แม้ว่าเทรนด์การประกอบอาชีพอิสระ หรือเป็นเจ้าของกิจการเองด้วยการทำธุรกิจส่วนตัว จะดูเป็นเทรนด์ที่คนรุ่นใหม่หลาย ๆ คนสนใจ เพราะมองว่ามันอิสระและดูคูลกว่าการเป็นลูกจ้างตามบริษัท รวมถึงรู้สึกว่าการนั่งทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน ใช้ชีวิตติดหน้าจอ และต้องเดินทางเข้าออฟฟิศทุกวันเป็นเรื่องล้าสมัย แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกว่าเป็นลูกจ้างเขาแบบนี้แหละดีแล้ว หลัก ๆ คือความเสี่ยงในชีวิตมันดูน้อยกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเราไม่ได้เป็นคนมีเงินถุงเงินถังหรือสายป่านยาวมากพอที่จะลองผิดลองถูกไปเรื่อย ๆ และล้มลุกคลุกคลานได้บ่อยครั้ง
อันที่จริง การเลือกที่จะเป็นมนุษย์เงินเดือน เลือกที่จะเป็นฟรีแลนซ์ หรือเลือกที่จะทำธุรกิจส่วนตัว ต่างก็มีข้อดี ข้อเสีย และความเสี่ยงด้วยกันทั้งนั้น เพียงแต่จะแตกต่างกันออกไป อย่างข้อเสียหลัก ๆ ของพนักงานประจำก็คือ รวยยากและไม่ค่อยมีอิสระในชีวิต เวลาส่วนตัวก็หายาก ที่สำคัญคือการถูกมองว่าเป็นแค่ลูกจ้าง แต่มันก็มีข้อดีอื่นที่ทำให้หลายคนเต็มใจที่จะเป็นลูกจ้างต่อไป ดีกว่าจะออกมาหาความเสี่ยงและหาน้ำบ่อหน้าที่ไม่รู้ว่าบ่ออยู่ตรงไหน
มาดูกันว่าข้อดีของการเป็นพนักงานประจำ หรือมนุษย์เงินเดือนนั้นมีอะไรบ้าง
เงินเดือนมีให้ใช้สม่ำเสมอ
ข้อดีของการเป็นพนักงานประจำ หรือ “มนุษย์เงินเดือน” ก็คือ มีเงินเดือนให้ใช้อย่างสม่ำเสมอทุกเดือนนี่เอง เงินจะถูกโอนเข้าบัญชีตามระบบทุกเดือน และจำนวนเงินก็จะแน่นอนตามเกณฑ์เงินเดือนของตำแหน่งที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้น อาจมีการปรับขึ้นเงินเดือน หรือหากถูกลงโทษก็อาจถูกลดเงินเดือนได้ แต่ส่วนใหญ่ทางบริษัทจะแจ้งให้ทราบก่อน นอกจากนี้ ไม่ว่าบริษัทจะมีกำไรหรือขาดทุนบ้าง ก็ไม่ได้กระทบต่อรายได้ต่อเดือนของพนักงาน เว้นแต่ความเดือดร้อนในวงกว้างอย่างช่วงโรคระบาด ที่กระทบทั้งระบบเศรษฐกิจ บริษัทก็จะตกลงกับพนักงานก่อนเรื่องการปรับลดเงินเดือน
ความมั่นคงแน่นอนกว่า ไม่ต้องบริหารความเสี่ยงด้วยตนเอง
ข้อดีนี้เป็นจุดเด่นที่สุดของการทำงานประจำเลยก็ว่าได้ ตรงที่อะไร ๆ มันแน่นอนกว่า พอจะคาดการณ์ล่วงหน้าได้ และไม่ต้องมาบริหารความเสี่ยงใด ๆ ด้วยตัวเอง อย่างน้อยที่สุดเลยก็คือการมีเงินเดือนให้กินให้ใช้ทุกเดือน แม้ว่าโอกาสจะถูกบริษัทลอยแพมันก็มี แต่ถือว่ายังมั่นคงกว่าการเป็นเจ้าของกิจการ (ซึ่งตรงนั้นเราอาจต้องดูแลลูกจ้างเราด้วย) หรือมีอาชีพอิสระ มนุษย์เงินเดือนมีหน้าที่แค่ทำงานให้ดี ได้ตามเป้า มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ จัดการปัญหางานของตนเองและพัฒนาตนเองอยู่เสมอเท่านั้น เรื่องในการบริหารความเสี่ยงขององค์กรไม่ใช่หน้าที่ของพนักงานธรรมดา
สมัครบัตรนู่นนั่นนี่ง่ายกว่า
นี่คือข้อดีของมนุษย์เงินเดือนที่ทำเอาหลายต่อหลายคนปลื้มอกปลื้มใจนักหนา หากฐานเงินเดือนของคุณถึงตามเกณฑ์ที่จะสมัครบัตรเครดิตได้ และเกณฑ์การทำงานตรงตามเงื่อนไข มีเอกสารยืนยัน ตัวอย่างเช่น อายุตัวเองถึง อายุงานถึง มีสำเนาบัญชีธนาคารที่เงินเดือนเข้า-ออกย้อนหลัง มีใบรับรองการทำงาน มีสลิปเงินเดือน มีประวัติการจ่ายเงินประกันสังคม เป็นต้น โอกาสที่จะมีใบเครดิตไว้ใช้งานสักใบก็ง่ายกว่าการเป็นเจ้าของกิจการ (ขนาดเล็ก) เอง หรือประกอบอาชีพอิสระ ที่อาจจะมีการขอเอกสารเพิ่มเติมหรือกำหนดเกณฑ์รายได้ที่เข้มงวดกว่า
มีสวัสดิการ
สิ่งที่หลายคนคาดหวังจากการเป็นพนักงานประจำ นอกจากจะมีเงินกินทุกเดือน หรือมีความมั่นคงในระดับหนึ่งแล้ว สวัสดิการคือสิ่งที่พนักงานประจำมองหา ยิ่งบริษัทไหนสวัสดิการดี คนทำงานอาจใช้เป็นเกณฑ์การพิจารณารองลงมาจากเงินเดือนเลย ส่วนของสวัสดิการจะช่วยให้พนักงานรู้สึกอุ่นใจที่ได้ทำงานอยู่กับบริษัทแห่งนี้ ได้รับความสะดวกสบายในการทำงาน มีความมั่นคงและมีหลักประกันที่แน่นอนขึ้น สวัสดิการทั่วไปก็เช่น เบี้ยขยัน โบนัส ค่ารักษาพยาบาลบุคคลในครอบครัวของพนักงาน ค่าเล่าเรียนลูก ประกันชีวิต การศึกษาต่อ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นต้น
โอกาสในการพัฒนาตนเอง
หลายบริษัทส่งเสริมให้พนักงานได้พัฒนาตนเอง เช่น การจัดอบรม สัมมนา เรียนต่อ โดยจัดเป็นสวัสดิการ เป้าหมายก็เพื่อให้พนักงานนำมาใช้ในการทำงาน แต่ก็มีโอกาสในการพัฒนาตัวเองที่พนักงานอาจจะไม่รู้ตัว เพราะการเป็นพนักงานประจำที่แต่ละบริษัทมีพนักงานหลายคน อาจมีการแข่งขันกันระหว่างเพื่อนร่วมงาน มีการวัดและประเมินผลงานของแต่ละคน การได้ร่วมงานกับเพื่อนร่วมงานเก่ง ๆ จึงมีโอกาสเรียนรู้จากพวกเขา หรือการเผชิญหน้ากับความท้าทายของงาน ถ้าไม่ดิ้นรนพัฒนาตนเอง เราก็อาจจะอยู่ไม่รอด จึงถือเป็นความจำเป็นชนิดที่บีบบังคับกลาย ๆ
มีสังคมกับเพื่อนร่วมงาน
ต่อให้บริษัทเล็กแค่ไหน ก็คงไม่มีองค์กรไหนที่จ้างพนักงานคนเดียวเป็นทุกอย่างของบริษัทหรอก (แบบมีแค่นายจ้างและพนักงานคนเดียว) ขนาดบริษัทเล็ก ๆ อย่างน้อย ๆ ก็ต้องมี 4-5 คน นั่นหมายความทุกวันทำงาน เดินเข้าออฟฟิศมาก็ต้องเจอคนเหล่านี้ ทำงานที่บ้านก็ยังต้องคุยงานกับพวกเขา แม้ว่าการมีเพื่อนร่วมงานอาจไม่ใช่เรื่องน่าพิสมัยสำหรับใครหลายคน แต่ต้องยอมรับว่ามันฝึกการเข้าสังคมของเราได้ดี การต้องอยู่กับคนที่มีความแตกต่างหลากหลายให้ได้ อาจได้มิตรภาพ ได้ศัตรู เป็นโรคประสาท มีคู่หูที่ดีในการทำงาน แก้ปัญหา และเรียนรู้บางอย่างจากกันและกัน






























