รับมือเพื่อนร่วมงาน 4 ประเภท ตามบุคลิกแบบ The Four Tendencies

เคยสังเกตไหมว่าตัวเราเองกับเพื่อนร่วมงานแต่ละคนนั้นมีลักษณะการทำงานที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจสังเกตเห็นได้จากเวลาที่ประชุมงาน บางคนยอมทำตามข้อตกลงต่าง ๆ เป็นอย่างดี แต่บางคนก็ออกแนวต่อต้าน สังเกตจากลักษณะการทำงานที่ได้รับมอบหมาย บางคนให้ความร่วมมือทันที แต่บางคนมักจะมีคำถามอยู่เสมอ หรือแม้แต่ความรู้สึกเวลาที่เราต้องทำงานร่วมกับคนเหล่านั้น ซึ่งบางทีเราอาจรู้สึกว่ายากเหลือเกินที่ต้องทำงานกับคนนี้ คนอะไรพูดยากเหลือเกิน

เพราะบุคลิกของคนแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทำให้ลักษณะการทำงานของพวกเขาจึงแตกต่างกันออกไป ซึ่งการทำงานเป็นทีมกับคนที่มีบุคลิกแตกต่างจากเรามาก ๆ แบบขั้วตรงข้ามอาจกลายเป็นปัญหา ทั้งปัญหาในการปฏิสัมพันธ์ การประสานงาน ปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวงาน สร้างเรื่องปวดหัวไม่เว้นวัน ฉะนั้น น่าจะดีไม่น้อยถ้าเรารู้ว่าเพื่อนร่วมงานของเราแต่ละคนมีบุคลิกแบบไหน เพื่อที่เราจะได้รับมือกับพวกเขาได้อย่างตรงจุดและเหมาะสม เพราะรู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะได้ผลลัพธ์ในแบบที่ต้องการ รวมถึงเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการกระทำของพวกเขา

แบบทดสอบบุคลิกภาพแบบ The Four Tendencies เป็นแนวคิดของ Gretchen Rubin นักเขียนและนักพูดด้านการพัฒนาตัวเอง แนวคิดนี้ปรากฏในหนังสือของเธอด้วยชื่อเรื่องเดียวกัน โดย The Four Tendencies จะกล่าวถึงบุคลิกของคน 4 ประเภท พิจารณาจากปฏิกิริยาการตอบสนองต่อความคาดหวัง แบ่งเป็นความคาดหวังภายในและความคาดหวังภายนอก ซึ่งความคาดหวังภายใน คือ สิ่งที่เราคาดหวังกับตัวเอง ส่วนความคาดหวังภายนอก คือ สิ่งที่คนอื่นคาดหวังกับเรา

เพื่อที่จะได้รับมือกับคนทั้ง 4 ประเภทได้อย่างเหมาะสม แบบทดสอบทางบุคลิกภาพจึงมีความสำคัญในแง่ของการจัดกลุ่มบุคลากร เพราะการทำงานเป็นทีมนั้นเราต้องทำงานร่วมกับคนอีกหลาย ๆ คน หากรู้ว่าจะรับมือคนแต่ละประเภทอย่างไรจะช่วยให้การทำงานง่ายขึ้นเยอะ ไม่ต้องมานั่งคาดเดา ในเมื่อเรารู้ว่าคนกลุ่มนี้จะมีปฏิกิริยาต่อความคาดหวังอย่างไร เราก็เข้าใจเขาได้ทันทีและมอบหมายงานที่เหมาะสมกับวิธีการทำงานของพวกเขา

ก่อนหน้านี้เราอาจรู้จักการแบ่งบุคลิกภาพของคนในลักษณะอื่น ๆ มาบ้างแล้ว แต่เพื่อนร่วมงาน 4 บุคลิกแบบ The Four Tendencies สามารถแบ่งเป็น

บุคลิกหัวกบฏ (Rebel)

คนกลุ่มนี้เป็นพวกที่ไม่เคยให้ความคาดหวังภายนอกมามีผลอะไรกับชีวิต เพราะแค่จัดการความคาดหวังภายในตัวเองยังยากเลย ดังนั้นอย่าได้คาดหวังความร่วมมือจากพวกเขา คนกลุ่มนี้รักอิสระเกินกว่าจะให้ใครมาบงการ ติสต์จัด มีความอินดี้สูง ประมาณว่าถ้าอยากทำเดี๋ยวทำเอง เป็นตัวของตัวเองมากจนบางครั้งก็ขวางโลก ทำอะไรสวนทางชาวบ้าน เอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้ พวกเขาจึงไม่ค่อยทำตามคำสั่งหรือคำขอร้องของใคร คนที่ทำงานด้วยจะทั้งหัวร้อนและเหนื่อยในการกับควบคุมเขา แต่ด้วยความที่คนกลุ่มนี้ไม่เคยมีกรอบ พวกเขาจึงมักจะมีไอเดียแปลก ๆ แบบที่แหกกฎเกณฑ์ทุกสิ่งอย่างมานำเสนออยู่บ่อยครั้ง และงานของพวกเขาก็ออกมาได้ดีถ้าคิดจะทำ

ข้อดีของคนกลุ่มนี้คือความคิดสร้างสรรค์ เนื่องจากไม่เคยตีกรอบขวางกั้นตัวเอง แต่พวกเขามีแนวโน้มที่จะไม่สามารถรับผิดชอบเรื่องที่สำคัญ ๆ ได้ ถ้าจะคุยงานกับคนประเภทนี้อย่าใช้วิธีออกคำสั่งหรือวางกฎเกณฑ์ให้ทำตาม เขาจะไม่ทำ และมักจะทำในทางตรงกันข้ามเพื่อท้าทาย ให้บอกภาพกว้าง ๆ กับเขาว่าอยากได้ประมาณไหน หรือมีทางเลือก แล้วปล่อยให้เขาทำไปอย่างมีอิสระเต็มที่ ตัดสินใจเองไปเลยในขอบข่ายงานของตัวเอง เพื่อที่เขาจะได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนกุมอำนาจอยู่ ดังนั้น วิธีที่จะทำให้คนประเภทนี้ยอมทำอะไรบางอย่างตามแนวทางของเรา วิธีการท้าทายเป็นวิธีที่น่าสนใจ เมื่อรู้สึกว่าโดนดูถูก โดนลูบคม พวกเขาถึงจะทำเพื่อพิสูจน์คำสบประมาท

บุคลิกช่างซักถาม (Questioner)

การเป็นคนช่างสงสัย ช่างถามมันก็ดีอยู่หรอก แต่คนประเภทนี้จะเกินเบอร์จนน่ารำคาญในบางครั้ง พวกเขาให้ความสำคัญกับสิ่งที่ตัวเองต้องการ และต่อต้านสื่งที่คนอื่นคาดหวังให้ทำ พอใครสั่งให้ทำอะไรก็จะต้องมีคำถามอยู่เสมอ การทำงานกับคนประเภทนี้จะยากพอสมควร กว่าจะโน้มน้าวใจให้เขาทำอะไรสักอย่าง ต้องชักแม่น้ำทั้งห้าพร้อมเหตุผลอีกล้านแปด ยิ่งถ้าสิ่งที่สั่งให้พวกเขาทำมันไม่ตอบโจทย์ความต้องการของเขาด้วยแล้วล่ะก็ ก็จะไม่ทำ ฉะนั้น หลักการโน้มน้าวใจคนกลุ่มนี้ คือทำให้พวกเขารู้สึกว่าพวกเขาจะได้อะไรจากการทำสิ่งนี้ เชื่อมโยงความคาดหวังของเราให้เข้ากับของพวกเขาให้ได้ บอกเป้าหมายให้ชัดเจน ถ้าเห็นประโยชน์ถึงจะยอมลงมือทำ

กับคนประเภทนี้ ให้ระวังความไม่ชัดเจนที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการ ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดเรื่องทะเลาะโต้เถียงกันใหญ่โต อย่างที่บอกว่าพวกเขาไม่ชอบความไม่ชัดเจน ดังนั้น การช่างซักช่างถามของคนกลุ่มนี้อาจจะทำให้คนอื่นรู้สึกไม่ชอบใจว่าจะถามอะไรกันนักกันหนา งานเดินล่าช้าเพราะถามไม่จบไม่สิ้น แต่คนกลุ่มนี้กลับไม่ชอบให้ใครมาตั้งคำถามกลับกับการทำงานของพวกเขา เพราะการที่คนกลุ่มนี้จะยอมทำอะไรสักอย่าง มันมักผ่านการไตร่ตรอง การหาเหตุผล การหาข้อมูลมาสนับสนุนมากพอแล้ว ข้อดีของคนกลุ่มนี้จึงเป็นความรอบคอบและพิถีพิถัน เขาจะตั้งใจมากถ้าตนเองได้ประโยชน์ เพราะมันเป็นประโยชน์ของตัวเขาเองด้วย เขาจึงพยายามทำมันให้ออกมาดีเป็นพิเศษ

บุคลิกพ่อพระแม่พระทำเพื่อคนอื่น (Obliger)

คนประเภทนี้คือคนที่ความสุขของคนอื่นต้องมาก่อน เรื่องตัวเองเอาไว้ทีหลัง จริง ๆ แล้วพวกเขาอาจไม่ได้เป็นคนดีอะไรขนาดนั้นหรอก เพียงแต่ปฏิเสธใครไม่เป็นเพราะกลัวคนอื่นจะผิดหวัง พวกเขามีความคิดที่ว่าการทำเพื่อคนอื่น การตามใจคนอื่น ก็จะทำให้พวกเขาได้รับการยอมรับจากคนอื่นเช่นกัน ดังนั้น เรื่องสิ่งที่คนอื่นคาดหวัง คนกลุ่มนี้จะรับมือได้หมด ฟัง ๆ ดูเหมือนจะไม่มีปัญหาอะไร แต่การที่เขาทำเพื่อคนอื่นก่อนเสมอ เขากลับจัดการความความหวังของตัวเองไม่ได้เลย งานตัวเองไม่เสร็จ กลายเป็นว่าความต้องการของตัวเองไม่เคยได้บรรลุผลสักอย่าง เพราะเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขาที่จะแสดงออกมาว่าตนเองต้องการอะไร

คนกลุ่มนี้มีโอกาสโดนคนอื่นในทีมเอาเปรียบสูง แบบว่าขออะไรก็ทำให้หมด เพราะพวกเขารู้สึกว่าตัวเองมีตัวตนในสังคม รู้สึกเป็นที่ต้องการเมื่อได้ช่วยคนอื่น ทั้งที่บ่อยครั้งลึก ๆ ในใจพวกเขาก็รับรู้ได้ว่าตัวเองไม่ได้มีความสุขนักหรอกกับการที่ทำแบบนี้ แต่ถ้าไม่มีความคาดหวังจากคนอื่น ก็จะไม่มีแรงผลักดันเหมือนกัน ถ้าเขาคิดอยากทำอะไรเป็นของตัวเอง อย่าปล่อยให้เขาคิดคนเดียวทำคนเดียว แบบนั้นอาจจะไปได้ไม่ตลอดรอดฝั่ง คนในทีมต้องช่วยเหลือด้วยการให้กำลังใจ ให้พวกเขารู้ว่าตัวเองไม่ได้กำลังทำอะไรอยู่คนเดียว แบบว่าคาดหวังอะไรในตัวเขาสักหน่อย เขาจะทำได้ดีในสิ่งที่ทำแล้วคนอื่นรู้สึกพอใจ

บุคลิกต้องเป๊ะทุกอย่าง (Upholder)

คนกลุ่มนี้คือคนที่จัดการได้ดีทั้งความคาดหวังของตัวเองและความคาดหวังจากคนอื่น อะไร ๆ ก็สามารถรับมือได้หมด ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการและยังทำในสิ่งที่คนอื่นต้องการได้ด้วย พวกเขารักษากฎ ระเบียบ ชอบการทำงานที่มีแผนเป๊ะ ๆ ทำอะไรก็ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน เพราะความเป็นระเบียบแบบแผนเป็นความสบายใจของพวกเขา ง่าย ๆ ก็คือคนกลุ่มนี้เป็นคนที่เจ้าระเบียบ เข้มงวด และไม่ค่อยมีความยืดหยุ่นกับชีวิตเท่าไร พวกเขาจึงมักจะเครียดได้ง่าย ๆ หากอะไรมันผิดแผน ทำใจยอมรับไม่ค่อยได้ที่ต้องทำอะไรที่มันไม่ตรงกับที่วางไว้ในตอนแรก ดังนั้น ถ้าแผนไม่สมบูรณ์ เป้าหมายไม่ชัดเจน พวกเขาจะออกอาการงง ๆ เริ่มต้นไม่ถูก ไปต่อไม่เป็น

การทำงานกับคนประเภทนี้ง่ายมาก แค่สื่อสารเรื่องเป้าหมายกับพวกเขาให้ชัดเจนไปเลยว่าต้องการอะไร พวกเขาพร้อมที่จะทำให้อยู่แล้ว เพราะถ้ามันชัดเจนกระจ่างแจ้ง พวกเขาก็จะวางแผนแล้วทำตามแผน คนกลุ่มอื่นที่ไม่ได้เคร่งในกฎระเบียบอาจรู้สึกอึดอัดและรำคาญกับความเจ้าระเบียบของพวกเขา รวมถึงอาจจะถูกดุ ถูกจู้จี้ หากคนอื่นทำให้แผนการของพวกเขาไม่เป๊ะตามที่ต้องการ ดังนั้น ปัญหาของคนกลุ่มนี้คือพวกเขาค่อนข้างรับมือได้ลำบากกับความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอะไรที่มันกะทันหัน การเปลี่ยนแปลงอาจทำให้เกิดความผิดแผน และมันมีผลต่อการทำงานของพวกเขาโดยตรง หากพวกเขารับมือไม่ทัน การทำงานก็อาจจะไขว้เขวได้เหมือนกัน