Home Work & Living Living ข้อผิดพลาดที่คนประสบความสำเร็จ จะไม่พลาดอีกเป็นครั้งที่สอง

ข้อผิดพลาดที่คนประสบความสำเร็จ จะไม่พลาดอีกเป็นครั้งที่สอง

ทุก ๆ คน ล้วนเคยทำผิดพลาดกันมาทั้งนั้น ซึ่งความผิดพลาดที่ว่าเนี่ยก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ซึ่งหากเราเคยผ่านความผิดพลาดมาแล้ว เราก็จะได้ประสบการณ์ และเรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างจากความผิดพลาดนั้น และเป็นกุญแจที่ไขสู่ความสำเร็จได้

ถึงจะว่าอย่างนั้น แต่สำหรับบางคน มันเป็นเรื่องค่อนข้างยากที่จะยอมรับข้อผิดพลาดของตัวเอง ทว่ารู้อะไรไหม? คนที่ประสบความสำเร็จคือคนรู้จักความผิดพลาด แต่เมื่อพลาดแล้วไม่ได้พลาดเลย พวกเขาจะค่อย ๆ เรียนรู้จากความผิดพลาดนั้นเพื่อเติบโต และก้าวต่อไปข้างหน้า ในทางตรงกันข้าม ถ้าพวกเขาไม่เคยเรียนรู้อะไรจากความผิดพลาดนั้นเลย พวกเขาก็จะติดอยู่ในวงจรความพ่ายแพ้ นั่นแหละคือความล้มเหลวที่แท้จริง!

เราสามารถทำผิดพลาดได้ และต้องไม่ถึงขั้นล้มเหลว นี่คือข้อผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุด 25 ข้อ ที่คนที่ประสบความสำเร็จล้วนเคยผิดพลาดมาก่อนแล้ว แต่…พวกเขาจะไม่ทำพลาดอีกเป็นครั้งที่สอง!

1. ไม่เชื่อสัญชาตญาณตัวเอง

บางครั้งเรารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติแน่ ๆ ประเด็นคือเราไม่สามารถอธิบายได้ว่าเกิดอะไรขึ้น สิ่งนั้นเรียกว่าสัญชาตญาณ แต่หลายคนเลือกที่จะไม่เชื่อมัน เพราะคิดว่าแค่รู้สึกไปเอง รวมถึงการไม่เชื่อในเรื่องของลางสังหรณ์ มองว่ามันไม่มีเหตุมีผล ซึ่งคนที่ประสบความสำเร็จล้วนเคยไม่เชื่อสัญชาตญาณตัวเองมาแล้วทั้งนั้น นั่นคือข้อผิดพลาดของพวกเขา นั่นสิ ทำไมเราถึงไม่เชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง ทั้งที่มันช่วยให้เรามองสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างระมัดระวังมากขึ้น และช่วยในการตัดสินใจได้

2. ไม่ถามคำถามที่ยาก

บางครั้งเราก็รู้สึกอึดอัดเมื่อต้องพยายามค้นหาข้อเท็จจริงบางอย่าง เพราะมันอาจจะดูเป็นคนสอดรู้สอดเห็นมากเกินไป รวมถึงกลัวว่าจะล้ำเส้นด้วย แต่ถ้ามันจำเป็น ต่อให้เริ่มต้นยากแค่ไหนก็ควรต้องถาม อย่าเพิกเฉยความอึดอัดใจของตัวเอง ให้พยายามตั้งคำถาม และหาคำตอบเพื่อให้ตัวเองมีข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่ต้องการ

3. ยึดติดอยู่กับความปลอดภัย

การระวังภัยนั้นเป็นเรื่องที่ดี ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนเราจะกลัวความผิดพลาด แต่จริง ๆ แล้วนี่แหละคือข้อผิดพลาด เพราะถ้าไม่เสี่ยงดูบ้าง จะได้พบกับความสำเร็จได้อย่างไร คนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่กล้าที่จะเสี่ยง แรก ๆ ก็ต้องมีล้มลุกคลุกคลาน ลองผิดลองถูกกันบ้าง พวกเขาเองก็เคยกลัวมาก่อนเช่นกัน ถึงอย่างนั้นก็มีบางอย่างที่ผลักดันให้พวกเขาลองเสี่ยงกับสิ่งใหม่ดู และลองพลาดเพื่อให้มีประสบการณ์ ซึ่งดีกว่ายึดติดอยู่กับความปลอดภัยแล้วรอให้โอกาสวิ่งเข้ามาหา ออกจะน่าเบื่อเกินไปหน่อยนะแบบนั้น

4. ยึดติดความสมบูรณ์แบบ

โลกนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ 100 เปอร์เซ็นต์หรอก เป็นเรื่องปกติที่เราจะพลาดโอกาสที่ดีที่สุดไป ไม่ก็เชื่อใจคนผิด หรือหลงอยู่กับอะไรก็ตามที่เกินความเป็นจริง คนที่ประสบความสำเร็จก็เคยตกหลุมพรางนี้มาแล้ว ตั้งแต่นั้น ก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจ พวกเขาจะสงสัยและตั้งคำถามก่อนเสมอ เพื่อให้มีเป้าหมายในอนาคตที่แน่นอนยิ่งขึ้น

5. โทษคนอื่น

เป็นจิตวิทยาในการปกป้องตนเอง ยิ่งถ้าเรารู้สึกว่าล้มเหลว เราก็พยายามจะตำหนิหรือกล่าวโทษผู้อื่นเพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองผิด แต่เราก็ไม่ค่อยอยากยอมรับข้อผิดพลาดของตัวเองเท่าไรนัก ในขณะที่คนที่ประสบความสำเร็จจะรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำผิดพลาด และพร้อมที่จะเติบโตจากความผิดพลาดนั้น นั่นทำให้เขาดูเป็นคนที่น่าศรัทธาและน่าเคารพในสายตาคนอื่น

6. ใช้อารมณ์ขับเคลื่อนการตัดสินใจ

เป็นเรื่องปกติที่คนเราจะใช้อารมณ์เข้ามาแทนที่ตรรกะ แม้กระทั่งคนที่มีเหตุมีผลที่สุดก็ยังมีอารมณ์ความรู้สึกอยู่ดี พวกเขารู้ดีว่าการมีอารมณ์เชิงลบแบบนี้ไม่ได้ดีต่อการตัดสินใจ แต่ความโกรธมักไม่เข้าใครออกใคร จนนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ ซึ่งคนที่ประสบความสำเร็จจะไม่ปล่อยให้อารมณ์ครอบงำการตัดสินใจอีกเป็นครั้งที่สอง!

7. หมดไฟ

ไม่มีใครประสบความสำเร็จได้โดยไม่ทำงานหนักและความไม่อุตสาหะพากเพียร คนที่ประสบความสำเร็จจะรู้จักการสร้างสมดุลให้ชีวิต การบ้างานหนัก ๆ รังแต่จะทำให้เครียด เครียด และเครียดไปยาว ๆในที่สุดก็จะเบื่อหน่ายกับชีวิต หาเวลาเติมพลังให้ตัวเองและผ่อนคลายความเครียดเสียบ้าง แล้วจะรู้ว่ามันดีมากเมื่อเรากลับมาทำงาน

8. ใช้ทางลัด

ชีวิตนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย ๆ ด้วยทางลัดหรอก การพยายามจะใช้ทางลัดมักจะล้มเหลวได้อยู่เสมอ อย่างน้อยที่สุดคือให้ผลลัพธ์ไม่เต็มที่ คนที่ประสบความสำเร็จอาจเคยพยายามใช้ทางลัดเพียงครั้งเดียว ก่อนที่จะรู้ว่ามันยากกว่าที่จะใช้เส้นทางลัดก้าวไปหาความสำเร็จ

9. พยายามจะทำให้ทุกคนพอใจ

คนเราแสวงหาการยอมรับจากผู้อื่น ทุกคนอยากเป็นที่ชื่นชมชื่นชอบ แต่คนที่ประสบความสำเร็จจะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้ทุกคนพึงพอใจในสิ่งที่เราทำ ทุกคนมีความเห็น มีความรู้สึก มีอคติ คนที่ไม่พอใจ ไม่ว่าเราจะพยายามแค่ไหนก็ตามเขาก็ไม่พอใจ มีคนรักก็ย่อมมีคนเกลียด นี่คือสัจธรรมของชีวิต การพยายามทำให้ทุกคนพอใจนั้นทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง พวกเขาจึงเน้นไปที่กลุ่มเป้าหมายและเป้าหมายที่ชัดเจนแทน

10. ดื้อแพ่งที่จะเปลี่ยนความคิด

ความดื้นรั้นมีความสำคัญต่อการประสบความสำเร็จก็จริง ถึงอย่างนั้นมันก็มีเส้นกั้นบาง ๆ ระหว่างการตั้งใจมุ่งมั่นกับการดื้อแพ่ง การทำงานหนักและความพากเพียรอย่างเต็มที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมาย แต่ก็ควรยืดหยุ่นไปตามสถานการณ์ อย่าปฏิเสธที่จะเปลี่ยนความคิด เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์แล้วพบว่าไม่เป็นผลดีที่จะดื้อดึง ยิ่งจะทำให้พบกับความล้มเหลว และไม่มีทางประสบความสำเร็จได้ถ้ายังดันทุรังเชื่อและทำในสิ่งที่ไม่เหมาะกับสถานการณ์

11. หวังผลที่น่าพึงพอใจในทันที

ในเมื่อหว่านพืชเราก็ย่อมหวังผลอยู่แล้ว แต่หลายคนก็รีบเกินไปที่จะเห็นผลลัพธ์ เราอยู่บนโลกที่ต้องรอคอยบ้างเพื่อให้เห็นผลบางอย่าง การบรรลุเป้าหมายต่าง ๆ ล้วนต้องใช้ทั้งเวลา ความพากเพียร และการทำงานหนัก คนที่ประสบความสำเร็จจะรู้ซึ้งถึงคำว่า “ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม” คุณค่าของความพึงพอใจนั้นไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่ากับความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ

12. เสียเวลาทำสิ่งที่ไม่ถนัด

คนเราไม่ได้เก่งไปซะทุกอย่าง เพราะฉะนั้น ก็ย่อมมีงานที่ถนัดและไม่ถนัดเช่นกัน คนที่ประสบความสำเร็จจะมีความมุ่งมั่นอย่างมากในการพิชิตเป้าหมายและความฝันสูงสุด ก่อนหน้านี้พวกเขาก็อาจเคยงมอยู่กับงานที่ตัวเองไม่ได้ชอบ ไม่ได้ถนัด หรือถึงขั้นต้องทนทุกข์ทรมาน มาเหมือนกัน แต่พวกเขาจะไม่ยอมเสียเวลา เสียสุขภาพจิตอีกแล้ว ไม่ว่าเงินเดือนจะมากแค่ไหนก็ตาม

13. โกหก

คนเราคาดหวังว่าความซื่อสัตย์คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ทุกคนควรมี แต่คนที่ประสบความสำเร็จก็เคยผิดพลาด จากการผิดคำพูดหรือโกหกมาแล้วเหมือนกัน ซึ่งพวกเขาจะไม่ทำอีกเป็นครั้งที่สอง เพราะพวกเขาเห็นคุณค่าของชื่อเสียงและมันไม่คุ้มเลย ที่จะต้องจ่ายค่าโกหกราคาแพง ด้วยการทำลายความน่าเชื่อถือหรือความน่านับถือไป

14. ไม่กำหนดขอบเขต

การทำงานโดยไม่กำหนดขอบเขต ไม่รู้ว่าต้องทำไปถึงเมื่อไร ต้องไปสิ้นสุดที่ตรงไหน อาจทำให้เราต้องใช้ทั้งเวลาและพลังงานไปกับสิ่งที่ไม่อยากทำ และรู้สึกอ่อนล้าเต็มที คนที่ประสบความสำเร็จจะรู้ขีดจำกัดของตัวเอง และรู้ว่าขีดความสามารถของตัวเองอยู่ตรงไหน ถ้าหากจำเป็น พวกเขาจะปฏิเสธได้หากมันเกินขอบเขตของพวกเขา โดยแสดงออกอย่างสุภาพ เพื่อให้คนอื่นรู้ว่าเส้นอยู่ตรงไหน

15. ไม่เป็นตัวของตัวเอง

การพยายามเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง เพราะพยายามจะให้ตัวเองอยู่ในภาพลักษณ์ที่คิดว่าคนอื่นจะชอบ คนที่ประสบความสำเร็จจะรู้ดีว่าการเป็นคนอื่น ไม่เป็นตัวของตัวเองมันยากและรู้สึกแย่แค่ไหน ที่สำคัญ มันจบไม่ค่อยสวย เพราะฉะนั้น พวกเขาจะไม่ทำให้ตัวเองกลายเป็นคนที่ไม่จริงใจ หลอกลวงคนอื่นและหลอกลวงแม้กระทั่งตัวเอง

16. จมอยู่กับความผิดหวัง

คนที่ประสบความสำเร็จทุกคนเคยผิดหวังมาแล้วทั้งนั้น พวกเขาก็เคยรู้สึกผิดและสมเพชตัวเองเหมือนกัน แต่พวกเขาจะลุกขึ้นยืนกลับมาอย่างรวดเร็ว ไม่คิดว่าตัวเองเป็นเหยื่อ เพื่อหวังความเห็นอกเห็นใจจากผู้อื่นหรือหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบอะไร ไม่หมกมุ่นกับความรู้สึกผิดหรือหมดหนทาง พวกเขาจะสู้เพื่อจะเอาชนะให้จงได้

17. สัญญาอะไรที่ไม่แน่ใจว่าทำได้ไหม

กฎทองของการทำธุรกิจ คือ ไม่สัญญาอะไรที่เกินจริงหรือเกินความสามารถของตัวเอง เพราะจะทำให้ลูกค้าคาดหวังในตัวเราสูงจนเกินไป ซึ่งในที่สุดหากทำไม่ได้อย่างที่พูด ทุกอย่างก็จะพัง คนที่ประสบความสำเร็จเองก็เคยเที่ยวไปสัญญาอะไรที่ยิ่งใหญ่ไว้ แต่พอทำไม่ได้ ความผิดพลาดนั้นก็จะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเรา จำไว้ว่าคำพูดคือพันธะที่ผูกมัดเรามัดไว้ ถ้าให้จะให้คำมั่นสัญญากับใคร เรื่องอะไร ต้องแน่ใจว่าสามารถทำได้จริงได้

18. ไม่ขอความช่วยเหลือ

ไม่มีใครที่ประสบความสำเร็จทุกอย่างได้ด้วยตัวเองโดยไม่พึ่งความช่วยเหลือจากผู้อื่นเลย เราอาจเข้าใจผิดว่าการจะประสบความสำเร็จได้คือการทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ช่วงแรก คนที่ประสบความสำเร็จจะดื้อรั้น และเชื่อมั่นในตัวเองมาซะจนไม่ยอมให้ใครช่วย แต่ในไม่ช้า พวกเขาจะเรียนรู้ว่าบางอย่างคนเราก็ต้องการความช่วยเหลือ อย่างน้อยก็คือสิ่งที่เราไม่ถนัด อีกทั้งยังพบว่ามีคนรอบข้างมากมายที่พร้อมจะช่วยเหลือ

19. ไม่มองภาพรวม

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะหลงทางเพราะความกดดัน ความเร่งรีบ และความคึกคะนอง ทำให้ละเลยการมองภาพรวมและเป้าหมายหลักไป โดยคนที่ประสบความสำเร็จจะรักษาเป้าหมายหลักไว้ข้างหน้าเสมอ กำหนดลำดับความสำคัญของงานที่ทำ และสร้างความมั่นใจว่าเราเองก็กำลังก้าวไปสู่เป้าหมายต่าง ๆ เหล่านั้น

20. คิดว่าคู่แข่งคือศัตรู

หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดของคนที่ทำธุรกิจคือ การเอาชนะคู่แข่ง แต่คนที่ประสบความสำเร็จจริง ๆ จะรู้ว่ากุญแจสำคัญในการประสบความสำเร็จไม่ใช่การเอาชนะคู่แข่ง แต่คือการทำให้ลูกค้าพึงพอใจต่างหาก เราต้องให้ความสำคัญกับการแข่งขันก็จริง แต่ควรเลิกมองว่าคู่แข่งเป็นศัตรูได้แล้ว แล้วหันมามุ่งมั่นปรับปรุงจุดอ่อนของตัวเองให้ดีขึ้นจะดีกว่า

21. พยายามจะแก้ไขสิ่งที่แก้ไขไม่ได้แล้ว

แน่นอนว่าการทุ่มเททั้งเวลา แรงกาย แรงใจ และเงินไปกับบางสิ่ง ด้วยความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะทำให้สำเร็จ เราย่อมไม่ต้องการให้การลงทุนนั้นเสียเปล่า และต้องพบกับความผิดหวัง แต่ในเมื่อมันเป็นอดีตที่ไม่สามารถแก้ไขได้แล้ว ก็ต้องปล่อยมันไป ไม่ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ต้องทิ้งไว้ข้างหลัง เพราะยิ่งเราเดินหน้าต่อไปได้เร็วเท่าไร ก็จะสิ้นเปลืองทรัพยากรไปกับสิ่งที่เป็นไปไม่ได้น้อยลงเท่านั้น

22. ไม่ควบคุมงบประมาณ

ความผิดพลาดทางการเงินเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่คนที่ประสบความสำเร็จจะรู้คุณค่าของงบประมาณทุกบาททุกสตางค์ และยึดมั่นอย่างเข้มงวด ทั้งเงินส่วนตัวของตัวเองหรือเงินในการทำธุรกิจ ต้องมีงบประมาณในการดำเนินการที่มั่นคง มีแผนทางการเงินตามรายได้และรายจ่าย

23. ให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่าตัวเอง

การให้ความช่วยเหลือคนรอบข้างเมื่อพวกเขาต้องการ เป็นเรื่องหนึ่งที่คนที่ประสบความสำเร็จมักจะทำ ซึ่งเราช่วยเขาได้ แต่อย่าลืมตัวเองไว้ข้างหลัง ไม่เอาตัวเองไว้เป็นอันดับสองเสมอ ต้องพาตัวเองเดินหน้าด้วย ยืนหยัดและให้ความสำคัญกับตัวเองมาก ๆ ไม่ใช่เรื่องฉลาดเลยที่จะมีน้ำใจแบบที่ตัวเองเดือดร้อน

24. ไม่ซื่อสัตย์กับตัวเอง

หลายคนคิดว่าตัวเราเองนี่แหละคือผู้ที่รู้จักตัวเองดีที่สุดในโลก แล้วเราก็รับรู้จิตใจตัวเองเสมอ แต่บ่อยครั้งที่เราก็หลอกตัวเอง เพราะไม่ต้องการเผชิญความจริงอันโหดร้าย โดยที่คนที่ประสบความสำเร็จจะรู้ว่าการหลอกลวงตนเองจะนำไปสู่หายนะ จะประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงได้ เชื่อในความสามารถและยอมรับตัวเองในระดับที่ดีที่สุด

25. เสียเหงื่อกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ

ชีวิตนี้สั้นนัก สั้นเกินกว่าที่จะมาเสียเวลาหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือกังวลเกี่ยวกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง เท่ากับว่าเราจะเสียเวลาอันมีค่าและพลังงานไปเปล่า ๆ โดยที่แทบไม่ได้อะไรเลย รวมถึงไม่เห็นปัญหาใหญ่ตรงหน้าด้วย คนที่ประสบความสำเร็จจะมุ่งไปที่เป้าหมายแล้วทำให้ดีที่สุด พวกเขาจะทำงานหนักและยอมเหนื่อยเพื่อการเติบโต

ข้อมูลจาก Entrepreneur