หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับงานเลี้ยงฉลองรื่นเริงในคืนส่งท้ายปีในปีที่ผ่าน ๆ มา หากไม่ออกไปปาร์ตี้เคาท์ดาวน์กับเพื่อนฝูงจนเมามาย ก็ไปชมคอนเสิร์ตนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ตามสถานที่ต่าง ๆ ไม่ก็นอนเฉย ๆ ข้ามปีอยู่ที่บ้าน ฉลองกับทุกคนผ่านหน้าจอทีวี แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ชอบความวุ่นวายพลุกพล่านแบบนั้นและก็ไม่อยากจะอยู่บ้านเหงา ๆ ด้วย จึงเลือกที่จะเดินเข้าวัด แล้วสวดมนต์ข้ามปีรับสิริมงคลกันตั้งแต่วินาทีแรกของศักราชใหม่
ปกติแล้ว พิธีสวดมนต์ชำระจิตส่งท้ายปี เพื่อสร้างบุญบารมีรับปีใหม่ เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นั้น จะจัดขึ้นในวันที่ 31 ธันวาคม ถึงที่ 1 มกราคม ของทุกปี มีหลายวัดที่จัดกิจกรรมขนาดใหญ่เพื่อให้ประชาชนได้เข้ามาร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี โดยกิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่ช่วงเย็น ๆ วันที่ 31 ธันวาคมเป็นต้นไป จนก้าวเข้าสู่วันแรกของปี
แต่ถึงอย่างนั้น กิจกรรมนี้มีที่มาที่ไป ก่อนที่จะได้รับความสนใจจากประชาชน และส่งผลให้มีคนหันหน้าเข้าวัดมาสวดมนต์ต้อนรับปีใหม่กันมากขึ้นทุกปี จุดเริ่มต้นของกิจกรรมที่ว่านี้เริ่มจากไหนเป็นที่แรก
ที่จริงแล้ว การสวดมนต์ข้ามปีนั้นเป็นประเพณีนิยมของชาวไทยมาแต่เดิม ก่อนสิ้นปี พระสงฆ์จะเดินทางไปเจริญพระพุทธมนต์บทนพเคราะห์ที่กรมประชาสัมพันธ์ จากนั้นก็จะรอให้ถึงเวลาเที่ยงคืน ซึ่งเป็นเวลาเริ่มต้นของศักราชใหม่ เจริญพระพุทธมนต์บท “ชัยมงคลคาถา” ออกอากาศทั่วประเทศ ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย

ต่อมา เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เจ้าประคุณสมเด็จ เป็นสมณศักดิ์รองจากสมเด็จพระสังฆราช แต่สูงกว่าพระราชาคณะเจ้าคณะรอง) เป็นประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช นำคณะสงฆ์วัดสระเกศ ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ข้ามปีขึ้น ณ พระอุโบสถ วัดสระเกศ
ในปีพ.ศ. 2549 กรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ได้เห็นความสำคัญของการสวดมนต์ข้ามปี จึงได้ร่วมกับคณะสงฆ์วัดสระเกศ จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีขึ้นอย่างเป็นทางการ และต่อมาคณะสงฆ์มีความเห็นร่วมกันว่า การสวดมนต์ข้ามปีเป็นที่นิยมของประชาชนอย่างแพร่หลาย ทั้งยังเป็นค่านิยมที่งดงามที่ควรค่าแก่การส่งเสริม ในเดือนธันวาคมพ.ศ. 2553 ที่ประชุมมหาเถรสมาคม ณ ตำหนัก สมเด็จฯ วัดสระเกศ จึงได้มีมติให้วัดทุกวัดทั้งในประเทศและต่างประเทศจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี โดยมีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นศูนย์กลางการอำนวยการ และให้วัดเจ้าคณะจังหวัดเป็นศูนย์กลางการสวดมนต์ของจังหวัดนั้น ๆ
การจัดกิจกรรม ส่วนกลาง จะมีศูนย์กลางอยู่ที่วัดสระเกศ ภูเขาทอง กรุงเทพมหานคร ภาคเหนือ มีศูนย์กลางอยู่ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ ภาคอีสาน มีศูนย์กลางอยู่ที่วัดพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม และภาคใต้ มีศูนย์กลางอยู่ที่วัดบรมธาตุไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยให้วัดเจ้าคณะจังหวัดทุกจังหวัดเป็นศูนย์กลางการสวดมนต์ข้ามปีของจังหวัดนั้น ๆ ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นศูนย์กลางการอำนวยการ ประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในการจัดกิจกรรม
อย่างไรก็ดี อนุวัติตามโบราณพระราชประเพณีแห่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) บ้านเราก็เคยประกอบพิธีสวดมนต์ข้ามปีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อันเป็นประเพณีปีใหม่ของไทยที่มีมาแต่เดิม ดังนั้น การสวดมนต์ข้ามปี จึงถือว่าเริ่มจัดขึ้นที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหารเป็นครั้งแรก

พระองค์โปรดฯ ให้มีการฟื้นฟูพิธีเจริญพระพุทธมนต์ “บทมหาสมัยสูตร” ให้มีระเบียบแบบแผนมากขึ้น โดยโปรดฯ ให้ประกอบพิธีที่พระวิหารพระอัฏฐารส วัดสระเกศ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อันเป็นเทศกาลปีใหม่ตามธรรมเนียมโบราณของชาวไทย เพื่อนำน้ำพระพุทธมนต์ไปแจกจ่ายให้กับประชาชน ได้นำไปประพรมให้ลูกหลานบ้านเรือน เรือกสวนไร่นาให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข
ก่อนหน้านี้ที่ชาวไทยกำหนดเอาวันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ ก็มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์บทมหาสมัยเป็นพิธีสวดมนต์ใหญ่ประจำปี เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ โดยจะถือว่าเป็นพิธีสำคัญที่บ้านเมืองจะต้องร่วมกันจัดขึ้นเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล และเกิดความร่มเย็นเป็นสุขแก่ประชาชน พอถึงวันสงกรานต์ ประชาชนในท้องถิ่นต่าง ๆ ก็จะจัดให้มีพิธีสวดมหาสมัยขึ้นในหมู่บ้านหรือชุมชนของตน แตกต่างกันไปตามความเชื่อและความนิยมของท้องที่นั้น ๆ
แต่เมื่อราชการกำหนดวันขึ้นปีใหม่ใหม่ จากวันสงกรานต์ไปใช้ตามความนิยมของสากล เพื่อให้สอดคล้องกับนานาประเทศ พิธีเจริญพระพุทธมนต์บทมหาสมัยสูตรก็ลดความสำคัญลง และเริ่มเลือนหายไปจากวิถีชีวิตของคนไทยจนกระทั่งกลับมาเป็นที่นิยมดังเช่นปัจจุบัน
ดังนั้น การสวดมนต์ข้ามปี จึงมีจุดเริ่มต้นในช่วงกรุงรัตนโกสินทร์ โดยถือเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ให้ก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า มีพระบรมสารีริกธาตุบนองค์พระเจดีย์ภูเขาทองเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจที่สำคัญยิ่งของชาวไทยที่นับถือพระพุทธศาสนา ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยคุ้มครองปกปักรักษาชีวิตและครอบครัวให้มีความร่มเย็นเป็นสุขตลอดปีและตลอดไป
ในวันส่งท้ายปี 2563 เข้าสู่ปี 2564 หลาย ๆ วัดในประเทศประกาศยกเลิกกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีที่วัด เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาด แต่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก็ขอเชิญชวนให้ประชาชน “ร่วมสวดมนต์ข้ามปีออนไลน์ ที่บ้านพร้อมกันทั่วประเทศ” ขึ้น มีการจัดทำหนังสือสวดมนต์ข้ามปีในรูปแบบ E-Book สามารถดาวน์โหลดได้ทาง Facebook ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และเว็บไซต์ www.onab.go.th

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถร่วมสวดมนต์ข้ามปี (ที่บ้าน) ไปพร้อมกันทั่วประเทศ ผ่านการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) และช่อง 7 HD คืนวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 23.10 น. เป็นต้นไป หรือช่องทาง Facebook Live ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
ข้อมูลจาก สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, วัดสระเกศ






























