เพจ “ลองดู Longdo” การทลายกำแพงของคนที่ไม่กล้าออกนอกกรอบ

บ่อยครั้งที่การเป็น Blogger สายกิน สายเที่ยวของหลายคน มักมีที่มาจากความชอบหรือความถนัดในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นทุนเดิมอยู่ก่อนแล้ว แต่สำหรับเพจ “ลองดู Longdo” ที่มียอดผู้ติดตามเกือบ 30,000 คน ภายในระยะเวลาแค่ปีกว่า ๆ นั้น กลับมีจุดเริ่มต้นที่ต่างจากคนอื่น ๆ

บทสัมภาษณ์ “คนต้นคิด” ในวันนี้ จะพาคุณไปรู้จักกับเจ้าของเพจลองดู Longdo “ปอปอ” อมรา ไพบูลย์รุ่งเรือง และ “เอ็ม” ปิยะวัฒน์ แมคอินไตย์ อีกหนึ่งเพจน้องใหม่ที่มีความเป็นมาไม่เหมือนใคร!

“เอ็ม” ปิยะวัฒน์ แมคอินไตย์ และ “ปอปอ” อมรา ไพบูลย์รุ่งเรือง

จุดเริ่มต้นจากการสร้างเพจ

“เอ็ม” ปิยะวัฒน์ ผู้ซึ่งทำหน้าที่แอดมินเพจ นอกเหนือจากการเป็นเจ้าของบริษัทโฆษณา 7.45 Produce Team เล่าถึงความเป็นมาของเพจนี้ว่า เกิดจากไลฟ์สไตล์ของตนเองกับแฟนสาวค่อนข้างต่างกันมาก เพราะ “ปอปอ” เป็นนางพยาบาล ตนเป็นผู้กำกับโฆษณา และอายุก็ห่างกันถึง 9 ปี จึงอยากหากิจกรรมที่สามารถทำร่วมกันได้ ซึ่งก็หนีไม่พ้นเรื่องกิน และเรื่องเที่ยว 

“จุดเริ่มต้นมาจากที่เราไปเดินสวนจตุจักร แล้วเพิ่งได้กล้อง GoPro มาใช้งานพอดี เลยนำกล้องติดมาถ่ายเล่น ๆ ด้วย ก่อนจะมาตัดคลิปเก็บไว้เป็นความทรงจำด้วยกัน แต่หลังจากโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว แล้วมีคนเข้ามาดู เข้ามาคอมเมนท์ เลยเกิดไอเดียว่าน่าจะลองทำเพจกันดู”

ทำไมชื่อเพจ “ลองดู Longdo”

ชื่อเพจที่ฟังครั้งแรกอาจนึกถึงเว็บไซต์ค้นหาคำศัพท์นั้น เกิดจากความคิดของ “ปอปอ” อมรา ที่เจ้าตัวบอกว่าเป็นคนไม่ค่อยกล้าออกนอกกรอบ และออกจะเป็นคนหัวโบราณอยู่นิด ๆ ไม่กล้าลองทำอะไรใหม่ เลยคิดว่าน่าจะลองสิ่งใหม่ ๆ ในชีวิตดูบ้าง ทำให้คำว่า “ลองดู” ผุดขึ้นมาในหัว และกลายมาเป็นแฮชแท็ก #porporlongdo เวลาไปรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวหรือร้านอาหารต่าง ๆ

แม้ว่าเอ็มดูจะไม่ค่อยเห็นด้วยกับชื่อเพจในตอนแรก แต่คำว่า “ลองดู” ก็เป็นการทำเพจที่ทลายกำแพงของทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี ปอปอเองก็กล้าลองกินอะไรที่ไม่เคยกิน ลองไปเที่ยวสถานที่ใหม่ ๆ ขณะเดียวกันก็ทลายอีโก้ของตนเองด้วยเช่นกัน เพราะปกติเป็นผู้กำกับโฆษณา จะไม่ถือกล้องถ่ายเอง ตัดต่อเอง แต่พอมาทำเพจด้วยกันก็ต้องลองดูทุกอย่าง

มีลูกค้าเข้าตั้งแต่ครึ่งปีแรก

ความน่ารัก สดใส ของ “ปอปอ” ทำให้มีลูกค้าติดต่อเข้ามาทาง Inbox ตั้งแต่ช่วงครึ่งปีแรก เพื่อให้ช่วยรีวิวสถานที่ต่าง ๆ ให้ ซึ่งทั้งคู่มองว่าเพจประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง เนื่องจากเป็นการเข้าถึงแบบออร์แกนิค ไม่ได้เน้นทำเชิงธุรกิจเสียทีเดียว

“ปอปอทำด้วยความสุข ความสนุก แล้วก็ค่อนข้างเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่บอกว่าชอบความเป็นธรรมชาติ สดใสของปอปอ ก็ตรงกับคาแรคเตอร์ของเพจที่รีวิวกินเที่ยวเล่นสไตล์ปอปอ”

แม้ว่าจะมีลูกค้าเข้ามา แต่เพจยังคงยึดมั่นกับการรีวิวตามจริง และไม่ได้ขายของกันแบบโต้ง ๆ หรือถ้าไปถ่ายทำที่สถานที่ไหนก็จะไม่แต่งรูปให้ดูโอเวอร์เกินจริง แต่จะให้เห็นบรรยากาศที่แท้จริงของสถานที่นั้น ๆ เพราะไม่อยากทำให้คนที่ติดตามต้องผิดหวัง หรือเสียความรู้สึก หากภาพในเพจกับสิ่งที่ตาเห็นนั้นไม่ตรงปก

ทำเพจด้วยความสนุก ไม่จ้างทีมงาน

แม้ว่าตอนนี้ เพจเริ่มเป็นที่รู้จักแล้ว แต่เอ็มและปอปอยังคงทำกันเอง 2 คนเป็นหลัก เพราะถือว่าเป็นโอกาสที่ได้ใช้เวลาด้วยกันนอกเหนือจากเวลางาน และเป็นการทำเพจด้วยความสนุก เพราะเริ่มจากการที่เป็น Nobody ที่ไม่มีใครรู้จักมาก ๆ เลยไม่รู้สึกกดดันในการทำงาน

“เราไม่ค่อยได้สนใจยอดไลก์ หรือยอดวิว แต่สนใจยอดคอมเมนท์มากกว่า และพอเริ่มทำคลิปยาวขึ้น ก็มีคนมาดู ฟอลโลว์ และคอมเมนท์กันเยอะขึ้น ทุกวันนี้ การทำเพจของเราคือการพักผ่อน คลายเครียดจากงานประจำ และได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันอย่างมีคุณภาพ”

ส่วนคนที่คิดว่าการที่ทำทั้งเพจและงานประจำควบคู่กันไปจะทำให้หมดไฟหรือเปล่านั้น สำหรับเอ็มแล้วเจ้าตัวบอกว่าไม่มีปัญหาในส่วนนี้ เพราะจะถ่ายทำกันเฉพาะวันที่ปอปอหยุด และด้วยความที่เป็นคนตื่นเช้าอยู่แล้ว จึงจะเคลียร์งานประจำให้เสร็จในช่วงครึ่งเช้า เพื่อที่ช่วงบ่ายจะได้มีเวลาทำงานที่ค้างจากลูกค้าของเพจต่อ ซึ่งตอนนี้เอ็มรับหน้าที่คิดงาน ขายงานเองด้วย

แนะนำน้อง ๆ ที่อยากเป็นบล็อกเกอร์

“เป็นตัวของตัวเองดีที่สุด และอย่าเพิ่งไปกดดันตัวเอง” นี่คือคำแนะนำที่ “ปอปอ” อยากบอกกับน้อง ๆ เป็นอย่างแรก เพราะทุกคนก็อยากให้ผลงานออกมาดี ๆ แต่เมื่อจุดเริ่มต้นคือความคาดหวัง จึงทำให้เครียด บรรยากาศเลยเหมือนกับการทำงานมากกว่า ซึ่งในมุมของปอปอมองว่าถ้าทำด้วยความสุขจะได้ผลงานที่ออกมาดีกว่า

ขณะที่เอ็มเสริมว่าเรื่องของอุปกรณ์ ถ้ามีงบประมาณน้อยแค่สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็สามารถถ่ายคลิปได้แล้ว สิ่งสำคัญคือการทำคอนเทนต์ดี ๆ ไม่พูดจาหยาบคาย แต่งตัวโป๊เพื่อดึงดูดคนดูแบบฉาบฉวยมากกว่า