อายุช่วงไหน? ถึงจะมีความสุขมากที่สุด

เคยลองตั้งคำถามกับตัวเองกันบ้างหรือเปล่าว่าชีวิตช่วงไหนของเราที่มีความสุขมากที่สุด แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเราผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาแล้ว?

ว่ากันว่าความสุขของคนเราจะมีลักษณะเป็นรูปตัว U และตรงปลายตัว U นี่แหละคือช่วงอายุที่เรามีความสุขมากที่สุด นั่นหมายความว่าในช่วงอายุขัยของเราจะมีความสุขแบบพีคสุด ๆ ด้วยกัน 2 ช่วง

โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความพึงพอใจในชีวิต ซึ่งอ้างอิงจากชุดข้อมูลที่มีการสำรวจครั้งใหญ่ถึง 7 ครั้ง เกี่ยวกับความพึงพอใจในชีวิตของคนทั่วโลกจาก 51 ประเทศ จำนวน 1.3 ล้านคน พบว่าช่วงอายุที่มีความสุขมากที่สุดในชีวิตจะอยู่ในช่วงวัยรุ่นตอนปลาย อายุประมาณ 18 ปี ไปจนถึงอายุ 20 ต้น ๆ

จากนั้นความสุขจะลดระดับลงเรื่อย ๆ ซึ่งช่วงอายุที่มีความสุขน้อยที่สุด คือวัยกลางคนช่วงอายุ 40 ปลาย ๆ ก่อนที่กราฟจะค่อย ๆ กลับมาทะยานขึ้นอีกครั้งในช่วงอายุ 50 ต้น ๆ และกลับไปพีคสุดในช่วงวัยเกษียณหรือวัยชรา

จะเห็นว่าวัยหนุ่มสาวกับวัยชรามีความสุขมากกว่าช่วงวัยอื่น ๆ ซึ่งเป็นวัยที่ไม่ต้องแบกรับความรับผิดชอบหนักหน่วงเหมือนวัยกลางคนที่นอกจากจะต้องสร้างความมั่นคงให้กับตัวเองแล้ว ก็ยังมีภาระต้องดูแลรับผิดชอบคนในครอบครัวด้วย

สอดคล้องกับงานวิจัยอีกชิ้นที่วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างอายุกับความเป็นอยู่ของประชากร จากประเทศที่พัฒนาแล้วจำนวน 132 ประเทศ และประเทศกำลังพัฒนาอีก 95 ประเทศ

โดยพบว่าระดับความสุขของเราจะเริ่มลดลงเรื่อย ๆ หลังจากอายุ 18 ปี แต่ช่วงที่ชีวิตดำดิ่งสุด ๆ คือช่วงอายุ 40 ปลาย ๆ (อายุ 48.2 ปีในประเทศพัฒนา และอายุ 47.2 ปีในประเทศกำลังพัฒนา) ซึ่งเงินไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้ไร้ความสุข เพราะไม่ว่าจะมีความเป็นอยู่ดีหรือไม่ดี ก็ได้ผลออกมาใกล้เคียงกัน

ที่เป็นเช่นนี้ เป็นเพราะว่าวัยกลางคนอยู่ในช่วงวัยที่เรียกว่า “Sandwich Generation” ซึ่งต้องดูแลทั้งพ่อแม่ที่สูงวัยและครอบครัวของตัวเองในเวลาเดียวกัน โดยต้องดูแลพ่อแม่ที่สุขภาพเริ่มเสื่อมถอย จำเป็นต้องรับการใส่ใจเป็นพิเศษ ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของลูก ๆ ด้วย ประกอบกับมีภาระความรับผิดชอบในหน้าที่การงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความเครียดมากกว่าวัยอื่น ๆ จึงไปบั่นทอนความสุขในชีวิตให้ลดลง

David Graham Blanchflower ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Dartmouth College ที่ทำการวิจัยในเรื่องนี้ ยังวิเคราะห์ด้วยว่าการที่เรารู้สึกไม่มีความสุข เป็นเพราะว่าไม่สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้ส่งผลให้เห็นชัดเจนเมื่ออยู่ช่วงอายุ 40 ปลาย ๆ

นอกจากนี้ ในช่วงอายุ 20 ไปจนถึง 40 ต้น ๆ หลายคนมักชอบนำตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ๆ และพยายามผลักดันตัวเองให้ไปถึงเป้าหมายต่าง ๆ ที่ต้องการจะมี ต้องการจะเป็น แต่สุดท้ายก็พบว่ายังมีบางคนที่ประสบความสำเร็จมากกว่า หรือร่ำรวยมากกว่าเราอยู่ดี

แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป ก็จะค่อย ๆ ยอมรับความล้มเหลวที่เกิดขึ้นได้ว่าไม่ใช่เรื่องที่เป็นตราบาปของชีวิต เพราะความฝันและแรงบันดาลใจต่าง ๆ ล้วนเป็นปัจจัยที่อยู่เหนือการควบคุม

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงกลับมาอยู่กับความเป็นจริง และเริ่มโฟกัสในสิ่งที่ตัวเองมีมากกว่าจะไปจดจ่อกับสิ่งที่ไม่มี เรียนรู้ที่จะปรับความคาดหวังของตัวเองเสียใหม่ เรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบันมากขึ้น จึงทำให้กลับมามีความสุขได้อีกครั้ง