Home Uncategorized ถอดรหัสคำพูดเมื่อ “โค้ชซิโก้” ถอดหน้ากาก

ถอดรหัสคำพูดเมื่อ “โค้ชซิโก้” ถอดหน้ากาก

ภาพจาก FA Thailand
กระแสหน้ากากนักร้องซีซั่นแรกหมดไปหมาดๆ ซึ่งก่อนที่การแข่งขันซีซั่นสองกำลังจะเปิดฉากขึ้น หนึ่งในหน้ากากที่ขโมยซีนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเห็นจะเป็น “หน้ากากโค้ชซิโก้” หลังจากที่เจ้าตัวตั้งโต๊ะให้สัมภาษณ์กับสื่อดังของเมืองไทย ทั้งไทยรัฐทีวี,สำนักข่าวไทย และพีพีทีวี

หลายหลายคำพูดจากปากของ “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ผู้ที่เป็นโค้ชคนที่ 2 ต่อจากปีเตอร์ วิธ ที่พาทีมเข้าถึงรอบ 12 ทีมสุดท้ายเอเชีย ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก กลายเป็นถ้อยคำที่ทำให้แฟนที่เคยชื่นชอบ กลับไม่พอใจและมองเห็นอะไรหลายๆอย่างจากตัวอดีตโค้ช คำพูดเหล่านั้นมีอะไรบ้างลองย้อนกลับไปดูกันอีกครั้ง

“ผมตัดสินใจลาออกเพื่อให้สมาคมฯ ได้เดินต่อ เพราะเราประเมินแล้วคิดว่า เราเป็นตัวปัญหา คิดว่าทำทีมชาติไม่ได้ดั่งใจที่แฟนบอลต้องการ”

“ถ้าเราจะไปฟุตบอลโลกต้องไปกันทั้งหมด ล้มก็ล้มกันหมด แต่วันนี้เวลาล้มมันไม่มีใครเลย เรื่องอะไรจะไปต่อ เลยตัดสินใจลาออก”

“จากตอนแรกที่เข้ามาคุมทีมมีแฟนบอลแค่ 200-300 คน บางคนติดทีมชาติครั้งแรก ชื่อเสียงโนเนม แต่เราปลูกฝังให้มีน้ำใจนักกีฬา ไม่เกเร ไม่โอ้อวด สิ่งเหล่านี้เราชนะหมด แต่วันนี้แฟนบอล ผู้บริหาร ไม่คิดเหมือนเรา คิดถึงผลการแข่งขันอย่างเดียว”

“ผมมีเป้าหมายในแต่ละปี จะเอาแชมป์อะไรบ้าง ในอาเซียนเราได้แชมป์หมด แต่ฟุตบอลโลก(รอบ12ทีมสุดเท้าย)เราไม่ได้มาเล่นบ่อยๆ”

“ทุกคนอยากไปฟุตบอลโลก แต่วันนี้ทุกคนลืมว่า ตัวเองเป็นใคร”

“อยากด่าใครด่าเลย ตัวผมเองไม่มีปัญหา เพราะไม่สนใจโซเชี่ยลอยู่แล้ว”

“แต่ก่อนไม่มีใครอยากมาเล่นทีมชาติ เพราะกลัวโดนด่า แต่มาวันนี้ทุกคนมีความรักสามัคคีกัน ทว่าวันนี้ทุกคนมองเป็นความพ่ายแพ้ ผมเลยรับไม่ได้”

“การคว้าแชมป์ซีเกมส์ คว้าแชมป์ซูซูกิ คัพ มันไม่ใช่เรื่องง่ายในทุกวันนี้ เดี๋ยวคอยดูเดือนสิงหาคมนี้ มีซีเกมส์ที่มาเลเซีย จะทำได้หรือไม่”

“นักฟุตบอลพวกนี้คาบเกี่ยวชุดเก่าสมัยคุณวรวีร์ เด็กชุดนี้เรา(สมาคมฯ)ไม่ได้สร้าง แต่เรากำลังกินบุญเก่าอยู่”

“การตั้งเอคโคโน่ (บริษัท เอ็คโคโน่ เมธอด ซอกเกอร์ เซอร์วิส ที่เข้ามาดูแลทีมเยาวชน รุ่น 14 ปี , 16 ปี , 19 ปี และ 21 ปี) มาดูแลฟุตบอลเยาวชนทุกระดับ พี่เฮง (วิทยา เลาหกุล) เป็นประธานเทคนิค จะทำอะไรได้ ก็เป็นได้แค่เสือกระดาษเท่านั้น”

“วันนี้ผมไม่ได้ตั้งใจว่าอยากได้โปรไลเซ่นส์ (ใบอนุญาตการเรียนโค้ชระดับสูงสุดของเอเอฟซี) มาแล้ว แล้วมาบอกว่า ผมเป็นโค้ชโปรไลเซ่นส์ต่อจากพี่ง้วน (สุรชัย จตุรภัทรพงศ์) แล้วเอามาแปะข้างฝาไว้ มันไม่ใช่”