Home Trending Story Trend ในประเทศ มีทางเลือก? เครื่องสำอาง Cruelty-free ที่ไม่ทดลองกับสัตว์

มีทางเลือก? เครื่องสำอาง Cruelty-free ที่ไม่ทดลองกับสัตว์

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีคลิปวิดีโอสั้น ๆ ประมาณ 4 นาทีคลิปหนึ่ง กลายเป็นไวรัลที่มีการแชร์ต่อและกดเข้าไปดูกันอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นกระแสที่พูดถึงกันทั่วโลก แม้คลิปจะมีความยาวไม่ถึง 4 นาที แต่เป็น 4 นาทีที่มีอิทธิพลสะเทือนใจและทรงพลังสำหรับชาวโลก เป็น 4 นาทีที่บีบคั้นหัวใจและหดหู่มาก คลิปนี้มีชื่อว่า Save Ralph (สามารถหาดูทั้งพากย์ไทยและซับไทยได้ในยูทูบ)

Save Ralph เป็นแอนิเมชันแบบสต็อปโมชั่น ที่เล่าเรื่องราวชีวิตของกระต่ายตัวหนึ่งที่ชื่อว่า ราล์ฟ (Ralph) ราล์ฟเป็นกระต่ายมีงานทำ คือ เป็นสัตว์ทดลอง ราล์ฟตาข้างขวาบอด หูได้ยินแต่เสียงวี้ ๆ และหลังเป็นแผลจากการทดสอบเครื่องสำอาง และราล์ฟยังเล่าว่าญาติพี่น้องของเขาต่างก็ ตายในหน้าที่ ส่วนตัวราล์ฟเองก็จะเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ราล์ฟบอกว่าตัวเองเสมอว่าไม่เป็นไร มันเป็นแค่งาน งานที่ทำเพื่อ ความปลอดภัยของมนุษย์ เพราะมนุษย์นั้นสูงกว่ากระต่าย ถ้ากระต่ายช่วยให้มนุษย์ปลอดภัยจากการใช้เครื่องสำอางได้ พวกมันก็ดีใจแล้ว

คลิปนี้ถูกปล่อยโดย The Humane Society of the United States หรือสมาคมมนุษยธรรมแห่งสหรัฐอเมริกา ความยาวเป๊ะ ๆ ของคลิปนี้อยู่ที่ 3 นาที 54 วินาที นำเสนอโดยให้กระต่ายราล์ฟเป็นตัวเล่าเรื่อง จุดประสงค์ของคลิปนี้ คือเพื่อให้ผู้คนได้เห็นสภาพของสัตว์ทดลองจำนวนนับไม่ถ้วน ที่ต้องเผชิญกับความทรมานจากการทดลองต่าง ๆ เพื่อทดสอบของเครื่องสำอาง ในแล็บทดลองทั่วโลก

โดยคลิปนี้เป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญ #SaveRalph ที่จะกระตุ้นให้ผู้คนหันมาใส่ใจกับความเจ็บปวดทรมานของสัตว์ ที่พูดไม่ได้และเลือกไม่ได้ในการนำมาทดลอง และให้ชาวโลกร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต่อต้านการทดสอบเครื่องสำอางกับสัตว์อย่างถาวร ตามที่สมาคมมนุษยธรรมนานาชาติ (Humane Society International หรือ HSI) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร รณรงค์เรื่องสวัสดิภาพและสิทธิสัตว์มาตลอด 30 ปี

นอกจากนี้ ยังมีดาราฮอลลิวูด เช่น ไทก้า ไวติติ, ริคกี้ เกอร์เวส์, แซ็ค เอฟฟรอน และโอลิเวีย มันน์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นกระบอกเสียง รณรงค์แคมเปญระดับโลกนี้จาก Humane Society International ด้วย เพื่อยุติการใช้เครื่องสำอางที่ทดลองกับสัตว์

ทดลองในสัตว์ เพื่อความปลอดภัยของมนุษย์

ก่อนอื่นต้องยอมรับความจริงที่ว่า มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่บน ๆ ของห่วงโซ่อาหาร หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ มนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่กินทั้งพืชและสัตว์ และกินได้ทุกอย่างถ้าอยากจะกิน เพราะฉะนั้น ไม่ว่าอะไรก็ตามล้วนอยู่ในเงื้อมมือมนุษย์ หากมนุษย์ต้องการ

การนำเอาสารเคมีต่าง ๆ มาใช้งาน แน่นอนว่าไม่มีมนุษย์คนไหนอยากจะเสี่ยงทดลองอะไรก็ตามที่ตนเองไม่แน่ใจว่าปลอดภัยกับชีวิตหรือเปล่า อย่างนั้นแล้ว มนุษย์ก็ต้องหาวิธีไปทดสอบกับสิ่งมีชีวิตอย่างอื่นก่อน ถ้าสิ่งมีชีวิตนั้นปลอดภัย มนุษย์ก็อาจจะปลอดภัย แต่ถ้าสิ่งมีชีวิตนั้นยังไม่ปลอดภัย มนุษย์หน้าไหนจะกล้าใช้

ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางก็เช่นเดียวกัน การจะผลิตเครื่องสำอางออกมาจำหน่ายได้ จะต้องได้รับการรับรองว่าได้มาตรฐาน และสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย และสิ่งมีชีวิตที่มนุษย์นำมาทดลองว่าเครื่องสำอางเหล่านั้นปลอดภัยไหมก็คือ สัตว์ ความโหดร้ายในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางที่ใช้สัตว์ในการทดลอง ทำให้สัตว์เหล่านี้เจ็บปวดทรมาน พิการ หรือตายได้ โดยที่สัตว์ไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธด้วยซ้ำ

การที่คลิปวิดีโอดังกล่าวใช้กระต่ายในการเล่าเรื่อง เนื่องด้วยกระต่ายมีผิวหนังที่ไวต่อสารต่าง ๆ ได้ดีกว่าสัตว์ชนิดอื่น และมีผิวหนังที่ใกล้เคียงมนุษย์ที่สุด จึงมักจะถูกนำมาใช้เป็นสัตว์ทดลองเครื่องสำอาง เพื่อทดสอบความปลอดภัยก่อนนำมาใช้กับมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นอายไลน์เนอร์ สารระงับกลิ่นกาย หรือแม้กระทั่งลิปสติก

ส่วนใหญ่แล้ว ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง จะมีการทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยกับสัตว์ก่อน หลัก ๆ แล้วจะทดสอบ

  • Skin Irritation Test : การทดสอบการระคายเคืองต่อผิวหนัง
  • Phototoxicity Test : การทดสอบความเป็นพิษเมื่อเจอแสง
  • Ocular Irritation Test : การทดสอบการระคายเคืองต่อดวงตา
  • Transdermal Permeability Test : การทดสอบความสามารถในการซึมซาบเข้าสู่ผิวหนัง

แม้ว่าปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีอื่น ๆ เข้ามาช่วยหลีกเลี่ยงการทดสอบเครื่องสำอาง เพื่อที่จะได้ไม่ต้องใช้สัตว์ เช่น การทดสอบกับเซลล์เพาะเลี้ยง การทดสอบในมนุษย์ที่ได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังอย่างใกล้ชิด ทำให้หลายแบรนด์หันมาใช้วิธีการทดสอบแบบนี้มากขึ้น แต่ก็ยังมีหลายแบรนด์ที่ยังใช้สัตว์ในการทดสอบอยู่ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการใช้งานของมนุษย์

ดังนั้น ทางเลือกของผู้ที่ต้องการจะหลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่ไม่มีการทดลองในสัตว์ มีวิธีเลือกซื้อเครื่องสำอางโดยให้มองหาสัญลักษณ์รูปกระต่าย ซึ่งมักจะมาพร้อมข้อความ “Cruelty-Free” หรือ “Not Tested in Animals” และจากการณรงค์นี้ จึงมีคนพยายามลิสต์รายชื่อแบรนด์เครื่องสำอางต่าง ๆ ทั้งที่ทดลองในสัตว์และไม่ทดลองในสัตว์มาเป็นตัวเลือกเพื่อพิจารณาในการเลือกซื้อเครื่องสำอางครั้งต่อไป

มาถึงตรงนี้ คุณคงต้องตอบคำถามตัวเองในใจว่า “จะเลิกใช้เครื่องสำอางที่ใช้สัตว์ในการทดลองหรือไม่?” เมื่อเห็นข้อความว่า “No animal should suffer and die in the name of beauty” (ไม่ควรมีสัตว์ตัวไหนต้องทนทุกข์ทรมานและตายในนามของความงาม)

ต้องยอมรับว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์

100 เปอร์เซ็นต์ในที่นี้หมายความว่า ไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่จะยกเลิกการนำสัตว์มาทำการทดลองทุกชนิด เรื่องของสัตว์ทดลองเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยในการทดสอบยา วัคซีน เครื่องสำอางบางประเภท เวชภัณฑ์ หรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ล้วนต้องผ่านกระบวนการทดสอบกับสัตว์มาแล้วทั้งสิ้น จึงจะนำมาใช้กับมนุษย์ได้อย่างปลอดภัย ถ้าไม่ทดลองก็ไม่สามารถใช้อะไรได้เลย เพราะไม่รู้ว่าจะปลอดภัยกับมนุษย์หรือไม่

ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง มนุษย์ใช้สัตว์ในการทดสอบความปลอดภัยมานานแล้ว เพราะฉะนั้น จะมีส่วนผสมเครื่องสำอางกว่า 1,000 รายการ ที่ได้รับการทดสอบแล้วว่าปลอดภัย จึงสามารถนำมาใช้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ได้โดยไม่ต้องทดลองเพิ่มเติม (แต่ในอดีตก็ทดสอบกับสัตว์อยู่ดี) และก่อนออกจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ก็ต้องผ่านใบรับรอง Good Manufacturing Practice (GMP) เพื่อยืนยันมาตรฐานการผลิตก่อนเสมอ

นั่นหมายความว่า ถ้ามนุษย์เกิดเจอสารชนิดใหม่ที่ไม่เคยถูกนำมาใช้งานมาก่อนเลย ถ้าไม่ใช้สัตว์ในการทดสอบ ก็ต้องมาทดสอบในคนทันที (ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดให้ทดสอบอีกแล้ว) จะทดสอบกับเซลล์เพาะเลี้ยงก็ไม่ได้ เพราะไม่สามารถเก็บผลความปลอดภัยทางคลินิกได้อย่างแท้จริง ในเมื่อมนุษย์นำเอาสารอะไรก็ไม่รู้มาใช้สุ่มสี่สุ่มห้าในมนุษย์ด้วยกัน แล้วมนุษย์ผู้นั้นเกิดตายขึ้นมา กฎหมายลงโทษที่ฆ่ามนุษย์ด้วยกันตายร้ายแรงกว่าทารุณสัตว์แน่นอน

ในมุมของนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะหลีกเลี่ยงไม่ใช้สัตว์ในการทดลองโดยสิ้นเชิง สิ่งที่ทำได้มีเพียงลดการใช้ให้น้อยที่สุด ใช้ให้คุ้มค่าที่สุด ใช้วิธีปฏิบัติต่อสัตว์ให้ดีที่สุด และพยายามใช้วิธีอื่นทดแทนเท่าที่ทำได้

หลักเกณฑ์ในการนำสัตว์มาทดลองมันมีอยู่แล้ว

ผู้ที่ทำงานในห้องแล็บทุกคนทราบดีว่าการใช้สัตว์ทดลองเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นยารักษาโรค วัคซีน เครื่องสำอาง หรือเวชภัณฑ์ ล้วนต้องผ่านกระบวนการทดสอบกับสัตว์ก่อน จึงจะนำมาใช้กับมนุษย์ได้อย่างปลอดภัย แต่ถึงกระนั้น การจะทดลองในสัตว์มันมีกฎเกณฑ์ข้อบังคับอยู่แล้วว่าต้องผ่านคณะกรรมการตรวจสอบ ไม่ใช่ใครอยากจะทำอะไรก็ทำได้ ทุกโครงการจะมีเทคนิค วิธีการปฏิบัติต่อสัตว์ทดลอง และจัดการสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม ซึ่งทำผิดกฎผิดเงื่อนไข อาจถึงขั้นถูกสอบสวนและลงโทษ

อีกประการที่สำคัญ สัตว์ทดลองเหล่านี้ไม่ใช่สัตว์ที่ไปหาจับเองทั่ว ๆ ไป แต่เป็นสัตว์ที่ถูกเพาะเลี้ยงมาเพื่อการทดลองอยู่แล้ว ต้องดูแลอย่างดี มีเจ้าหน้าที่หรือสัตวแพทย์ตรวจร่างกายตลอด เพราะหากสัตว์ไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมทดสอบก็จะส่งผลต่องานวิจัย และสัตว์ทดลองเหล่านี้มีราคาสูง ทุกโครงการมีทุนจำกัดสำหรีบทำการวิจัย จึงใช้สัตว์ทดลองแบบทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ไม่ได้ หากสัตว์บาดเจ็บหรือทรมานจะทำการุณยฆาตให้ทันที เพื่อไม่ให้สัตว์เหล่านั้นต้องทุกข์ทรมานไปมากกว่านี้

และเมื่อนำสัตว์มาใช้แล้วก็จะใช้งานอย่างคุ้มค่า ถ้าสัตว์ตัวนั้นยังสมบูรณ์ดี จะนำไปทดลองในโครงการอื่นต่อได้ เพื่อที่จะใช้จำนวนสัตว์ให้น้อยที่สุด โครงการที่เลี่ยงไปทำกับเซลล์เพาะเลี้ยงได้ก็จะไม่ใช้สัตว์ แต่บางโครงการยังจำเป็นต้องทดลองในสัตว์ เพราะเซลล์เพาะเลี้ยงแสดงผลการทดสอบทางคลินิกไม่ได้ นึกถึงเวลาที่เรามีอาการแพ้เครื่องสำอาง มันเกิดจากการที่ร่างกายต่อต้าน เซลล์เพาะเลี้ยงไม่สามารถแสดงอาการแพ้แบบนั้นได้

ตัดวงจรไปเลยไม่ได้ แต่มีทางเลือก

ปัจจุบันมีกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ที่เลิกสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบในสัตว์​ โดยเลือกใช้ส่วนผสมที่เคยผ่านการรับรองว่าปลอดภัยอยู่แล้ว หรือใช้เทคโนโลยีอื่น แต่ก็ยังมีอีกหลายประเทศที่ยังคงมีการผลิตเครื่องสำอางโดยทดลองกับสัตว์อยู่ รวมถึงประเทศไทย

ทั้งนี้ ในปี พ.ศ.2562 มีการเผยผลสำรวจจาก Ipsos โดย Humane Society International แสดงให้เห็นว่าในภูมิภาคอาเซียน ได้มีการร่วมต่อต้านการใช้สัตว์ในกระบวนการผลิตเครื่องสำอางเช่นกัน ซึ่งกว่า 83 เปอร์เซ็นต์เป็นเสียงของคนไทย และเฉลี่ยที่ 87 เปอร์เซ็นต์ เป็นเสียงจากคนจากประเทศต่าง ๆ ทั่วภูมิภาค

แม้จะยังเป็นที่ถกเถียงในเชิงจริยธรรม แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามนุษย์คือผู้ที่อยู่สูงสุดบนห่วงโซ่นี้ ในการวิจัยโครงการใหม่ที่ไม่มีทางรู้เลยว่าปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน อาจจะต้องแลกกับคำถามที่ว่า “จะให้สัตว์ตายหรือคนจะยอมตายเอง แล้วจะตอบตกลงไหม ถ้านักวิจัยจะนำตัวเราไปทดลองทันทีโดยไม่ผ่านสัตว์ก่อน”

ภาพจาก Ethical Elephant

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เราในฐานผู้บริโภคที่มีทางเลือก เราก็เลือกได้ไม่ใช่เหรอว่าจะใช้เครื่องสำอางแบบไหน ที่ปลอดภัยทั้งกับตนเองและไม่เป็นการทำร้ายสัตว์ มีผลิตภัณฑ์ที่รับรองว่าไม่ใช้สัตว์ในการทดสอบอยู่มากมายหลายแบรนด์ เพียงแค่พลิกหาสัญลักษณ์ “Cruelty-Free” หรือ “Not Tested on Animals”

ส่วนเรื่องของยารักษาโรค วัคซีน หรือเวชภัณฑ์ ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ แม้ว่าจะโหดร้ายแต่เป็นความจริงที่ต้องยอมรับ นักวิจัยจำเป็นต้องใช้สัตว์ในการทดสอบ เพื่อให้ปลอดภัยต่อมนุษย์มากที่สุด นี่เป็นทางที่ดีที่สุดเท่าที่มนุษย์เรามี ณ เวลานี้ ในอนาคตถ้ามีทางเลือกที่ดีกว่าหรือใช้อย่างอื่นทดแทนได้ เชื่อว่าพวกนักวิจัยก็จะเลือกวิธีนั้น

ข้อมูลบางส่วนจาก Chulalongkorn Hospital, Cruelty Free International, HSI, Jpharmsci