อาลัย เรย์ คลีเมนซ์

อีกหนึ่งดวงดาวที่ต้องกลับคืนสู่ฟากฟ้ายามค่ำคืน ตำนานผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษจากไปด้วยวัย 72 ปี เรย์ คลีเมนซ์ ผู้เล่นที่ดึงดูดให้แฟนบอลจากทั่วโลกหันมาสนใจเชียร์ทีมอย่างลิเวอร์พูล ทั้ง ๆ ที่เขาเล่นในตำแหน่งปิดทองหลังพระอย่างผู้รักษาประตู!

ย้อนอดีตกลับไปสมัยก่อน ยุคที่วงการฟุตบอลยังไม่มีกฎห้ามส่งคืนหลัง แล้วประตูยังสามารถใช้มือ ใช้เวลา ในกรอบเขตโทษได้อย่างเต็มที่ นั่นเท่ากับว่าเราได้เห็นอิริยาบถของนักฟุตบอลในตำแหน่งนี้มากมายยาวนานกว่าสมัยนี้มากนักทางจอโทรทัศน์

ลิเวอร์พูลยุค 70 ฟิล นีล, ฟิล ธอมป์สัน หรืออลัน แฮนเซ่น โชว์ลีลาคลึงบอลกันเล่นแล้ว ส่งคืนให้กับผู้รักษาประตูอย่าง เรย์ คลีเมนซ์ เพื่อเป็นการดึงเกม ดึงเวลา ให้ผู้เล่นในแดนอื่นได้พักหายใจ หรือได้จัดตำแหน่งการยืนของตัวเองกันใหม่ จึงไม่แปลกที่เราได้เห็นนายทวารสุดคลาสสิคผู้นี้อยู่บ่อยครั้งทางหน้าจอโทรทัศน์ ทำให้เขากลายเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลาย ๆ คน

คลีเมนซ์ เฝ้าเสาให้ “หงส์แดง” ตั้งแต่ปี 1967-1981 เบื้องหลังการย้ายทีมของเขาในยุคนั้นเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เนื่องจากเจ้าตัวเกิด “หมดไฟ” ในการเฝ้าเสาขึ้นมาเสียดื้อ ๆ อาจจะด้วยอยู่กับทีมมานานถึง 15 ปีแล้ว

ประกอบกับช่วงนั้น บ็อบ เพสลีย์ ดอดไปดึงนายทวารหนุ่มซิมบับเวอย่าง บรู๊ซ กร๊อบเบล่าร์ มาจากแวนคูเวอร์ ไวแคป ซึ่งตัวกุนซือเองก็ได้เปิดเผยภายหลังว่า เจตนาจะเอามาให้เรียนรู้ประสบการณ์จาก “เคลม” สักหน่อยค่อยผลักดันขึ้นสู่ตัวจริง แต่พอเจอการตัดสินใจอยากย้ายทีมแบบด่วน ๆ ของ คลีเมนซ์ ก็เลยต้องเกิดความเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลันขึ้นมา

นั่นคือสาเหตุว่าทำไมรอยต่อระหว่าง คลีเมนซ์ กับ กร๊อบเบล่าร์ จึงดูขลุกขลักเล็กน้อย และเกิดความผิดพลาดขึ้นบ่อยครั้งในระยะแรก จนเกิดคำถามขึ้นมาว่า เพสลี่ย์ ไปดึงใครมาแทนที่นายทวารผู้ยิ่งใหญ่อย่าง เรย์ คลีเมนซ์ เนี่ย?

เพราะ กร๊อบเบล่าร์ ไม่มีเวลาเหมือนสมัยที่มีในยุคแชงค์ลี่ย์ ที่ “เคลม” เป็นตัวสำรองได้เรียนรู้นานเกือบ 2 ฤดูกาลกว่าจะทะยานขึ้นยึดตำแหน่งหมายเลข 1 นั่นเอง

ภาพที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำมากสุด น่าจะเป็นตอนที่ เรย์ ย้ายไปอยู่กับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แล้วกลับมาเยือนถิ่นแอนฟิลด์เป็นครั้งแรก แล้วเขาวิ่งมาหน้าฝั่ง “สปิออน ค็อป” แล้วแฟนบอลหงส์ทุกผู้ลุกขึ้นยืนปรบมือให้เกียรติเขาอย่างยิ่งใหญ่ แสดงให้เห็นว่าบรรดา “เดอะค็อป” ไม่มีใครลืมผลงานอันยอดเยี่ยมที่เขาเคยฝากไว้กับสโมสร

ตลอดอาชีพการเฝ้าเสาในถิ่นแอนฟิลด์ “เคลม” กวาดโทรฟี่มาแล้วเกือบครบทุกรายการ เริ่มจากลีกสูงสุด 5 สมัย (1973, 1976, 1977, 1979, 1980) เอฟเอ คัพ 1 สมัย (1974) ลีกคัพ 1 หน (1981) ยูโรเปี้ยนคัพ 3 (1977, 1978, 1981) และยูฟ่า คัพ (1973, 1976) ซูเปอร์คัพ (1977) ขาดแต่เพียง คัพวินเนอร์สคัพ และฟุตบอลสโมสรโลกเท่านั้นที่เขามิอาจสัมผัส

พอไปอยู่สเปอร์ส ยังไปได้แชมป์ เอฟเอ คัพ (1982) ยูฟ่าคัพ (1984) เข้าให้อีก นับเป็นชายที่อุดมไปด้วยความสำเร็จจริง ๆ

ผลงานกับทีมชาติ คลีเมนซ์ โชคร้ายที่ดันเกิดยุคเดียวกับปีเตอร์ ชิลตัน สุดยอดนายทวารอีกคนของสิงห์โตคำรามในยุคนั้น ที่ว่ากันว่าใครมาเป็นเฮดโค้ชก็ต้องกลุ้มใจว่าจะเลือกใครเป็นมือหนึ่งดี แต่สุดท้าย “เคลม” ก็ได้หมวกทีมชาติไปถึง 61 ใบ

ขอแสดงความอาลัยตำนานหงส์ผู้จากไปคนนี้อย่างสุดซึ้งครับ.