จากความชอบ กลายเป็นอาชีพสร้างรายได้หลักหมื่น อยู่บ้านก็ทำได้

นักรีวิวหรือ Reviewer ถือเป็นกลุ่มคนที่มีผู้ติดตามหรือให้ความสนใจบนสื่อโซเชียล เป็นสื่อกลางในการนำเสนอสินค้าและบริการ โดยเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์เผยแพร่ตามแพลตฟอร์ม เช่น บล็อก อินสตาแกรม เฟซบุ๊ก ยูทูบ แล้วมีคนสนใจติดตาม โดยส่วนใหญ่มักเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ตั้งแต่เด็กไปจนถึงวัยทำงาน การบอกเล่าข้อดี ข้อเสีย ความประทับใจที่เกิดขึ้นหลังจากการใช้สินค้าและบริการเพื่อให้ผู้ที่กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการตัดสินใจง่ายขึ้น

คุณตุ๊กตูน แพรวพรรณ ภักดีวรรณ เธอบอกกับ Tonkit360 ว่า “การเป็นนักรีวิว” ไม่เพียงสัก ๆ แต่ทำหรืออะไรก็ได้ งานทุกงานต้องสร้างจากความจริงใจและความใส่ใจ มันจะสามารถสร้างให้เรากลายเป็นแบรนด์หนึ่งแบรนด์ขึ้นได้ และสิ่งนี้เองจะทำให้เราประสบความสำเร็จในทุก ๆ งานที่ทำ แล้วอะไรที่ทำให้เธอกลายมาเป็นนักรีวิวสินค้าไปติดตามบทสัมภาษณ์นี้กันค่ะ

มาทำความรู้จัก “นักรีวิว” อาชีพใหม่ในยุคออนไลน์

คำว่า Influencer มันก็เหมือนกับคำว่า “รีวิว” ก็คือผู้เชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่งแล้วบอกต่อ มีการนำไปใช้จริง ๆ แล้วนำมาบอกต่อ นอกจากรีวิวแล้วก็จะมีในเรื่องของการไลฟ์ ซึ่งตอนแรกไม่ได้มองว่าการรีวิวมันเป็นอาชีพได้ก็คิดว่ารีวิวมันก็คือการรีวิว โดยส่วนตัวก็รู้อยู่แล้วว่ามีการจ้างรีวิว แต่คิดว่าอาชีพนี้คงได้เงินน้อยมาก ๆ แต่ในช่วงโควิดครั้งแรกที่มันเกิดขึ้นในประเทศไทยค่ะ ปกติทำงานด้านพิธีกรในงานอีเวนต์ พอโควิดเข้ามาเขาก็ไม่ให้จัดงาน เพราะงานพิธีกรต้องพบปะเจอผู้คน มีการสัมภาษณ์ดารา งานที่คนเยอะ ๆ แบบนี้เราก็ทำไม่ได้

พอทำไม่ได้ทำให้เราต้องกลับบ้านที่ต่างจังหวัด แล้วมันทำให้เรารู้ว่าหนึ่งเดือนที่เราอยู่ที่บ้านทำให้เราหาเงินไม่ได้แม้แต่บาทเดียว ตอนนั้นก็พูดกับตัวเองว่าเราจะเป็นคนไม่มีประโยชน์ทำอะไรไม่ได้แบบนี้ไม่ได้ ปัญหานี้ก็เลยทำให้เรามีความคิด “รับจ้างรีวิว” และนี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้พิธีกรอย่างเราเข้าวงการรีวิวสินค้า

รีวิวสินค้าประเภทไหนบ้าง

โดยส่วนใหญ่การรีวิวมันจะมีหมวดของมันอยู่เริ่มตั้งแต่หมวดบิวตี้ คำนี้มันจะรวมหมดทั้งสกินแคร์เครื่องสำอาง อาหารเสริม ง่าย ๆ คืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้เราสวยขึ้นนั่นแหละ อีกอันหนึ่งก็จะเป็นด้าน ไอที โทรศัพท์ แก็ดเจ็ต แล้วก็อาหารด้วยค่ะ ก็คือหลัก ๆ ก็จะมีสามอย่างที่รีวิวบ่อย ๆ

เป็นนักรีวิวต้องทำอย่างไรให้คอนเทนต์เราน่าสนใจ

มันมีหลายอย่างนะคะ บางอย่างเราก็เอามาลองใช้แล้วก็มีการบอกต่อแบบเรียล ๆ แต่สมัยนี้ถ้าเป็นคลิปแบบมานั่งพูดคนจะไม่ค่อยให้ความสนใจ บวกกับมีช่องทางในการบอกต่อเยอะมากเลย เช่น IGTV TIKTOK เพราะฉะนั้นเราต้องทำคอนเทนต์ที่ไม่เหมือนการขายของ ต้องทำคลิปให้เหมือนเรื่องทั่วไปแล้วมีการ Tie-in สินค้าไปด้วย ทำอะไรที่ไม่มาก ซึ่งแบบนี้มันทำให้เราต้องทำการบ้าน คิดคอนเทนต์

ยกตัวอย่างสินค้าชานมไข่มุกแคลอรี่ต่ำ ก็ต้องมาคิดแล้วว่าจะทำคลิปอย่างไร เนื้อหามันจะออกมาแบบไหน แล้วข้อมูลสินค้าจะใส่ตรงไหน เวลาเราทำงานลูกค้าจะให้แค่ข้อมูลสินค้า พอเราได้สินค้ามาต้องเอามาลองทานดูว่ารสชาติเป็นอย่างไร ทานแล้วผลที่ได้ออกมาเป็นอย่างไร ที่ต้องลองก่อนเวลาเราถ่ายคลิปจะทำให้เรามีอารมณ์ร่วมจริง ๆ กับตัวสินค้าเข้าไปด้วย แล้วก็เข้าสู่ขั้นตอนการถ่ายทำว่าเราจะถ่ายอย่างไร ภาพที่ออกมาจะเป็นแบบไหน เสร็จแล้วก็เอามาตัดต่อ ซึ่งขั้นตอนนี้อาจจะมีการลงเสียงแล้วก็ส่งงานลูกค้า ถ้าลูกค้าโอเคกับผลงานเราก็เอามาลงในช่องทางโซเชียลของเรา

จากความชอบกลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้หลักหมื่น

สิ่งที่เราทำมีหลายประเภทมีทั้งแบบลงโซเชียลและไม่ลงโซเชียล ถ้าไม่ลงราคาก็จะถูกลงมาหน่อย อันนี้คือทางแบรนด์เขาจะเอาไปลงช่องทางเขาเอง ถ้าเราลงในช่องทางของเราจะมีราคาลงโซเชียลเพิ่มเข้าไปยกตัวอย่าง ภาพนิ่งรีวิวเริ่มต้นที่ห้าร้อยบาท แต่ถ้าเป็นคลิปก็เริ่มที่หนึ่งพัน สองพันบาทถึงสามพันห้าร้อยบาท ถ้าเป็นลักษณะการเขียนบล็อกก็จะเริ่มตั้งแต่สองพันห้าถึงแบบห้าพันอะไรแบบนี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของการทำด้วย ตั้งแต่เริ่มทำมารายได้ที่เยอะที่สุดเคยได้ประมาณสี่หมื่นบาท เคยได้น้อยที่สุดในระยะแรก ๆ ที่เริ่มทำก็อยู่ที่ประมาณ เจ็ดถึงแปดพันบาทต่อเดือน มาตรฐานต่อเดือนที่รับตอนนี้อยู่ที่สองถึงสามหมื่นบาทค่ะ

ความต่างสามารถสร้างจุดเด่นให้คอนเทนต์น่าสนใจ

คนที่ดูคลิปเราเขาจะบอกว่าเราแสดงความเป็นตัวตนอยู่ในคลิปทุกคลิป คือเราไม่ได้ไปลอกเลียนแบบใครมา แล้วเราก็พูดเป็นสไตล์ของเราเอง อินเนอร์ของเราเอง ความรู้สึกของเราเอง ทุกคลิปมันเป็นสไตล์ที่เป็นตัวเราก็เลยทำให้จุดเด่นเราชัดเจน มีความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร อีกประเด็นหนึ่งคือการพูด คลิปไหนที่มีการพูดเยอะ ๆ คนก็จะชอบฟังอาจจะเป็นคนที่มีเสน่ห์ในการพูด เวลาพูดแล้วสามารถดึงดูดให้คนอยากซื้อตาม ทำให้ลูกค้าที่จ้างเราชอบมาก ลูกค้าเอาไปยิงแอดโฆษณาแล้วได้การตอบรับที่ดีมาก จนครั้งหนึ่งเคยมีแบรนด์เซรั่มตัวหนึ่งจ้างเรารีวิวซ้ำประมาณยี่สิบคลิป

ความใส่ใจเปรียบเสมือนต้นทุนช่วยสร้างความมั่นคงในอาชีพ

อาชีพรีวิว หรือ Influencer นักรีวิวต่าง ๆ มันเป็นอาชีพใหม่ที่ฮิตมากตอนนี้นะคะ สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องของการใส่ใจ เรื่องนี้ต้องใส่ใจทั้งลูกค้าที่จ้างเราทำงานออกมาให้มีคุณภาพ มีการส่งงานตรงเวลาไม่หนีหาย เรื่องนี้มักเจอบ่อยในกลุ่มรับรีวิวที่ได้ของแล้วหายไม่รับผิดชอบงานแบบนี้ก็มี เรียกว่าไม่ใส่ใจ หรืออีกประเภทหนึ่งคือ ไม่ใส่ใจในการนำเสนอ สัก ๆ แต่ทำให้มีงานออกมา โดยไม่คำนึงว่างานนั้นจะดีหรือมีคุณภาพหรือไม่

แม้แต่การถือสินค้าก็ต้องใส่ใจดูรายละเอียดหน้ากล่องหลังกล่อง เห็นโลโก้สินค้าหรือไม่ และที่สำคัญที่สุดคือใส่ใจกับคนที่ดูการรีวิวของเรา เราต้องดูให้เขาตั้งแต่ด่านหน้าเลยว่าสินค้านี้มีเลขที่จดแจ้งหรือยัง มี อย. ถูกต้องหรือไม่มีการตรวจสอบการแพ้ทุกครั้งถ้าเราไม่แพ้เราก็รีวิว เพราะถ้าสินค้าไหนที่เราใช้แล้วเราแพ้เราก็ไม่ควรรีวิว เพราะถ้ามีการรีวิวออกไปมีคนซื้อตามเราเขาก็อาจจะแพ้เหมือนเราก็ได้

คุณภาพของงานบอกตัวตนนักรีวิว

สำหรับใครที่อยากเป็นนักรีวิว เราดูงานของคนอื่นได้เพื่อเป็นตัวอย่างแล้วก็เอามาปรับให้เป็นตัวเราแล้วก็ทำให้เกิดผลงานชิ้นใหม่ดีกว่า ซึ่งการลอกเลียนแบบกันถึงจะมีการเอามาปรับแล้วโดยส่วนตัวเรื่องนี้คิดว่ามันคงไม่ดีแน่ ๆ เชื่อว่าถ้าใครอยากเป็นนักรีวิวทุกคนสามารถเป็นได้ต่อให้พูดไม่เก่ง ขอแค่มีใจรักก็สามารถทำได้แค่มีคำว่าเริ่มค่ะ พอเริ่มแล้วก็ลงมือทำแบบค่อยเป็นค่อยไป

จริง ๆ ตอนแรกที่ทำได้แค่เจ็ดร้อยบาทเองค่ะ แต่ก็อดทนแล้วพยายามทำต่อ จนทุกวันนี้ได้คลิปที่แพงที่สุดคือห้าพันเองค่ะ เราก็ยังทำต่อไปเพราะในใจลึก ๆ ก็หวังว่าเราจะกลายเป็นนักรีวิว หรือ Influencer ที่มีชื่อเสียง

ย้ำอีกครั้งนะคะสำหรับการทำงานในทุกสายงานทุกอาชีพสิ่งสำคัญคือการใส่ใจ ใส่ใจในเนื้องานใส่ใจกับเจ้าของงานที่จ้างเรา รวมไปถึงคนที่เป็นผู้บริโภคด้วยถ้าเราตั้งใจทำงานทุกงาน ทำทุกชิ้นอย่างเต็มที่ แบบคำพูดที่ว่า “จ้างร้อยเล่นล้าน” เชื่อว่าคนที่จ้างเราหรือคนที่ได้เห็นผลงานของเราเขาต้องเกิดความประทับใจแล้วทำให้เราอยู่ในสายงานนี้ได้นานแล้วก็จะเติบโตประสบความสำเร็จในอนาคตแน่นอนค่ะ