ถ้าคุณอายุยังน้อยและต้องการวางแผนทางการเงินในอนาคต แต่ไม่อยากเสี่ยงมากและคิดว่าเงินก้อนนี้คุณจะไม่แตะมันเลยจนกว่าจะครบสัญญา เป็นการวางแผนทางการเงินพร้อมกับมีความคุ้มครองชีวิตเพิ่มขึ้น และแถมพกด้วยการนำไปลดหย่อนภาษีได้แบบเต็มที่ถึง 100,000 บาท ประกันแบบสะสมทรัพย์ก็เป็นอีกหนึ่งการวางแผนทางการเงินที่คุณควรนำไปพิจารณา และถ้าคุณส่งไม่ไหว หรือเงินประกันสะสมทรัพย์ครบสัญญาการส่งแล้ว แต่อยากมีเรื่องฉุกเฉินและอยากได้เงินก้อนออกมาใช้งาน ยังสามารถเวนคืนได้ และเวนคืนประกันคืออะไร ทั้งหมดนี้คุณสามารถหาคำตอบได้จาก Tonkit360
ประกันสะสมทรัพย์คืออะไร
ประกันแบบสะสมทรัพย์ คือส่วนผสมของการคุ้มครองชีวิตและการออมทรัพย์ ส่วนของการออมทรัพย์ คือส่วนที่ผู้เอาประกันภัยได้รับคืนเมื่อสัญญาครบกำหนด ซึ่งเงินที่เราส่งให้ในทุก ๆ เดือน หรือทุก ๆ ปี คือเบี้ยประกัน หากเรายกเลิกก่อนที่จะครบสัญญาโดยเฉพาะถ้าเป็นการยกเลิกในปีแรกของการทำประกันชีวิตผู้เอาประกันภัยจะไม่ได้รับเงินที่จ่ายไปคืนแม้แต่บาทเดียว ทั้งนี้ ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์จะมีอายุตั้งแต่ 5-15 ปีเป็นการวางแผนทางการเงินที่จะทำให้ผู้ทำประกันได้พร้อมกับแผนคุ้มครองชีวิต ซึ่งเงินสะสมทรัพย์แบบนี้ไม่สามารถถอนออกได้ก่อนเวลาที่ทำสัญญาเอาไว้
อาทิ คุณอายุ 30 ปี ต้องการวางแผนทางการเงินในช่วงอายุ ประมาณ 45 ปีคุณซื้อประกันแบบสะสมทรัพย์แบบ 7/15 ตัวเลขด้านหน้า คือ จำนวนปีที่ชำระเบี้ยประกันภัย และตัวเลขด้านหลัง คือ จำนวนปีที่คุ้มครองนั่นหมายความว่าคุณมีระยะเวลาจ่ายชำระเบี้ย 7 ปี ให้ความคุ้มครองชีวิต 15 ปี เมื่อครบกำหนดอายุกรมธรรม์ ก็จะได้รับเงินออมและผลประโยชน์ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ซึ่งเท่ากับว่า ในช่วงเวลาหลังจากส่งเบี้ยครบแล้ว 7 ปี คุณจะไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ และต้องรอให้ครบอายุกรมธรรม์ 15 ปีถึงจะได้เงินก้อนตามประโยชน์ในสัญญา
ดังนั้น ประกันแบบสะสมทรัพย์จึงไม่ใช่การออมเงิน แต่จะเป็นการวางแผนทางการเงิน หากคุณต้องมีแผนการในอนาคตระยะยาวมากกว่า
ข้อดีข้อเสียในการทำประกันชีวิตสะสมทรัพย์
ความคุ้มครองชีวิตหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นจนถึงแก่ชีวิต คนข้างหลังก็จะได้รับเงินชดเชย ส่วนผลตอบแทน ส่วนของเงินปันผลซึ่งรวมแล้วมากกว่าเบี้ยประกันที่จ่ายไปซึ่งะกลายเป็นผลพลอยได้ของการทำประกันชีวิตสะสมทรัพย์นั้นเอง
ทั้งนี้ข้อดีของการทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ลักษณะการออมของการทำประกันภัยนั้นจะเป็นในลักษณะแบบกึ่งบังคับ โดยผู้เอาประกันภัยจะต้องมีหน้าที่ในการจ่ายเบี้ยประกันอย่างสม่ำเสมอ และหากผู้เอาประกันภัยมีชีวิตอยู่จนครบตามที่กรมธรรม์กำหนดไว้ ก็จะได้เงินคืนตามเงื่อนไขของสัญญาซึ่งสามารถใช้เป็นเครื่องมือออมเงินเพื่อไว้ใช้ยามชรา หรือออมไว้เพื่อเก็บเป็นทุนการศึกษาของบุตรหลาน และยังสามารถใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ด้วย
ทั้งนี้การออมวิธีนี้ไม่สามารถถอนเงินในลักษณะของการฝากเงินได้ แต่สามารถเวนคืนกรมธรรม์ ซึ่งมูลค่าเวนคืนตามกรมธรรม์ที่ได้จะถูกหักค่าธรรมเนียมในการเวนคืนจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้เพราะการทำประกันชีวิตมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการลงทุนระยะยาว
ข้อเสียประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ คือ การออมประเภทนี้เป็นการออมที่ทุนประกันไม่ค่อยสูง เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับแบบประกันประเภทอื่น ๆ หากต้องจ่ายเบี้ยประกันที่เท่ากัน การออมแบบนี้จึงไม่เหมาะกับการทำเพื่อการคุ้มครองและผลตอบแทนจากการออมก็ไม่สูงเมื่อเทียกับสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ
“เวนคืนประกัน” เมื่อต้องการเงินจากประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์
การทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์นั้น ต้องรอให้อายุกรมธรรม์ ครบตามสัญญาผู้ทำประกันจึงจะได้เงินก้อนตามประโยชน์สัญญา แต่ถ้าคุณต้องการเงินก้อนก่อนครบกำหนดสัญญาและส่งเบี้ยครบตามกำหนดแล้ว ผู้ทำประกันสามารถ “เวนคืน” กรมธรรม์ได้ด้วยการติดต่อตัวแทนประกัน หรือไปที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทประกัน
โดยการเวนคืนกรมธรรม์นั้น คุณจะไม่ได้เงินเต็มจำนวนแต่จะถูกหักค่าธรรมเนียมการเวนคืนไว้จำนวนหนึ่ง ดังนั้นถ้ามีความจำเป็นจริงในการใช้เงินก้อน คุณสามารถนำเงินก้อนนี้ออกมาได้ด้วยวิธีการเวนคืน โดยสามารถติดต่อสอบถามจากตัวแทนประกัน หรือบริษัทประกันที่คุณทำกรมธรรม์เอาไว้ได้