่อมกระจาย! เมื่อรถหมดระยะประกัน

ภาพจาก pixabay.com

หัวใจสำคัญของการถอยรถใหม่ออกจากโชว์รูม นอกจากรุ่นรถที่ถูกใจเจ้าของแล้ว การรับประกัน (Warranty) ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างความมั่นใจให้ลูกค้า โดยส่วนใหญ่รถยนต์ใหม่จะมีการรับประกัน 3 ปี แต่ทราบหรือไม่ว่ารถยนต์รุ่นใดที่สร้างความปวดหัวให้กับเจ้าของมากที่สุดนับจากหมดระยะประกัน

ข้อมูลจาก Warranty Direct บริษัทที่ดูและการรับประกันรถยนต์ใหม่ในประเทศอังกฤษระบุว่า เจ้าของรถยนต์บางรุ่นถึงกับต้องกุมขมับหรือตัดใจขายรถทันที นับจากหมดระยะการรับประกัน (Warranty) เนื่องจากมีปัญหาจุกจิกมากมายและไม่อยากรับภาระค่าซ่อมด้วยตัวเอง

โดยตามข้อมูลระบุว่า รถยนต์หมดระยะประกัน 3 ปี และเข้าสู่ปีที่ 4 ที่มีปัญหาอันดับต้นๆ ได้แก่ แลนด์ โรเวอร์ รุ่น Discovery รวมถึงยี่ห้อ จากัวร์ และวอกซ์ฮอลล์ ที่ไม่มีการเปิดเผยชื่อรุ่น ซึ่งมียอดการซ่อมและเปลี่ยนอะไหล่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รวมกันถึง 250,000 ปอนด์ หรือราว 10.75 ล้านบาท เลยทีเดียว

แลนด์ โรเวอร์ รุ่น Discovery

ส่วนรถยนต์ที่มีค่าเฉลี่ยในการเคลมประกันแพงที่สุดต่อครั้งได้แก่รถยนต์แบรนด์หรูอย่างเบนท์ลีย์ ที่ตัวเลข 1,358 ปอนด์ หรือราวครั้งละ 5.8 หมื่นบาทเลยทีเดียว ขณะที่ชิ้นส่วนที่แพงที่สุดในรถ 1 คันหากมีการเปลี่ยนอะไหล่ได้แก่ ระบบส่งกำลัง (เกียร์บ็อกซ์) ที่ราคา 947 ปอนด์ หรือราว 4.1 หมื่นบาท

ทั้งนี้ ไซมอน แอคเคอร์ ซีอีโอของ Warranty Direct ระบุว่า การเปิดเผยข้อมูลตัวเลขของบริษัทในครั้งนี้ คือข้อมูลและสถิติที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งมันจะเป็นโยชน์สำหรับผู้ใช้รถในช่วงที่ใกล้หมดระยะประกัน รวมถึงอาจเป็นช่องทางของค่ายรถที่จะขายแพ็คเกจเพิ่มระยะการรับประกัน และเป็นข้อมูลในการวางแผนเลือกซื้อรถแต่ละยี่ห้อในอนาคต

ข้อมูลและภาพ thesun.co.uk