“ออกกำลังกาย” จนติดเป็นนิสัย ใครว่าทำไม่ได้!

แม้ว่าทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าการออกกำลังกายส่งผลดีต่อสุขภาพ แต่อุปสรรคสำคัญของหลายคนอยู่ตรงที่ไม่สามารถบังคับตัวเองให้ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องได้ ส่วนใหญ่มักทำได้เป็นพัก ๆ แล้วก็ล้มเลิกไปด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา

ความท้าทายอันใหญ่หลวงสำหรับคนที่ออกกำลังกายจึงอยู่ที่ความสม่ำเสมอว่าจะทำได้หรือไม่ เพราะมักจะมีอุปสรรคมาขัดขวางจนไม่สามารถทำได้ตลอดรอดฝั่ง แต่ถ้าใครอยากจะทำให้ได้เป็นนิสัย ก็ไม่ใช่เรื่องยากถ้าตั้งใจจริง ซึ่งที่ผ่านมามีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มาแล้วว่าสามารถทำได้!

โดยการ “หาเพื่อนออกกำลังกาย” ไปด้วยกันนั้น ถือเป็นหนึ่งในวิธีที่จะช่วยให้เราจดจ่อกับการเล่นกีฬาได้ยาวนานขึ้น ซึ่งเป็นเพราะพฤติกรรมของคนเรามักจะชอบทำอะไรตามคนอื่นนั่นเอง ยิ่งถ้าเป็นเพื่อนที่มีความสนิทสนมกัน ก็ยิ่งช่วยให้สนุกกับการออกกำลังกายมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้เรามีวินัยและความรับผิดชอบมากขึ้นด้วย

ขณะที่ “การตั้งเป้าหมาย” ถือเป็นแรงจูงใจชั้นดี เหมือนที่นักวิ่งมาราธอนมักชอบตั้งเป้าในการทำเวลาวิ่งให้ลดลง เพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้ตัวเองทำผลงานให้ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเป้าหมายของเราต้องไม่ยากเกินไปจนไม่สามารถทำได้ และสามารถยืดหยุ่นได้ เพื่อจะได้ไม่ทำให้รู้สึกหมดไฟตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มต้น

เมื่อมีเป้าหมายแล้วให้เริ่ม “ออกกำลังกายแบบค่อยเป็นค่อยไป” ในสองสัปดาห์แรก โดยอาจจะใช้เวลาสักวันละประมาณ 10-15 นาที หรือน้อยกว่านั้น เพื่อให้ร่างกายเริ่มคุ้นเคยกับการใช้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ จากนั้นค่อยเพิ่มเวลาให้นานขึ้นเป็น 30-40 นาที หรืออาจจะนานกว่านั้นได้ถ้าร่างกายรับไหว

นอกจากนี้ “ออกกำลังกายในตอนเช้า” ยังช่วยให้เรามีพลังมากกว่าตอนเย็นด้วย เพราะกล้ามเนื้อยังไม่ตึงเครียดจากการทำงาน และตอนเช้าก็มีแนวโน้มที่จะทำได้สม่ำเสมอมากกว่าช่วงเย็นที่อาจจะเหนื่อยล้าจากการทำงาน มีนัดหลังเลิกงาน หรือรถติดจนกลับบ้านมืดค่ำ

โดยการ “ออกกำลังกายเวลาเดิม” ในทุกวัน จะทำให้เรามีวินัยในการออกกำลังกายมากขึ้น และกลายเป็นความเคยชินได้ แต่ถ้าเราไม่กำหนดเวลาที่แน่นอนก็มีแนวโน้มที่จะเลื่อนเวลาออกไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะรู้สึกพร้อม สุดท้ายก็กลายเป็นการผัดวันประกันพรุ่ง และทำไม่ได้ต่อเนื่อง

การทำอะไรให้ติดเป็นนิสัยนั้นจำเป็นต้องใช้เวลาที่นานพอ ซึ่งจากงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ทดลองให้เงินรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ กับคนที่มาออกกำลังกายที่ยิมทุกครั้งเป็นเวลา 1 เดือน พบว่าการทดลองดังกล่าวทำให้คนเหล่านั้นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจนเป็นกิจวัตรได้ แต่ต้อง “ทำอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 28 วัน”

เมื่อสุขภาพดีไม่มีขาย การดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายจึงเป็นสิ่งสำคัญ หรือถ้าไม่มีเวลาจริง ๆ แค่เดินออกกำลังกายก็ดีต่อสุขภาพแล้ว โดยมีผลงานวิจัยที่พบว่าการเดินสัปดาห์ละ 75 นาที หรือวันละประมาณ 10 นาที สามารถช่วยทำให้มีอายุยืนยาวขึ้นได้อีก 1 ปีครึ่งเลยทีเดียว!