เป็นเรื่องปกติที่เวลาที่ได้หยุดยาว ๆ แล้วเรามักจะเพลิดเพลินกับการพักผ่อนจนลืมไปว่าวันทำงานกำลังรอเราอยู่ พอถึงวันที่ต้องกลับมาทำงานจริง ๆ ความติดลม ความขี้เกียจ เบื่อ เซ็ง ไม่ร่าเริง จะถาโถมทำให้รู้สึกไม่อยากจะทำงาน แค่คิดเรื่องงานก็รู้สึกหดหู่แล้ว ทำให้การลุกขึ้นมาทำงานในแต่ละวันไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะการ Work from Home ยิ่งทำให้ขี้เกียจคูณสอง
อาการนี้เรียกว่า Post Vacation Blues แม้ว่าจะเป็นภาวะที่เกิดขึ้นชั่วคราวและสามารถหายไปเองได้ ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอะไร แต่มันก็เป็นอยู่นานนับสัปดาห์เหมือนกัน ซึ่งอาจทำให้การทำงานช่วงนี้ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ต้องใช้เวลาในการปรับตัวสักระยะ เดี๋ยวก็เข้าสู่ภาวะปกติเอง
ฉะนั้น เมื่อเริ่มต้นกลับมาทำงาน จึงต้องรับมือกับปัญหานี้ให้ได้โดยเร็ว Tonkit360 จึงมีวิธีดึงกาย ดึงใจให้กลับมาทำงานหลังพักผ่อนจนอิ่มแล้วมาฝาก จะได้ลุกจากเตียงมาทำงานที่เรารักได้อย่างสดชื่น
นอนให้ไว ตื่นให้เช้า
ช่วงวันหยุด บางคนนอนทั้งวัน บางคนอดหลับอดนอนเพราะดูซีรีส์ พอจะกลับมาทำงาน ก็ต้องปรับวิธีการใช้ชีวิตให้เข้าสู่โหมดพร้อมทำงานด้วย คือ นอนให้ไวและตื่นให้เช้า เมื่อต้องทำงานแต่นอนไม่พอ จะทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หงุดหงิด อารมณ์ฉุนเฉียว และอาจเกิดภาวะเตียงดูดได้ในบางราย จึงจำเป็นต้องฟื้นฟูร่างกายให้กลับสู่โหมดทำงานโดยเร็ว จะได้ไม่เชื่องช้า เซื่องซึม และเซ็งเป็ดในเวลาทำงาน
พยายามคิดบวก เพื่อเริ่มต้นวันใหม่ที่ดี
ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว เราสามารถสร้างพลังบวกให้กับตัวเองทุกเช้าโดยเริ่มจากความคิดภายใน ตื่นนอนมาพร้อมความสดใส เริ่มต้นวันด้วยการคิดบวก มองทุกสิ่งในแง่ดี (แต่ไม่ใช่โลกสวย) พูดแต่สิ่งดี ๆ ยิ้มให้ตัวเองและคนรอบข้าง (ลองพูดทักทายกับตัวเองในกระจกทุกเช้าก็ได้นะ เป็นไอเดียที่ไม่เลวเลย) มองปัญหาเป็นเรื่องท้าทาย และมองหาสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ มาเป็นความสุข เพียงแค่นี้จิตใจก็เบิกบานได้อย่างไม่น่าเชื่อ
จัดการตัวเองให้อยู่ในสภาพที่พร้อมทำงาน
ปกติแล้วเวลาทำงานที่บ้าน เรามักจะมีความขี้เกียจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว (เพราะมันสบายเกินไป) ยิ่งมาเจอกับภาวะเซ็งหลังวันหยุดอีกเลยไปกันใหญ่ ดังนั้น ต้องกระตุ้นตัวเองให้พร้อม เริ่มจากตื่นนอนให้เช้าขึ้นไปขยับร่างกายเล็ก ๆ น้อย ๆ กินอาหารเช้าเพิ่มพลัง ทั้งนี้ต้องสังเกตตัวเองด้วยว่ามีภาวะหมดไฟร่วมด้วยหรือเปล่า เพราะภาวะหมดไฟไม่ใช่อาการที่หายเอง แต่เป็นอาการป่วยที่มีผลมาจากความเครียดในที่ทำงาน คุกคามการใช้ชีวิตส่วนตัวได้เลยทีเดียว
เลือกทำงานที่ง่ายหรือเร่งด่วนก่อน
ค่อย ๆ ปรับตัว เก็บงานยากหรือไม่เร่งด่วนไว้ทำวันถัด ๆ ไป จะช่วยลดความกดดัน ลดความเครียด และอาการเซ็งลงได้เยอะเลยทีเดียว แต่จะรู้ได้ไงว่างานไหนยากงานไหนง่าย ด่วนหรือไม่ด่วน เราเคยแนะนำไปใน เทคนิคการจัดการงานก่อนหยุดยาว แล้ว ว่าให้ลิสต์งานที่ต้องกลับมาทำก่อนที่จะหยุดยาว จะได้กลับมาทำงานต่อแบบไม่สะดุด แล้วจะรู้สึกว่าอะไร ๆ มันง่ายขึ้น อ้อ! อะไรที่อยู่ในแผนแล้วก็ลงมือทำเลยนะอย่าประวิงเวลา ก่อนจะขี้เกียจมากกว่าเดิม
พยายามเลิกงานให้ตรงเวลา
ในช่วงแรก ๆ ที่ภาวะหดหู่ยังอยู่กับเรา เข้าใจดีเลยล่ะว่ามันทรมานแค่ไหนที่ต้องคอยมองแต่นาฬิกา ฉะนั้น ในช่วงนี้ก็พยายามเลิกงานให้ตรงเวลา หมดเวลางานก็ปิดโหมดทำงานแล้วพักซะ (แม้จะทำงานที่บ้านก็ตาม) อย่าเถลไถล ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายก็เก็บไว้ทำวันรุ่งขึ้น ไม่งั้นจะยิ่งเซ็งกว่าเดิม แล้วจะแย่กว่านั้นถ้ารู้สึกเหนื่อยสะสม เซื่องซึม เฉื่อยชา และอาจนำไปสู่ภาวะหมดไฟได้ ถ้าเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วค่อยว่ากัน (แต่จริง ๆ ควรจะเลิกงานให้ตรงเวลานะ)






























