ไม่น่าเชื่อว่า ณ นาทีนี้ ทีมที่เคยเกรียงไกร “ปืนใหญ่” จะลงมาเวียนว่ายอยู่ถึงอันดับ 15 ในตารางพรีเมียร์ลีก น่าแปลกใจว่า อาร์เซนอล มาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร แฟนบอลของพวกเขาคงไม่มีความสุข แถมทีมคู่ปรับอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ยังตรงกันข้ามผลงานเจิดจรัสรั้งจ่าฝูง
อาร์แซน เวนเกอร์จากไปตั้งนานแล้ว แต่ความหวังที่พวกเขาฝันไว้ว่าจะมีอนาคตที่ดีขึ้นกลับดูไม่เป็นอย่างคาดเอาเสียเลย นับจากวันนั้นทีมดูไม่มีแกนหลักที่แน่นอน ระบบการเล่นก็เปลี่ยนไปเรื่อย หลัง 3 บ้าง หลัง 4 บ้าง หน้าคู่บ้าง หน้าเป้าตัวเดียวบ้าง แต่ไม่มีสิ่งไหนที่ตอบโจทย์และดูลงล็อกเสียที
ผมเสียดายกุนซือยอดฝีมืออย่าง อูนาย อเมรี่ ที่ดูไม่ได้รับแรงสนับสนุนเพียงพอ รวมทั้งปัญหาเรื่องภาษาของเขา พอเปลี่ยนมาเป็น มิเกล อาร์เตต้า แล้ว ไม่แน่ใจว่าเขาจะมีดีกว่า อูนาย ตรงไหน แถมประสบการณ์ในทีมการคุมทีมชุดใหญ่ก็น้อยกว่าเสียอีก
ทำไปทำมาตอนนี้ “ปืน” หล่นตุ้บมาอันดับ 15 โดนแฟนคู่แข่งล้อว่าจะเล่นหนีตกชั้นอยู่แล้ว นักฟุตบอลหลายคนฟอร์มตกกันแบบไม่น่าเชื่อ ทั้ง ดาวิด ลุยซ์, เปเป้, วิลเลี่ยน, อเล็กซอง ลากาแซตต์ โดยเฉพาะ โอบาเมยอง ไม่เหลือลายยอดกองหน้าตัวจบสกอร์จริง ๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าภายในทีมมีปัญหา แถมยังมีข่าวตอกย้ำออกมาว่า ลุยซ์ เองก็ไม่ยอมพูดจากับผู้จัดการทีมมาเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว
“เดอะ กันเนอร์ส” มีผู้เล่นเก่ง ๆ มากมายหลายคน แต่จนแล้วจนรอดก็เหมือนผสมกันได้ไม่กลมกลืนสักที ช่องว่างระหว่างดาวรุ่งกับพวกตัวเก๋า นักเตะทับตำแหน่งกัน ระบบการเล่นไม่ลงตัว ทีมเวิร์ก ตัวปัญหาอย่าง เมซุต โอซิล ที่นั่งรับเงินเดือนไปวัน ๆ โดยไม่ต้องทำอะไร
อาร์เตต้า คงมีเวลาจัดการทุกอย่างอีกไม่มาก เห็นใจแต่กุนซือคนใหม่ที่จะมารับงานต่อจากเขา ซึ่งอาจจะต้องเจอภารกิจกอบกู้อันหนักหนาสาหัส เพราะแกนหลักหลายคนในทีมโดยเฉพาะที่เอ่ยนามไป อายุอานามไม่ใช่น้อยแล้ว การจะหาจุดยูเทิร์นกลับมาไม่ใช่เรื่องง่าย การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หากจะเกิดขึ้นอีกก็ไม่ใช่เรื่องหมูเช่นเดียวกัน เพราะเพิ่งจะถ่ายโอนผู้เล่นไปแล้วพอสมควรตอนอาร์เตต้าเข้ามา อีกทั้งฝ่ายบริหารเองก็ไม่ค่อยจะยอมควักกระเป๋าสักเท่าไหร่
ถือเป็นวัฏจักรของความยิ่งใหญ่ พอถึงจุดสูงสุดแล้ว มันก็ต้องร่วงลงมา และรอเวลาปรับตัวเพื่อกลับคืนไปสู่ความสำเร็จอีกครั้ง ขนาดทีมที่มีเงินถุงเงินถังกว่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งพอ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือไป ก็ยังต้องเจอกับความเปลี่ยนแปลงหนักเช่นเดียวกัน อาร์เซนอล เองเคยผ่านเรื่องราวเหล่านี้มาก่อน ทีมนี้จะพลิกสถานการณ์กลับมาได้เมื่อไหร่และด้วยวิธีไหน?
สุดท้ายทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับฝ่ายบริหารว่าจะประเมินสถานการณ์อย่างไร จะอดทนให้โอกาส อาร์เตต้า ยืดอายุการทำงาน เพราะตอนนี้กลางฤดูกาลหาตัวแทนลำบาก เศรษฐกิจของสโมสรฟุตบอลเองก็ไม่ค่อยดี หรือจะหักด้ามพร้าด้วยเข่า ชิงเปลี่ยนแปลงเร็วมันเสียเลย เพื่อไม่ให้เสียหายมากไปกว่านี้ จะเอาวิธีไหนต้องรอจับตาดูกันต่อไปครับ.






























