Home Inspiration ชีวิตติดลูกหนัง “สุนัขจิ้งจอก” โกเวมบลีย์

“สุนัขจิ้งจอก” โกเวมบลีย์

ความสำเร็จของทีม “สุนัขจิ้งจอก” ของกลุ่ม “คิงพาวเวอร์” บ้านเรา เป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งครับช่วงนี้ เนื่องจากพวกเขารั้งอันดับ 3 ในพรีเมียร์ลีก แถมยังเพิ่งปราบ “ผีแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด ตกรอบในศึกเอฟเอ คัพ มาหมาด ๆ 3-1 ทำให้ เลสเตอร์ ลอยลำเข้าสู่รอบตัดเชือกฟุตบอลถ้วยน็อกเอาท์ไปพบเซาธ์แฮมป์ตัน

นั่นเท่ากับว่าพวกเขาได้สิทธิไปเล่นเวมบลีย์เรียบร้อยแล้วในรอบรองฯ แถมจับสลากโชคดีไม่เจอเชลซีและแมนฯ ซิตี้อีกด้วย ได้เล่นกับ “นักบุญ” ถือเป็นโอกาสที่ เลสเตอร์ จะได้ลุ้นเข้าไปเล่นในนัดชิงชนะเลิศอีกครั้งนับตั้งแต่ปี 1969 ซึ่งพวกเขาแพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ไป 0-1 ตอนนั้นหลายคนอาจจะยังไม่เกิดด้วยซ้ำ!

ทีมจาก ฟิลเบิร์ต สตรีท ได้ชิงเอฟ.เอ. คัพรวมแล้วทั้งหมด 4 สมัย ปรากฏว่าแพ้รวด ก็ไม่ทราบมันอาถรรพ์อะไรเหมือนกัน ถ้าเที่ยวนี้โชคดีได้เข้าเป็นสมัยที่ 5 จะแก้ตัวได้สำเร็จหรือไม่ อันนั้นเป็นเรื่องอนาคต ขอให้ผ่านเข้าไปรอบไฟนัลเป็นเป้าหมายแรกก่อนดีกว่า

ถ้าพูดถึงฟอร์มการเล่นแล้วต้องขอชม เพราะปีนี้ แบรนดอน ร็อดเจอร์ส ยังคงรักษาผลงานต่อเนื่องจากซีซั่นที่แล้วไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้ง ๆ ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังให้ถลุงเสริมทัพเหมือนยักษ์ใหญ่ทีมอื่น ๆ แถมยังต้องเสีย เบน ชิลเวลล์ แบ็คซ้ายตัวเก่งไปให้ เชลซี ตั้งแต่ต้นซีซั่นด้วยซ้ำ แล้วได้เวสลี่ย์ โฟฟาน่า มาแทน  

ตั้งแต่เริ่มปี 2021 มานี้พวกเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรง แพ้ในพรีเมียร์ลีกเพียงแค่ 2 นัดเท่านั้น ตลอดช่วงเวลาเกือบสามเดือนที่ผ่านมา แม้โชคร้ายตัวเด็ดอย่างฮาวี่ย์ บาร์นส์ มีอาการเดี้ยง

อีกคนที่แต่ไหนแต่ไรเป็น “เดอะ แบก” ให้ทีมมาตลอด ปีนี้ เจมี่ วาร์ดี้ มีบทบาทน้อยลงเพราะอาการบาดเจ็บและตัวเลขอายุที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ยิงไปเพียง 12 ตุงเท่านั้น 

อย่างไรก็ดีร็อดเจอร์ส สามารถผลักดันศูนย์หน้าตัวสำรองอย่าง เคลลิจี้ อีเฮียนาโช่ ซึ่งทีมซื้อเก็บไว้นานแล้วขึ้นมาเล่นคู่และเตรียมเป็นตัวแทนได้อย่างมั่นใจ ฤดูกาลหน้าถึงเวลาที่เขาน่าจะขึ้นมาเป็นหัวหอกตัวหลักของทีมต่อไป

ลุ้นกันไปว่าสุด ๆ แล้ว เลสเตอร์ จะไปได้ไกลขนาดไหน ตอนนี้ที่ 3 ในลีกทิ้งพรีที่ 4 อย่าง เชลซี ถึง 5 คะแนน แต่ยังเหลือภารกิจให้ต้องลุ้น เพราะโปรแกรมที่เหลือนอกจากต้องเจอ แมนฯ ซิตี้ ต้นเดือนเมษาแล้ว ช่วงปลายฤดูกาล 3 นัดสุดท้าย พวกเขาต้องบุกไปเยือน แมนฯ ยูไนเต็ด และ เชลซี ก่อนจะปิดด้วยการเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 

ทั้งหมดถือว่าเป็นคู่แข่งที่มีผลต่อโควตาแชมเปี้ยนส์ลีกโดยตรงทั้งนั้นเลย ดังนั้น ร็อดเจอร์ส และลูกทีมจะประมาทไม่ได้เป็นอันขาด

หลายทีมอดเป็นห่วงไม่ได้ว่า “สุนัขจิ้งจอก” จะมีอาการเหี่ยวปลายเหมือนซีซั่นที่แล้วหรือไม่ มองว่าคงยากขึ้นนะ เพราะหนึ่ง ร็อดเจอร์ส มีประสบการณ์มาแล้ว ประเด็นที่สองปีนี้ขุมกำลังของพวกเขานั้นมีตัวเลือกเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ถ้าได้ บาร์นส์ กับ แมดดิสัน สมบูรณ์กลับมาคงดีขึ้นอีก ประเด็นสุดท้ายคือผู้เล่นอย่าง อีเฮียนาโช่, โซยุนชู, เปเรซ ทิศทางฟอร์มยังคงร้อนแรงอยู่ ไม่ใช่ขาลง

หากเอาใจช่วยเลสเตอร์ทีมนี้แล้ว อย่าลืมเอาใจช่วยเด็กไทยอย่าง “เจ้ากัน” ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร หนึ่งในนักเตะดาวรุ่งของทีมด้วย ซึ่งตอนนี้ขึ้นมาจ่อ ๆ รอโอกาสจะขึ้นทีมชุดใหญ่อยู่ ถ้าทำได้จะถือเป็นปรากฏการณ์เลยทีเดียวครับ.