รู้จักระบบ Multi-lane free flow ก่อนประเทศไทยใช้งานจริง

ประชาชนที่ใช้ชีวิตอยู่นประเทศเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครรู้ดี ว่าการจราจรนั้นสาหัสขนาดไหน ปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อปัญหาความล่าช้าในการเดินทาง จึงมีผู้ใช้รถใช้ถนนจำนวนไม่น้อยที่หนีการจราจรพื้นราบไปใช้ทางด่วน (ที่ไม่ด่วน) เพื่อหวังว่าการจราจรมันจะดีขึ้น

แต่ในเมื่อมีคนคิดแบบเดียวกัน ก็ขึ้นไปแออัดกันอยู่บนทางด่วน ทำให้การสัญจรบนทางด่วนไม่ด่วนอย่างที่คิด โดยเฉพาะบริเวณหน้าด่านเก็บค่าผ่านทาง ที่มีการสะสมของรถปริมาณมาก ณ บริเวณนั้น กว่าจะจ่ายเงินเสร็จ กว่าจะผ่านไปได้แต่ละคัน ยิ่งรถติดขัดมากเท่าไร ก็ยิ่งสร้างความไม่พอใจได้มากเท่านั้น เพราะการขึ้นทางด่วนไม่ได้ขึ้นฟรี ในเมื่อเสียเงินแล้วก็ควรจะไปได้เร็วกว่าจราจรด้านล่าง

จากข้อมูลของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ระบุว่าปัญหารถติดหน้าด่านนั้น หลัก ๆ มาจาก

  • ตู้เก็บเงินน้อย
  • ถามทาง
  • ทอนเงิน
  • เติม Easy Pass

ไม่มีตู้ ไม่มีไม้กั้น ไม่มีคนคุม แนวคิดใหม่ลดปัญหาจราจร

จากปัญหา ทำให้เกิดระบบ Multi–lane free flow ขึ้นมา การทำงานง่าย ๆ ของระบบนี้คือ จากที่มีตู้เก็บค่าผ่านทาง ตู้จะหายไปกลายเป็นช่องทางปกติ ไม่มีตู้ ไม่มีไม้กั้น (นั่นหมายความว่าไม่มีคนคุมด้วย) จะมีเพียงโครงเหล็กที่ติดตั้งระบบสร้างคร่อมไว้ เมื่อรถวิ่งผ่านก็จะตัดเงินค่าผ่านทางแบบอัตโนมัติ (หรือบันทึกว่ารถคันนี้ผ่าน) ระบบนี้จะช่วยให้รถผ่านด่านได้มากขึ้น เพราะการวิ่งผ่าอย่างเดียวไม่ต้องชะลอหรือจอดรอจ่ายเงิน มันช่วยร่นระยะเวลาลงได้มาก ระบบนี้ใช้ในกลุ่มประเทศยุโรปและอเมริกามานานแล้ว

บนโครงเหล็กจะมีกล้องที่สามารถจับภาพป้ายทะเบียนรถ คนขับสามารถขับผ่านทางได้โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์สำหรับตัดเงิน เพราะไปจ่ายเงินทีหลังได้ ด้วยเทคโนโลยี RFID คือ ค่าทางด่วน ที่ไม่ต้องจ่ายบนทางด่วน แต่ก็อาจจะทำให้ทางด่วนเสียรายได้ หากมีข้อผิดพลาดในการจับทะเบียนรถยนต์ การคำนวณที่ไม่ถูกต้อง หรือระบบขัดข้อง อีกทั้งการขับแบบไม่ต้องชะลอที่หน้าด่าน คนขับอาจทำความเร็วสูงกว่าเดิมเสี่ยงจะเพิ่มอุบัติเหตุได้มากขึ้น จึงมีคำถามว่าคนไทยพร้อมแค่ไหนที่จะใช้ระบบนี้ และอาจลดความน่าเชื่อถือของระบบด้วย

ระบบ Multi–lane free flow จะเป็นระบบเก็บค่าผ่านทางแบบใหม่ ใช้ video tolling แบบ AI ตรวจจับป้ายทะเบียนรถ รถวิ่งผ่านได้สะดวก สามารถทำความเร็วได้ถึง 160 กม./ชม. ระบายรถติดเร็วขึ้น 5 เท่า รองรับการใช้ก่อนจ่ายทีหลัง (postpaid) แถมยังเตรียมช่องทางชำระเงินที่สะดวก ไม่ว่าจะเป็นตัดบัตรเครดิต ตัดบัญชีธนาคาร  ด้วยคิวอาร์โค้ด มีการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชันทางโทรศัพท์มือถือ สามารถจ่ายค่าผ่านทางทั้งแบบรายครั้งและแบบรายเดือน

แต่ขณะนี้ โครงการถือว่ารุดหน้าไปมากแล้วพอสมควร อยู่ในขั้นพัฒนาและทดสอบพร้อมกันทั้งระบบของทางการพิเศษแห่งประเทศไทย และระบบของกรมทางหลวง โดยมีการลงนาม MOU เชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับข้อมูลทะเบียนยานพาหนะและบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อศึกษาและพัฒนาด่านเก็บเงินไร้ไม้กั้นไปแล้วเมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะใช้ได้เต็มรูปแบบในปี 2565

สรุปแล้ว ข้อดีของระบบ Multi–lane free flow มีดังนี้

  • ทางด่วนรับรถ รับการจราจรได้มากขึ้น
  • ใช้เวลาในการเดินทางน้อยลง เนื่องจากรถไม่ติด
  • เปลืองน้ำมันน้อยลง เพราะไม่มีรถติดที่หน้าด่าน
  • ลดมลภาวะ
  • ทางด่วนมีรายได้มากขึ้น เพราะรับรถได้ในปริมาณมากขึ้น
  • ต้นทุนในการบริหารทางด่วนน้อยลง ไม่ต้องจ่ายเงินเดือนคน
  • ถ้าต้นทุนถูกลง ประชาชนควรจะจ่ายค่าทางด่วนถูกลงด้วย

ข้อจำกัดของการใช้งาน

ระบบ Multi–lane free flow ในบ้านเรายังอยู่ในขั้นทดลอง ยังไม่ได้มีการใช้งานอย่างเป็นทางการ ดังนั้น พอได้ทดลองใช้งานก็พบปัญหา เพราะการที่ไม่ตู้ ไม่มีไม้กั้น และไม่มีคนคุม รถทุกคันสามารถวิ่งผ่านได้อย่างอิสระ ถ้าหากว่ารถคันนั้นไม่มีบัตร หรือในบัตรไม่มีเงิน ก็เท่ากับรถคันนั้นวิ่งผ่านไปฟรี ๆ

จากการทดสอบเอาไม้กั้นบริเวณช่องจ่ายเงินบนทางด่วนออก ก็พบว่ามีคนขับรถวิ่งผ่านโดยไม่ยอมจ่ายค่าทางด่วนอยู่ประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ทางการพิเศษแห่งประเทศไทยสูญเสียรายได้ราว ๆ 1.4 ล้านบาทต่อวัน จนต้องยกเลิกการนำไม้กั้นออก แล้วหาวิธีอุดช่องโหว่นี้

ซึ่งระบบ Multi–lane free flow ที่อยู่ในขั้นทดลอง จะใช้ระบบตรวจจับทะเบียนรถ ร่วมกับ RFID ภายในรถยนต์เพื่อระบุตัวตนของเจ้าของรถ ระบบนี้ถูกวางให้สามารถชำระค่าบริการได้หลายรูปแบบ ทั้งแบบ Post Paid ใช้ก่อนจ่ายทีหลัง (ค่าทางด่วน ที่ไม่ต้องจ่ายบนทางด่วน) หรือจะจ่ายทันทีเป็นครั้ง ๆ ด้วยการตัดเงินโดยอัตโนมัติ ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น

RFID (Radio Frequency Identification) เป็นเทคโนโลยีอัจฉริยะรูปแบบหนึ่ง มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อบ่งบอกถึงความเป็นตัวตนเฉพาะเจาะจง หรือเป็นหมายเลขประจำตัว โดยใช้ติดกับวัตถุต่าง ๆ อาศัยคลื่นวิทยุในการทำงาน มีส่วนประกอบสำคัญคือ เครื่องอ่านกับแท็ก แท็กส่งข้อมูลเฉพาะหรือหมายเลขประจำตัวออกมาเป็นคลื่นวิทยุ เมื่อถูกกระตุ้นด้วยเครื่องอ่าน เครื่องอ่านจะรับสัญญาณคลื่นวิทยุไปถอดรหัสข้อมูลที่ส่งเข้ามา

ในเมื่อสามารถใช้ก่อนจ่ายทีหลังได้ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย จึงจำเป็นต้องมีหน่วยงานติดตามทวงหนี้ เพราะแม้จะมีระบบบันทึกภาพรถที่ผ่านทางในขณะนั้นทุกคัน แต่การทางพิเศษไม่ได้มีอำนาจในการออกใบสั่ง จึงต้องมีการแก้กฎหมายบางส่วนเพื่อรองรับการใช้งานระบบให้รัดกุมที่สุด โดย RFID ที่ว่าสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ที่ฝ่าฝืนไม่ยอมชำระค่าผ่านทางได้ ทั้งชื่อ ที่อยู่ เพื่อให้สามารถติดตามมาจ่ายค่าผ่านทางและดำเนินการตามกฎหมาย

ที่สำคัญอีกอย่าง ถึงเทคโนโลยีจะทันสมัย แต่ความอัตโนมัติมันมีข้อเสีย ว่าหากระบบเกิดขัดข้องขึ้นมาจะเกิดอะไรขึ้น ก็ต้องเตรียมแผนรองรับต่อไป

ผลกระทบที่จะตามมา

ระบบ Multi–lane free flow มีขึ้นมาเพื่อใช้แก้ปัญหาการจราจรบนทางด่วนที่ติดหนักจนถึงขั้นสาหัส แม้ว่าในบ้านเราจะยังอยู่ขั้นตอนทดสอบระบบเพื่อเตรียมเปิดใช้จริงอย่างเป็นทางการ และยังมีข้อจำกัดบางประการที่ต้องปรับปรุงแต่เมื่อไม่มีตู้ นั่นก็แปลว่าแรงงานคนจะกลายเป็นแรงงานส่วนเกินทันที ไม่มีคนมานั่งคุม ไม่มีคนคอยเก็บเงิน ปัญหาต่อจากนี้ คือคนที่เคยนั่งเก็บเงินอยู่ในตู้จะไปทำอะไรเมื่อไม่มีตู้ให้นั่ง

หากได้ติดตามข่าวจะพบว่าโครงการนี้เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นแล้ว ความคืบหน้าล่าสุดคือในเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา ทำให้พนักงานกว่า 2,000 คนที่เคยทำหน้าที่นี้จะถูกจัดให้ไปปฏิบัติหน้าที่อื่น เนื่องจากทางการพิเศษแห่งประเทศไทยยังไม่มีแผนที่จะปลดคนออก แต่จำนวนพนักงานที่มากขนาดนั้น จะมีตำแหน่งหรือหน้าที่อื่นรองรับได้มากน้อยแค่ไหน อีกทั้งพนักงานบางส่วนไม่เคยทำหน้าที่อื่นมาก่อนนอกจากเก็บเงินค่าผ่านทางในตู้ อาจจะต้องใช้เวลาในการเรียนรู้การทำหน้าที่อื่น ถ้าปรับตัวไม่ได้ก็คงต้องออก หรือเข้าโครงการ early ไปโดยปริยาย

ระบบ Multi–lane free flow มีแผนว่าจะเปิดใช้จริงเต็มรูปแบบได้ในปี 2565 หรือก็คืออีกประมาณ 1 ปีต่อจากนี้ ต่อให้บางคนไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเรียนรู้งานอื่นนานถึง 1 ปี แต่ก็ไม่ทันความทันสมัยของเทคโนโลยีที่กำลังจะเข้ามาแทนแรงงานคนอยู่ดี ต่อให้ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่อื่นได้ แต่อีกไม่นานหน้าที่นั้นก็คงถูกเทคโนโลยีที่รุดหน้าอย่างรวดเร็วเข้ามาแทนที่ในอนาคตอันใกล้เหมือนกัน

พนักงานตกงาน คือปัญหาที่เกิดขึ้น “แน่นอน”

ในยุคที่โลกหันมาใช้แรงงานหุ่นยนต์มากกว่าแรงงานคน และอีกไม่นานเกินรอก็จะเดินเครื่องเต็มสูบ กลุ่มแรงงานไร้ฝีมือจะเป็นแรงงานกลุ่มแรก ๆ ที่จะได้รับผลกระทบ เช่นเดียวกัน พนักงานเก็บเงินทางด่วนที่ทำหน้าที่นี้มานาน และไม่มีทักษะด้านอื่น ก็คงไม่รอดที่จะหนีผลกระทบจากเทคโนโลยีได้ ขึ้นอยู่ที่เวลาเท่านั้นว่าจะช้าหรือเร็ว

ระบบอัตโนมัติเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวันของคนเรา หันไปทางไหนก็มีแต่เทคโนโนยีที่พัฒนามาเพื่อให้คนขยับตัวน้อยที่สุด สะดวกสบายที่สุด นั่นหมายความว่าบทบาทของคนจะน้อยลง หากแรงงานกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสจะตกงานสูงไม่มีที่รองรับ ไม่ปรับตัว ปัญหาแรงงานล้นตลาดจะยิ่งมีมากขึ้น และมากขึ้นเรื่อย ๆ ในวันที่เทคโนโลยีสามารถทำงานแทนคนในหลาย ๆ สายงานได้โดยสมบูรณ์

แม้ว่าขณะนี้ทางการทางพิเศษแห่งประเทศไทยจะยังไม่มีแผนที่จะปลดคนออก โดยตั้งใจว่าจะนำแรงงานส่วนนี้ไปฝึกอบรมเพื่อไปทำงานด้านอื่น ๆ แทน แต่การที่คนที่ทำงานลักษณะเดียวมาตลอดจะปรับตัวได้ต้องใช้เวลา ซึ่งเวลาในการปรับตัวจะเร่งให้เร็วเท่าเทคโนโลยีไม่ทันแน่นอน สุดท้ายแล้ว เมื่อมองในกรณีที่เลวร้ายที่สุด ก็ต้องออกอยู่ดี

เพราะฉะนั้น หากเมื่อหลายปีก่อนเคยมั่นใจว่าคนไทยผู้ใช้ทางด่วนคงจะไม่หันมาใช้ Easy Pass กันหมด เพราะยังติดนิสัยการจ่ายด้วยเงินสดอยู่ ใช่! ต่อไปก็จะไม่มี Easy Pass ให้ใช้ด้วย ถ้าตู้เก็บเงินถูกเอาออกไป คนใช้ทางด่วนก็ถูกบังคับกลาย ๆ อยู่แล้วว่าต้องหันไปใช้ระบบใหม่ แม้ว่าจะยังไม่เต็มใจเท่าไรก็ตาม แต่ถ้าถูกบังคับให้ทำแบบนี้ (เพราะเลือกไม่ได้) เป็นใครก็ต้องทำตาม

ในท้ายที่สุดถ้าระบบ Multi–lane free flow พร้อมใช้งาน เราก็ไม่มีทางเลือกให้จ่ายเงินสดอีกแล้ว ระบบออกแบบมาให้ใช้แบบไหนก็ต้องใช้แบบนั้น ใช้จนกว่าจะชิน แถมการไม่มีตู้ ไม่มีไม้กั้น ไม่มีคนนั่งเก็บเงินยังจะดูมีข้อดีมากกว่าเดิม ทำให้คนสะดวกมากกว่าเดิม การจราจรจะคล่องตัวขึ้น หากระบบใหม่เอื้อต่อการใช้ชีวิตประจำวันขนาดนี้ คนไทยคงใช้เวลาไม่นานเท่าไรที่จะปรับตัวให้ชินกับระบบใหม่

ข้อมูลจาก facebook.com/ประชาสัมพันธ์ กระทรวงคมนาคม