Undercover ซีรีส์ดีที่ไม่มีซับลิขสิทธิ์ในไทย!

ภาพจาก JTBC

คำเตือน! ซีรีส์มีไว้ดูเพื่อความบันเทิง ขอย้ำว่าเหตุการณ์ในเรื่องนี่คือคนจริง ๆ แต่เป็นนักแสดงเกาหลีใต้

และย้ำอีกหลาย ๆ ที ว่าคอลัมน์นี้พูดถึงเรื่องราวในซีรีส์เกาหลีนะจ๊ะ อย่าเที่ยวเอามาปะปนกับเหตุการณ์จริง

ก็นานอยู่พอควรเลยนะที่ไม่ได้เฉียดเข้าใกล้ซีรีส์จากช่อง JTBC มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ติดแต่ซีรีส์ของช่องนี้ แต่หลัง ๆ มา ไปติดใจความโหดและประสาทกินของเรื่องอื่นจากช่องอื่นมากกว่า

Undercover เป็นซีรีส์เกาหลีจากช่อง JTBC ซึ่งเกาหลีก็ไปรีเมกจากซีรีส์ฝรั่งชื่อเดียวกันอีกที (ออริจินัลจาก BBC ของอังกฤษ) ว่าด้วยเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่ทำงานอยู่หน่วยสืบราชการลับ แต่เขาดันไปตกหลุมรักหญิงคนหนึ่งระหว่างงานอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ต่อมาเขาตัดสินใจทิ้งทุกอย่างเพื่อที่จะเป็นแค่ผู้ชายธรรมดาของภรรยาและลูก ๆ เขาแต่งงานกับเธอ แล้วใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ด้วยการปิดบังอดีตของตัวเองไปตลอดกาล แม้แต่ชื่อที่ภรรยาเรียกเขา ก็ไม่ใช่ชื่อจริง ๆ ของเขา แต่แล้ววันหนึ่งก็มีเหตุการณ์ให้เขาต้องก้าวไปทำงานลับอีกครั้ง เพื่อปกป้องครอบครัวตัวเอง

ภาพจาก JTBC

ที่ตัดสินใจดูเรื่องนี้ เพราะเห็นในทวิตเตอร์มีคนทวีตบ่น ในเฟซบุ๊กก็มีเพจต่าง ๆ ที่ชอบแนะนำซีรีส์ รีวิว หรือสปอยล์บ่นอยู่เหมือนกันว่าซีรีส์เรื่องนี้น่าดูและตัวอย่างก็ดีมาก แต่ไม่มีสตรีมมิ่งแปลไทยเจ้าไหนในบ้านเราซื้อมาแปลซับซักเจ้า สงสัยเหมือนกันถึงได้หาดู เพราะซีรีส์เกาหลีใหม่ ๆ แทบทุกเรื่องต่อให้สเกลเล็กแค่ไหน ก็มีซับไทยถูกลิขสิทธิ์ให้ดู แต่ Undercover เป็นซีรีส์ของช่องใหญ่ด้วยซ้ำ สเกลก็ไม่ธรรมดา นักแสดงนำตัวพ่อตัวแม่ แต่ไม่มีซับไทยให้ดู!

แต่แล้วความสงสัยก็กระจ่าง แค่เปิดมาซีนแรกก็คิดว่าพอจะรู้แล้วล่ะว่าเพราะอะไรถึงไม่มีเจ้าไหน (กล้า) ซื้อมาทำซับไทยแบบถูกกฎหมาย ใบ้ให้ว่ามันเป๊ะเกินไป ลงพอดีทุกล็อก อะไรเป๊ะ อะไรพอดี ลองไปหาดูเอาเองนะ ทำเท่าที่ทำได้ จะมุด VPN ไปดูสตรีมจากเกาหลี ดูแต่ภาพ อ่านไม่ออกแปลไม่ได้ หาซับอังกฤษถูกกฎหมาย ก็จะดูแบบดูไปเปิดดิกไป หรือจะหาซับไทยที่… ก็แล้วแต่ เอาที่สะดวก (ในเมื่อมันยังไม่มีแบบถูกลิขสิทธิ์ให้ดู)

ส่วนเรื่องย่อ ขอไม่พูดอะไรไปมากกว่านี้ ถ้าอยากรู้ว่าคืออะไร ผายมือให้ไปหาดูค่ะ

ล้างบางคนเลวถึงจะทำยาก แต่โลกก็ยังต้องการคนดี

ห้ะ! อะไรดี ๆ เลว ๆ นะ หลายคนอาจจะบอกว่าโลกเรามันก็สีเทา ๆ อย่างนี้แหละ ไม่มีหรอก ดีสุดขั้ว ชั่วสุดโต่ง อย่าเพ้อฝันความเท่าเทียม อย่าเพ้อฝันความยุติธรรม มันเป็นไปไม่ได้ที่โลกนี้จะเป็นโลกอุดมคติที่ปราศจากความมืดทั้งหลาย นั่นอาจจะเป็นโลกทิพย์หรือเปล่า!

แต่หวังว่าคงจะไม่ลืมว่าการที่โลกเป็นสีเทาได้ แปลว่ามันมีสีขาวพยายามเข้ามาเจือจางความเข้มของสีดำอยู่ ถ้ามันไม่มีสีขาวมาถ่วงสมดุลเลย มันก็จะกลายเป็นสีดำปิ๊ดปี๋ แค่ทุกวันนี้เราก็น่าจะเห็นแล้วว่าโลกมันสีเทาเข้มขึ้น เพราะต้องยอมรับให้ได้ว่าปัจจุบันคนที่เห็นแก่ตัวและเบียดเบียนคนอื่น พวกเอาแต่กอบโกย พวกที่มีอำนาจเหนือทุกอย่าง พวกที่เมินเฉยได้แม้กระทั่งเห็นคนตายตรงหน้า มันมีมากขึ้น เอะอะทำร้าย ไม่พอใจฆ่าทิ้ง ต้มตุ๋นหลอกลวงได้แม้กระทั่งคนที่ไม่มีทางปกป้องตัวเอง ยิ่งโรคระบาดแบบนี้เรายิ่งได้เห็นเรื่องบันเทิงที่ขำไม่ออกอยู่ทุกวัน

ภาพจาก JTBC

นี่อาจจะเป็นแค่ความรู้สึกส่วนตัวที่รู้สึกว่าโลกมันสีเทาเข้มจนใกล้จะมืดแล้ว แต่ถ้าไม่รู้สึกเลยนี่สิต้องถามตัวเองแล้วล่ะว่าเป็นพวกตายด้านหรือเปล่า อย่างน้อยควรจะรู้สึกว่าอะไรคือความถูกต้อง อะไรคือความอยุติธรรม อ้อ! แล้วไม่ต้องมาดราม่าเรียกทัวร์เด้อ ถ้าดราม่าไม่ได้แปลตามดิกว่าบทละคร เพราะฉะนั้น ดราม่าเดียวที่จะอยู่ในคอลัมน์นี้ คือ ดราม่า (เรื่อง) นี้ใครเป็นพระเอก ใครเป็นพระรอง และหล่อไหม!

ดังนั้น ก่อนที่โลกจะมืดแบบ 360 องศา (8 ด้านมันไม่รอบทรงกลม) โลกก็ยังต้องการสีขาว สีขาวที่จะมาลดทอนความเข้มของสีดำ โลกยังต้องการความยุติธรรม ยังต้องการกฎหมายที่ใช้ได้จริง ยังต้องการคนที่ไม่นิ่งเฉยเวลาที่เห็นปัญหาอยู่ตรงหน้า ยังต้องการคนขับเคลื่อนสิ่งที่ถูกต้อง บนมาตรฐานที่ไม่ใช่ตรรกะบ้ง ๆ บนข้อเท็จจริง อ้างเหตุและผล และความตั้งใจที่อยากจะให้สังคมมันดีขึ้นจริง ๆ

เอาล่ะ มันไม่ง่ายหรอก แต่โลกนี้ยังต้องการด้านสว่าง ยังต้องการความหวังนะ เพราะถ้าไม่สว่างเลยดวงไฟคงจะเหนื่อยแย่ ผ้าก็แห้งยาก และความมืดก็จะทำให้รู้สึกง่วงอยู่ตลอดเวลา

ปกปิดเพื่อปกป้อง

เห็นวลีนี้ที่ไหนซักที่ในเพจที่รีวิวซีรีส์เรื่องนี้แหละจำไม่ได้ว่าที่ไหน แต่แวบแรกที่อ่านเจอ นึกถึงพวกโควทคำพูดตลก ๆ ที่บอกว่า “ตอนเด็ก ๆ โกหกพ่อแม่ว่าไม่สบาย แต่ตอนโต โกหกพ่อแม่ว่าสบายดี” คืออารมณ์แบบ เรากำลังปกปิดความจริงที่เราเจอ โกหกคำโตทั้งที่รู้ว่าผิด เพื่อปกป้องความรู้สึกของคนที่เป็นห่วงเราอยู่หรือเปล่า

ไม่ต่างกัน บางทีเวลาที่เราถามพ่อแม่ว่าเป็นอะไร เพราะเห็นสีหน้าเครียด ๆ หรือปฏิกิริยาที่ต่างไปจากเดิม เขาก็จะบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร แล้วไล่เราไปทำอะไรที่ต้องทำ เราก็รู้บ้างไม่รู้บ้างว่าพวกเขาโกหก เพียงเพราะเขาจะกันเราออกจากเรื่องวุ่นวายที่เขาคิดว่าเป็นปัญหาของเขา พวกเราหลายคนพยายามกันพ่อแม่ที่อายุมากแล้วออกจากความทุกข์ของตัวเอง ยอมเก็บความทุกข์ไว้กับตัวเอง แบกทุกอย่างไว้คนเดียว เดี๋ยวไประบายกับเพื่อนเอา

ภาพจาก JTBC

กลับมาที่ซีรีส์ พระเอกปกปิดตัวตนที่แท้จริงกับนางเอกมานานถึง 30 ปี แม้แต่ชื่อที่เธอเรียกเขา ยังเป็นชื่อปลอมที่ใช้ตอนทำงานเป็นสายลับ เขาทิ้งทุกอย่างเพื่อมาแต่งงานเป็นผู้ชายธรรมดาที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องลับ ๆ ความมั่นคง หรือความยุติธรรมอะไร ทำหน้าที่เป็นสามีที่ดี เป็นคุณพ่อที่น่ารักของลูก 2 คน แถมลูกชายคนโตก็เป็นออทิสติกด้วย

แต่มีเหตุการณ์ที่ทำให้เขาต้องเข้าไปพัวพันกับงานลับนี้อีกจนได้ เขาต้องทำเพราะมีภรรยาและครอบครัวเป็นเดิมพัน ประเทศชาติ (เกาหลี) ก็ส่วนหนึ่ง เขาจึงต้องลงไปต่อสู้กับอำนาจมืดที่มองไม่เห็นเพื่อปกป้องทั้งความรักและความยุติธรรม

แล้วอยากจะขออวยหนุ่มน้อย ยูซอนโฮ ที่เล่นเป็นเด็กออทิสติกคือเล่นดีมาก น้องทำการบ้านกับบทบาทนี้ดีมาก สีหน้า ท่าทาง การแสดงออก บอกได้เลยว่าอนาคตไกล อ้อ! น้องเป็นไอดอลจากรายการ Produce101 ซีซัน 2 นะ เผื่อใครโดนน้องตก ส่วนพระนางแม้ว่าจะเป็นรุ่นใหญ่ แต่ร่างกายยังเล่นบทบู๊ได้ การันตีความเป็นเบอร์ใหญ่ของวงการเหมือนกัน เรื่องความฟุ้งของเคมียิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะเขาโคจรมาเล่นคู่กันเป็นเรื่องที่ 3 แล้ว จีจินฮีและคิมฮยอนจู

โอกาสดีแค่ไหน แต่ถ้ามาไม่ถูกเวลาก็…

ประเด็นนี้เริ่มมาจากนางเอกซึ่งเป็นทนายความพิทักษ์สิทธิมนุษยชนธรรมดา แต่รักความยุติธรรมมาก ไม่เคยกลัวอะไร และสู้ไม่ถอย ถูกทาบทามให้ไปรับตำแหน่งใหม่สุดอันตราย เธอต้องเลือกว่าเธอจะทิ้งสิ่งที่ทำอยู่ไปทำสิ่งที่ใหญ่กว่า หรือจะทิ้งสิ่งที่ใหญ่กว่าแล้วทิ้งโอกาสที่จะช่วยเหลือคนจำนวนมากไปด้วย

นางเอกเป็นทนายความที่คงเป็นอัยการไปนานแล้ว ถ้าไม่หมกมุ่นกับเรื่องสิทธิมนุษยชน ทวงคืนความยุติธรรมอยู่ พอได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าหน่วยสืบสวนการทุจริตของข้าราชการพลเรือนอาวุโส ด้วยตำแหน่งนี้ชีวิตเธอจะขึ้นไปแขวนอยู่บนเส้นด้าย ยิ่งคนที่เธอขุดคุ้ยใหญ่โตแค่ไหน อันตรายก็ยิ่งมาก แต่การจะปกป้องเธอ ครอบครัว และประเทศชาติ (เกาหลีใต้) เท่ากับว่าพระเอกต้องกลับมารับงานสายลับอีกครั้ง และตัวตนที่แท้จริงของเขากำลังจะถูกเปิดเผย

ภาพจาก JTBC

เธอทำงานใหญ่นี้ร่วมกับงานอื่นไม่ได้ การเข้ารับตำแหน่งใหม่ที่ใหญ่กว่า ทำให้เธอต้องทิ้งลูกความที่เธอดูแลอยู่ ทั้งที่เธอร่วมหัวจมท้ายทวงความยุติธรรมให้เขามาถึง 29 ปี ความผูกพัน ความสงสาร ความที่ทนเห็นคนคนนี้ได้รับความอยุติธรรมทำให้เธอปล่อยเขาไปไม่ได้ เธอทิ้งเขาเพื่อไปรับตำแหน่งใหม่ไม่ได้ แต่ท้ายที่สุดก็ลูกความคนนี้แหละที่ขอเธอให้รับตำแหน่งนั้น เพื่อไม่ให้ใครก็ตามถูกกระทำโดยไม่ยุติธรรมแบบนี้อีก ต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม แฉพวกคนเลวก่อนที่คนบริสุทธิ์จะกลายเป็นแพะ

ชีวิตคนเรามันต้องเลือก จะเลือกสิ่งที่ใหญ่กว่า ดีกว่า หรืออะไรก็ตามก็เลือกไปเถอะ แต่อย่าโลภมาก แล้วถ้าเลือกแล้วก็รับผิดชอบในสิ่งที่เลือกด้วย!

เอาเป็นว่าแม้เกาหลีใต้จะปกครองแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุข และอยู่ห่างจากระบอบเผด็จการที่ในซีรีส์อ้างถึงในช่วงปี 1991 แล้วก็จริง แต่ซีรีส์เรื่องนี้ก็ถือว่าอ่อนไหวอยู่พอสมควรกับเหตุการณ์หลาย ๆ อย่าง (แต่ประเทศเขาทำได้) ก็ต้องบอกว่า JTBC นี่เลิศอยู่นะที่กล้าหยิบซีรีส์เรื่องนี้มารีเมก เรตติ้งในเกาหลีแม้จะยังสู้พี่แท็กซี่ที่ออนแอร์ช่วงเดียวกันไม่ได้ แต่เลขก็สวยเลยล่ะ ต้องตามต่อว่าเรื่องจะไปจบที่ตรงไหน ส่วนคอซีรีส์ไทย อาจจะลำบากหน่อยที่ไม่มีซับไทยทางการให้ดู แต่เพราะแบบนี้แหละ ยิ่งทำให้คนพยายามหาดูให้ได้ ยิ่งปิดยิ่งอยากรู้ แต่ต้องดูอย่างมีวิจารญาณกันด้วยนะ 🤭