ในที่สุดสาวกฮอนด้า รวมถึงคนที่ชื่นชอบรถประเภท subcompact crossover SUV ทั่วโลก ก็ได้เห็นรูปโฉมของ ฮอนด้า HR-V ใหม่ เวอร์ชันปี 2021 กันเสียทีนะครับ หลังมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา จะโดนใจมากน้อยแค่ไหนก็คอมเมนต์กันเข้ามาได้เลยนะครับ
ถ้าจะไล่เจเนอเรชันอย่างเป็นทางการ ก็ต้องบอกว่า HR-V 2021 หรือที่ในญี่ปุ่นใช้ชื่อรุ่นว่า Vezel นั้น มันคือยุคที่ 3 ของรถรุ่นนี้ แต่ในบ้านเรา มีการนำเข้ามาทำตลาดเริ่มต้นที่เจน 2 ในช่วงปลายปี 2014 ซึ่งก็ถือเป็นปรากฏการณ์รถขายดีจากขาดตลาดมาก ๆ ในช่วงเวลานั้น
ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น จำได้เลยว่าพยายามจะตระเวนไปแต่ละโชว์รูมในกทม. ปรากฏว่าต้องรอรถ 3 เดือนเป็นอย่างต่ำ ส่วนเพื่อนที่รู้จักกันที่จองรุ่นท็อปก็ต้องรอเกือบ 3 เดือน ในครั้งนั้นทางบ้านผมเลยติดต่อให้พรรคพวกที่ จ.อุดรธานี เช็กกับโชว์รูมที่นั่นให้ ถึงได้รถเร็วหน่อยในระยะเวลา 1 เดือน!
7 ปีผ่านไป ถึงเวลาที่รถรุ่นนี้จะเปลี่ยนโฉมทั้งหมด หรือที่เรียกว่า “ออล นิว” สำหรับผมแวบแรกที่เห็น ยอมรับตามตรงว่าไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรนะครับ โดยเฉพาะกระจังหน้าที่ดูขัดสายตาเหลือเกิน ดูแล้วขาดความดุดันไปพอสมควร หากเทียบกับรุ่นใกล้เคียงอย่าง CH-R หรือ Cross ของค่ายคู่แข่ง
ที่ยังคงเอกลักษณ์ไว้ก็คือที่เปิดประตูหลังที่ขยับขึ้นไปไว้ตรงของกระจกเหมือนเดิม ส่วนภายในห้องโดยสาร โดยรวมแล้วถือว่าโอเคเลยครับ เรียบหรูลงตัว ไม่เยอะไปจนออกยานอวกาศเหมือนฮอนด้า ซีวิค อย่างไรก็ดี เรื่องรูปลักษณ์ก็เป็นเพียงแต่ส่วนหนึ่งครับ ที่น่าสนใจกว่านั้นคือสมรรถนะเครื่องยนต์ และเทคโนโลยีต่าง ๆ จะมีอะไรใส่เข้ามาบ้าง
แม้จะยังไม่มีการเผยสเปกออกมาอย่างเป็นทางการ แต่สื่อต่างประเทศก็คาดกันว่า HR-V ใหม่ จะใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร (รุ่นเดิมใช้เครื่อง 1.8) แต่จะเพิ่มเติมด้วยเทคโนโลยีไฮบริดใหม่ของฮอนด้าภายใต้โลโก้ e:HEV แบบที่อยู่ในรุ่น City รวมถึงยังจะมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ real-time AWD เพิ่มเข้ามาด้วย
ขณะที่ระบบความปลอดภัยก็คาดว่าจะใส่มาให้แบบจัดเต็ม มีระบบช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องเส้นทาง รวมถึงระบบเตือนการชนจากวัตถุรอบข้าง พร้อมระบบช่วยเบรก อย่างไรก็ดีที่กล่าวมาทั้งหมดคือสเปกที่เตรียมขายในญี่ปุ่นช่วงเดือนเมษายนนี้นะครับ ถ้าเข้ามาบ้านเราช่วงปลายปีนี้ ก็คงต้องลุ้นกันอีกรอบว่าฮอนด้าจะจัดออปชันอะไรให้บ้าง
ส่วนราคาดการณ์ล่วงหน้าได้ไม่ยากครับ โดยยึดจากราคารุ่นเดิมที่ขายอยู่ ที่อยู่ในระดับ 9 แสนกลาง ถึง 1ล้านต้น ๆ เพราะหากจัดเต็มออปชัน และเทคโนโลยี เหมือนรุ่นที่เปิดตัวในญี่ปุ่น ดูแล้วมีหวังออกสตาร์ทที่ 1 ล้านเป็นอย่างต่ำแน่นอนครับ
ภาพจาก honda.co.jp






























