Put the right man on the right job มักจะถูกนำมาใช้เป็นกลยุทธ์ในการจัดการ “คน” ให้เหมาะกับ “งาน” ซึ่งเป็นวิธีการใช้ทรัพยากรมนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อต้องวางแผนมอบหมายงานให้กับลูกน้องหรือคนในทีมงานรับผิดชอบ คือ การให้คนทำงานได้ทำในสิ่งที่เขาถนัด หรือสิ่งที่เขาสามารถทำออกมาได้ดี โดยสามารถดูได้จากบุคลิกภาพ ลักษณะนิสัย จุดเด่น-จุดด้อย ความสามารถ ทักษะ หรือศักยภาพที่เขาเคยพิสูจน์มาแล้วในงานอื่น ๆ ไม่ใช่เพียงแต่สั่งงานแล้วมอบหมายให้ใครก็ได้ไปทำ งานที่ได้ออกมาอาจไม่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ก็เป็นได้
โดยการเลือกใช้คนให้เหมาะสมกับงานนั้น ถือเป็นหัวใจที่มีส่วนสำคัญต่อการบริหารองค์กรหรือทีม เนื่องจากทุกปัญหา ทุกอุปสรรค ทุกชิ้นงานจะสำเร็จลุล่วงได้ง่ายกว่าเดิมมาก ถ้าได้ “คนที่ใช่” เข้าไปดูแลรับผิดชอบ แล้วเราจะพิจารณาคนในทีมอย่างไร ถึงจะรู้ว่าเขาคนนั้นเหมาะที่จะรับผิดชอบงานนี้หรือเปล่า
พิจารณาจากประสบการณ์คนในทีม
งานแต่ละชิ้นมีขนาดและหน้าที่ความรับผิดชอบไม่เท่ากัน แต่งานทุกชิ้นล้วนมีความสำคัญต่อองค์กรทั้งสิ้น จึงต้องเลือกคนให้เหมาะกับงาน เพราะอาจต้องอาศัยคนที่มีประสบการณ์สูง ๆ มีทักษะ มีความสามารถ รวมถึงต้องคำนึงผลงานที่ผ่านมาด้วยว่าประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน เพื่อให้งานบรรลุเป้าหมายและได้งานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งงานหลาย ๆ ส่วนอาจต้องพิจารณาเรื่องประสบการณ์อย่างรอบด้านก่อนที่จะมอบหมายงานให้ใครทำ
ขนาดการรับผิดชอบงานต้องเหมาะกับคน
แม้ว่าทุกคนในทีมจะมีความสามารถและมีความรับผิดชอบในการทำงาน แต่ก็ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะมีความรับผิดชอบเท่ากัน บางคนมีมาก บางคนมีน้อย ซึ่งด้วยงานแต่ละชิ้นมีขนาดความรับผิดชอบต่างกันไป รวมถึงบางงานที่จำเป็นต้องใช้คนที่ตัดสินใจได้ การจะเลือกคนมาดูแลงานก็ต้องอาศัยคนที่มีความรับผิดชอบสูงมากเช่นกัน หากมอบหมายให้กับคนที่ยังอ่อนประสบการณ์หรือความรับผิดชอบไม่ดีเท่าที่ควร อาจเกิดข้อผิดพลาดให้ต้องไปตามแก้กันอีก
คนที่เข้าใจในเนื้องานเป็นอย่างดี
คนที่เข้าใจในเนื้องานเป็นอย่างดี จะสามารถลงมือทำงานได้ทันทีโดยไม่ต้องมาเสียเวลาสอนงานกันให้ยุ่งยากวุ่นวาย พวกเขาจะรู้ดีว่าต้องเริ่มที่ตรงไหน แต่ละขั้นตอนต้องทำอย่างไรบ้าง และตัดสิดใจลงมือทำได้เลยโดยไม่ต้องขอความเห็นหรือการตัดสินใจจากใครอีก ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนการทำงานลงได้ นอกจากนี้คนที่เข้าใจเนื้องานเป็นอย่างดีจะมีมุมมองเฉพาะต่องานชิ้นนั้น ๆ โดยไม่ต้องศึกษาหาความรู้ใหม่ เพื่อมาทำงานในส่วนที่เชี่ยวชาญอยู่แล้ว
คนที่มีจุดแข็งโดดเด่น และเป็นที่ยอมรับ
พิจารณาคนจากจุดแข็ง-จุดอ่อนของทีมงาน ว่าเหมาะสมที่จะรับผิดชอบงานในส่วนนั้น ๆ จะช่วยให้เราเลือกคนทำงานได้อย่างเหมาะสมกับลักษณะงานนั้น ๆ จากนั้นเลือกคนที่โดดเด่น มีความสามารถเป็นที่ประจักษ์ เป็นที่ยอมรับ มารับหน้าที่ดูแลรับผิดชอบงานส่วนนั้น เช่น จุดแข็งของบางคน คือ ชอบทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก คนพวกนี้ฉลาดแต่ขี้เกียจ จะหาวิธีทำงานให้ง่ายและเสร็จเร็วที่สุด ควรมอบหมายงานที่ท้าทายความคิด และให้พวกเขามีอิสระเต็มที่






























