Squid Game เกมนรกสุดโหด คนแพ้ตาย!

ภาพจาก Soompi

คำเตือน (จริงจัง) ซีรีส์เรื่องนี้ไม่เหมาะกับคนขวัญอ่อน คนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เพราะการดำเนินเรื่องมันโหดเลือดสาด ดิบ เถื่อน ลุ้นระทึก บ้าระห่ำของแท้ บางตอนมีเนื้อหาอ่อนไหวชวนหดหู่ จิตตกได้ง่ายมาก อาจกระทบกระเทือนกับจิตใจอย่างแรงในหลาย ๆ ฉาก ยิ่งหากใครดูทีเดียวแบบยิงยาว 9 ตอน 9 ชั่วโมง หมายความว่าคุณจะได้ดูฉากคนโดนยิงหัวสมองไหล คนตายร่างเละ เลือด ตับไตไส้พุงกองข้างนอก หรือถูกควักลูกตา ได้ตลอด 9 ชั่วโมงนั่นเอง อ่านได้คอลัมน์นี้ได้ แต่ถ้าใจไม่ถึง งดดู! (งดที่แปลว่าทำได้อยู่) แต่เตือนแล้วนะ

Squid Game เป็นซีรีส์แนวเล่นเกมล่าเงินรางวัลมหาศาล ไปพร้อม ๆ กับการเอาชีวิตรอดกลับมาใช้เงินให้ได้ จาก Netflix โดยเพิ่งปล่อยเรื่องอย่างเป็นทางการแบบทีเดียวจบ เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (ศุกร์ที่ 17 ก.ย.) จำนวน 9 ตอนจบ ตอนละประมาณ 1 ชั่วโมง

เรื่องย่อคร่าว ๆ คือ เกมนี้เป็นเกมที่รวบรวมคนจำนวน 456 คน มาเล่นเกมแข่งกัน แต่ละเกมล้วนเป็นเกมการละเล่นในวัยเด็กทั้งสิ้น เพราะมันเป็นเกมเด็กเล่น เลยดูเป็นเกมที่ไม่มีอะไรยาก แต่ความจริงแล้วกลับไม่มีอะไรง่ายเลย

ตัวเอกของเรื่อง (ขอเรียกว่าพระเอกละกัน) เป็นชายวัยใกล้ 50 ปี ติดการพนัน ติดเหล้า และเกาะแม่กิน เขามีภรรยาที่หย่าร้างกันไปได้ 3 ปี และลูกสาววัย 10 ขวบ เขาเป็นพ่อที่รักลูกมาก แต่ก็ไม่เอาไหนมากด้วยเช่นกัน ใช้ชีวิตแบบห่วยแตกขั้นสุด เหลาะแหละ โลเล สร้างหนี้สินไว้มหาศาล แถมยังชอบขโมยเงินแม่ใช้ด้วย

คน 456 คน ต้องมาแข่งขันกันเอาตัวรอดด้วยการเล่นเกม 6 เกม ในสถานที่ที่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าคือที่ไหน เงื่อนไขของการเล่นเกมมีแค่ 3 ข้อ คือ ผู้เล่นหยุดเล่นเองไม่ได้ ผู้เล่นที่ไม่ยอมเล่นเกมจะตกรอบ และจะสามารถหยุดเกมได้ ถ้าผู้เล่นเกินครึ่งยินยอม เหมือนไม่มีอะไรยากเลยใช่ไหม ผู้เล่นทั้งหมดจึงต่างสมัครใจเล่นและยินยอมรับเงื่อนไขง่าย ๆ นี้ โดยไม่รู้ว่าความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม

ภาพจาก Soompi

ส่วนแก่นของเรื่อง จะสื่อถึงเรื่องของชนชั้น ความจน ความรวย ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนและคนรวย และความเสมอภาคและเท่าเทียม ซึ่งถือว่าทำออกมาได้ดีทีเดียว แม้ว่าเนื้อเรื่องบางส่วนจะขัดหูขัดตาไปบ้าง หรือมีตรรกะที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไร แต่พอมานึกดูดี ๆ ชีวิตจริงของคนเรามันก็ไม่ได้ทำอะไรสมเหตุสมผลไปทุกอย่างหรอก โดยเฉพาะคนที่มีเงิน มีอำนาจ คนที่คิดว่าควบคุมคนอื่นได้ ทำอะไรก็ได้ไม่จำเป็นต้องมีเหตุมีผล ใครเดือดร้อนช่างมัน เอาที่สนุกตัวเองเป็นพอ ตรงนี้สะท้อนความจริงของสังคมปัจจุบันเป็นอย่างดี

อ้อ!!! ใครที่เป็นแฟนคลับลุงยักษ์ กงยู เรื่องนี้เขาแวะมาทักทายเป็นนักแสดงรับเชิญด้วยนะ ออกมาไม่มาก แต่ออกมาทีคือหล่อลากจริงจัง เปิดมาดูกงยูแค่นี้ก็คุ้มแล้วมั้ง

สำหรับตอนจบ เรื่องจบแบบปลายเปิดและไม่สรุปขมวดปมอะไรให้เลย การจบแบบนี้ อาจเตรียมทำภาคต่ออยู่ก็เป็นได้เนื่องจากฟีดแบ็กหลังจากที่ปล่อยซีรีส์ออกมาได้เพียง 3 วัน ก็ทำสถิติเป็นซีรีส์เกาหลีที่ได้รับความนิยมสูงสุดใน Netflix ด้วยคะแนน 562 คะแนน เอาชนะ Sweet Home เจ้าเก่าที่เคยทำไว้ที่ 428 คะแนน และได้รับความนิยมติดอันดับ 1 ของ Netflix ในหลายประเทศ แบบนี้เป็นไปได้สูงเลยว่าตอนนี้อาจกำลังเตรียมทำภาคต่อแล้วก็ได้

คนที่จนตรอก เดิมพันด้วย “ชีวิต” ก็ย่อมได้

เมื่อพูดถึงเล่นเกม ภาพความไร้สาระ ไม่มีประโยชน์ เสียเวล่ำเวลาอาจปรากฏขึ้นในมโนภาพของหลาย ๆ คน นั่นคือภาพจำของเกมที่ดูจะไม่ค่อยจะมีดีอะไรเท่าไร แต่ Squid Game อาจจะทำให้ภาพจำเกี่ยวกับเกม โดยเฉพาะเกมกระละเล่นของเด็ก ๆ ติดลบลงไปอีก เพราะมันเป็นภาพความโหดร้าย ฆ่ากันตาย เลือดสาด หดหู่ จิตตก เพื่อสิ่งเดียวคือ “เงินรางวัล” จะกลายเป็นที่กล่าวถึงไปได้อีกนานเวลาที่มีคนพูดถึงเกม

อย่างที่บอกว่าเกมนี้รวบรวมผู้คนที่ใช้ชีวิตไม่ต่างจากเศษขยะจำนวน 456 คน แต่ละคนมีหนี้ก้อนโตที่ไม่สามารถใช้คืนได้ในชีวิตนี้ ทุกคนมีความแตกต่าง เช่นเพศ อายุ บางคนก็เป็นพวกอันธพาล ชั้นต่ำ บางคนก็เป็นอัจฉริยะ เป็นหมอ แต่ที่เหมือนกันคือ ทุกคนใช้ชีวิตระยำตำบอนอยู่บนโลกจริง ๆ ชีวิตยืนปากเหวก็ไม่ปาน พอมีคนยื่นข้อเสนอว่าเล่นเกมแล้วจะได้เงินรางวัลมหาศาล ความหวังก็เริ่มมา คิดว่าเล่นเกมมันง่าย ไม่ต้องไปทุ่มเทกับอะไรก็ไม่รู้มากมาย แค่เล่นเกมให้ผ่านก็พอ มันสนุกสนาน กดดัน แต่ก็ไม่น่ากลัวเท่าการหาเงินด้วยวิธีอื่น ๆ

ภาพจาก Soompi

คนจำนวน 456 คน ต้องมาแข่งขันกันเอาตัวรอดจากเกม 6 เกม โดยที่ไม่รู้ว่าความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม เมื่อแข่งแล้วแพ้ ไม่ใช่การออกจากเกม กลับบ้านไปใช้ชีวิตตามปกติ ไม่มีโอกาสที่น่ารักแบบนั้น ถ้าคุณแพ้ มันคือความตายของคุณ และทุกครั้งที่มีคนตาย เงินรางวัลก็จะเพิ่มขึ้น โดยเงินรางวัลเดิมพันมีสูงสุดถึง 45,600 ล้านวอน นั่นก็คือ ทุกชีวิตที่เสียไป มีมูลค่า 100 ล้านวอน กว่าจะรู้ว่าชีวิตตัวเองมีมูลค่าเดิมพันสูงขนาดนั้น เกมแรกก็พรากชีวิตผู้เล่นคนอื่น ๆ ไปเกินครึ่งแล้ว นั่นทำให้หลายคนอยากจะออกจากเกมนรกนี่แล้ว

แต่หลังจากที่เฉลยจำนวนเงินมหาศาลที่รออยู่ ซึ่งจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีคนตกรอบ ยังยืนยันจะออกจากเกมหรือไม่ หรือเล่นต่อไป เพราะรางวัลมันเย้ายวนเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่รู้ตัวเองดีว่ามีโอกาสแพ้มากกว่าชนะ ถ้าตกรอบ เท่ากับว่าจะไม่มีโอกาสได้สัมผัสเงินเลยสักแดง ไม่มีโอกาสได้อยู่หายใจแล้วด้วยซ้ำ ยอมแลกขนาดนั้นเลยจริง ๆ เหรอ? จะว่ายังไง ยังอยากเล่นต่อหรือไม่?

แน่นอนว่าผู้เล่นหลายคนยอมรับสภาพไม่ได้ ว่าการออกไปจากเกมโดยไม่มีอะไรติดมือกลับไปเลย มันก็ไม่ต่างอะไรกับการกลับไปดิ้นรนข้างนอก ใจหนึ่งอยากกลับบ้านไม่อยากแข่งอีกแล้ว แต่ใจหนึ่งก็อยากได้เงิน ถึงอย่างนั้น หากเลือกที่จะกลับบ้านก็ไม่แน่ว่าต้องตายอยู่ดี สู้ลงแข่งไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ วัดดวงกันเลย

ภาพจาก Soompi

เพราะมันจะต่างอะไร เกมนี้เหมือนอยู่ในนรกก็จริง ออกไปก็นรกบนดินเหมือนกัน “ถ้าจะให้ออกไปแล้วตายเหมือนหมาข้างถนน สู้ดิ้นรนแล้วตายในนี้ดีกว่า” การนั่งรอความตายและชีวิตแบบไม่มีความหวังเลยอยู่ข้างนอก กับการอดทนฝืนใจเล่นเกมนรกนี่ต่อ ใครจะรู้ เราอาจจะชนะเป็นอันดับหนึ่งในเกม และได้รางวัลทั้งหมดนั่นกลับบ้านก็ได้

เป็นเรื่องธรรมดาของคนที่กำลังจนตรอก หันไปทางไหนก็ไม่มีที่พึ่ง มันก็คงต้องวางเดิมพันไว้กับอะไรบางอย่าง แต่จะมากขนาดที่วางเดิมพันด้วยชีวิตของตัวเองหรือเปล่านั้น มีแค่คนที่เคยเผชิญสถานการณ์นั้นมาแล้วถึงจะรู้ ถ้ามันหมดความหวังใด ๆ แล้ว เดิมพันด้วยชีวิตงั้นเหรอ หลายคนคงตอบว่า “ย่อมได้” ทั้งที่อันตรายมาก และไม่รู้ว่าจะเอาชีวิตรอดกลับบ้านได้ไหม หลายคนจึงสมัครใจจะเล่นเกมต่อ เพราะสังคมข้างนอกบีบคั้นจนคนพวกเขาไร้ทางออก อยู่ไปก็บัดซบเหมือนตกนรก มาตายเอาดาบหน้าด้วยการเล่นเกมอยู่ในนี้ดีกว่า

สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “มนุษย์” เชื่อใจได้แค่ไหนกัน

คู่ตรงข้ามของเชื่อใจ คือ การหักหลัง คนที่เคยเผชิญกับการถูกหักหลังมาแล้ว จะรู้ดีว่ามันเป็นยังไง พอต้องเข้ามาอยู่ในเกมนรกนี้ เพื่อเอาชีวิตรอด เราจำเป็นต้องฆ่าคนอื่นในเกม “ถ้าเราไม่ฆ่าเขา เขาก็ฆ่าเรา” แล้วใครจะยอมโดนฆ่าได้ง่าย ๆ ขนาดนั้น

ภาพจาก Soompi

ความกดดันและบีบคั้นหัวใจของซีรีส์เรื่องนี้ มันเล่นกับ “ความเชื่อใจ” ของมนุษย์ด้วยกัน จริง ๆ แล้ว ไม่ว่าเราจะทำอะไร มันก็มักจะอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อใจอยู่แล้ว แม้กระทั่งการเชื่อใจตัวเอง แต่การเชื่อใจคนอื่น มันไม่ได้ตัดสินใจเชื่อได้ง่ายดายแบบนั้น คนที่สัญญากันว่าจะเป็นมิตรแท้ที่เดินออกไปจากเกมพร้อม ๆ กัน จะเชื่อใจได้แค่ไหน เกมคือสมรภูมิที่ไม่สามารถไว้ใจใครได้เลย เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ คนที่คิดว่าจะสู้ไปด้วยกัน เป็นเพื่อนกัน เมื่อถึงจุด ๆ หนึ่งก็อาจจะไม่ใช่มิตรแท้ ถ้าเขาต้องเลือก เขาอาจจะเลือกตัวเอง นี่คือความโหดเหี้ยมของจิตใจมนุษย์

ความบ้าดีเดือดของเกมทั้ง 6 เกมนี้ก็คือ ผู้เล่นต้องหาวิธีที่จะชนะให้ได้ ไม่เกี่ยงว่าจะวิธีไหน (ขอแค่ไม่โกงเกม เพราะผู้คุมเกมไม่ยอม) แต่ไม่ได้จำกัดว่าจะโกงคนอื่น ๆ หรือไม่ เพื่อนที่เชื่อใจเราก็อยู่นอกขอบเขต อาจจะรู้สึกผิด ไม่อยากทำอยู่บ้าง แต่ถ้าคนชนะมีได้แค่คนเดียว ฉันขอเป็นคนนั้น และมันไม่ได้กำหนดไว้ในเงื่อนไข 3 ข้อ นั่นเท่ากับว่ามีอะไรก็ดีก็ขุดมาใช้ให้หมด ชั่วได้แค่ไหนโชว์ออกมา ฆ่ากันเองก็ย่อมได้ ขอแค่ตัวเองชนะ คนอื่นช่างมัน

ภาพจาก Soompi

ถ้าการเชื่อใจมันยากขนาดนั้น แต่เราก็ยังต้องหวังพึ่งพาการเชื่อใจ แม้ว่าความจริงมันจะหดหู่ แต่เราไม่มีทางเลือก “เราไม่ได้เชื่อใจคนอื่นเพราะว่าเขาน่าเชื่อหรอก แต่เราเชื่อเพราะไม่มีอย่างอื่นให้พึ่งพิงอีกแล้วต่างหาก” ความโลภของมนุษย์พาคนไปได้ไกลกว่าที่คิด เราสามารถฆ่ากันได้ด้วยความเลือดเย็น ไร้ซึ่งสำนึก และความรู้ผิดชอบชั่วดีทั้งหมด

ความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ มันจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน

มาจากความเชื่อใจ ที่พังลงได้เพราะการหักหลังกันและกัน มันก็มาจากความเห็นแก่ตัวนั่นเอง ทุกคนทำทุกทางเพื่อให้ตัวเองรอดโดยไม่จำกัดวิธี ยิ่งถ้าผู้ต่อสู้อ่อนแอ มันไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าน่าสงสาร แต่จะยิ่งง่ายต่อการถูกกำจัด

หลายคนรำคาญคาแรกเตอร์ของพระเอกที่ดีไม่สุดขั้ว ชั่วไม่สุดทาง แล้วมองว่าน้องชายของพระเอกเป็นคาแรกเตอร์ที่เรียลกว่าในแง่ของการเป็นมนุษย์ ตรงที่เพื่อเอาชีวิตรอด คนเรามันก็เห็นแก่ตัวกันทั้งนั้น เขาทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองรอด ต่างจากการเล่นเกมแล้วแพ้เอง มันอาจจะดูแฟร์ ๆ เพราะมันคือเกมที่เดิมพันด้วยชีวิตตั้งแต่แรก แต่น้องของพระเอกทำให้คนอื่นแพ้ (แล้วต้องตาย) จากการเชื่อใจ ต้องตายเพราะการโกงของคนที่เชื่อใจที่สุด มันคือสิ่งที่น่าหดหู่และเศร้าใจมาก

แต่จริง ๆ เราอาจจะลืมไปว่าความเรียลของมนุษย์ จริง ๆ แล้วคือเราต่างเป็นคนเทา ๆ ทั้งนั้น ไม่มีใครขาวสะอาดเกลี้ยงเกลาไร้รอยด่าง และก็ไม่มีใครที่ชั่วช้าจนหาดีไม่ได้ (แต่อาจหายากนิดนึง) เกมมันจะค่อย ๆ เผยระดับศีลธรรมของผู้เล่นออกมาเรื่อย ๆ ตัวตนด้านมืดจะค่อย ๆ ออกมา ถ้าอยากชนะก็ต้องสู้ทุกทางก็จริง แต่จะถึงขั้นหมดความเป็นคนไปเลยไหม อะไรเป็นตัวกำหนด

ตัวกำหนดคือ จิตสำนึกและความรู้สึกผิดชอบชั่วดี! การที่ต้องทนอยู่กับความรู้สึกผิดนี่แหละที่จะทำให้ทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิตที่เหลืออยู่

ภาพจาก Soompi

ถ้าดูดี ๆ จะพบว่าทั้งพระเอกและน้องพระเอกเป็นคนเทา ๆ เหมือนกันทั้งคู่ พระเอกเองนิสัยเดิมก็ใช่ย่อย แต่สิ่งที่ทั้งสองคนต่างกัน มันคือ “จิตสำนึก” และ “ความรู้ผิดชอบชั่วดี” ถึงชีวตเดิมพระเอกจะเคยห่วยแตกเหลวแหลกยังไง เขาก็ไม่ได้เลวพอจะฆ่าใครได้ มันคือสำนึกผิดชอบชั่วดีที่เห็นแก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เขาไม่ต้องการฆ่าใครตายได้เพื่อผลประโยชน์ตัวเอง แต่จะหาวิธีที่แย่น้อยที่สุด โกงก็ทำ แต่ไม่ใช่การลงมือฆ่าใครตายเอง และพระเอกเนี่ย มันมีเหตุการณ์ที่เป็นฟางเส้นสุดท้ายด้วย เขาถึงสำนึกได้และคิดว่าควรพอกันที่กับเกมที่ล่าชีวิตคนแบบนี้

ในขณะที่น้องพระเอก ยิ่งเล่นเกมก็ยิ่งแสดงด้านมืดออกมา จนไม่หลงเหลือความเป็นคนใด ๆ ทั้งสิ้นอีกต่อไป (หรือจริง ๆ แล้ว มันเป็นความเลวร้ายที่ซ่อนไว้ตั้งแต่แรก) เขาลงมือฆ่าคนที่ขวางทางเขา แม้แต่พี่ชายข้างบ้านที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก เขาก็ตั้งใจจะฆ่า เพราะพี่ชายคนนี้ขวางทางชนะของเขา

มีหลายคนที่คาดหวังกับซีรีส์เรื่องนี้มากจนเกินไป แต่สำหรับเราแล้ว คิดว่าดูเอาสนุก และเรียนรู้ในสิ่งที่ซีรีส์พยายามจะสื่อก็พอ เพราะตัวเนื้อเรื่องก็ทำได้ดี เรียกน้ำตาได้หลายฉากมาก แต่หลายคนอาจไม่ชอบว่ามันเดาง่ายเกินไป เอาเป็นว่าอย่าไปคิดมาก ซีรีส์เขาไม่ได้ทำมาให้เดา มันไม่ใช่ซีรีส์ปริศนาลุ้นระทึกฆาตกรรมแบบนั้น แก่นมันคือเพื่อเล่าเรื่องชนชั้น ความจน ความรวย ความเหลื่อมล้ำ ความเสมอภาคและเท่าเทียม และความโหดร้ายใจในคน ฉะนั้น ก็คงไม่จำเป็นต้องพยายามเดาทางให้หมดอรรถรสในการดูหรอก ปล่อยให้ไหลไปตามเรื่องจะอินกว่า

ภาพจาก Soompi

สำหรับลาสบอสนี่ค่อนข้างหักมุม กับตรรกะในการนั่งดูคนตาย ดูคนฆ่ากัน สนุก ๆ ขำ ๆ ต้องร้อง ห้ะ! อิหยังวะ แต่มันก็สมเหตุสมผลเรื่องความไร้ตรรกะของคนมีอำนาจดี ยังไงซะ พวกเขาเหล่านั้นก็มองคนที่ด้อยกว่าเป็นสิ่งไม่มีชีวิต ไม่มีค่าอยู่แล้ว

แต่ถ้าใครไม่สามารถทำใจให้สนุกกับความดิบ เถื่อน เลือดสาดได้ ก็อย่าได้หาดู เพราะมันหนักมากจริง ๆ มันจะทำให้รู้สึกดิ่งมาก ๆ แต่ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกว่าความเลือดสาดอะไรนั่นน่ากลัวจนพาจิตตก (นี่ฉันสายโหดหรอกเหรอ) ที่จิตตกจริง ๆ คือการเข้าใจความรู้สึกของตัวละครที่ถ่ายทอดมา สายโหดอาจจะบอกว่ามันโหดได้มากกว่านี้ แต่ส่วนตัวคิดว่าแค่นี้ก็โหดแล้ว โหดสุดตรงที่การดูแล้วอิน จนมูฟออนจากคำถามในใจตัวเองไม่ได้ว่า “ถ้าเป็นเราล่ะ จะเลือกอะไร จะเอาตัวรอดออกมายังไง” 😱