ย้อนกลับไปช่วงหลายปีที่ผ่านมา คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก “เกมเศรษฐี” บอร์ดเกมที่ได้รับความนิยมมาก สำหรับเด็กวัยนั้นจะต้องมีการนั่งตั้งวง ทอยลูกเต๋า มือถือเงิน นั่งเปิดการ์ด มีอสังหาริมทรัพย์ในความครอบครองมากมาย แต่ในยุคที่โซเชียลมีเดียเฟื่องฟู เกมเศรษฐีที่อดีตเป็นบอร์ดเกม ก็ถูกนำมาพัฒนาเป็นเกมในแอปพลิเคชัน ที่เล่นกันได้ในโทรศัพท์มือถือ ทำเอาคน “สร้างแลนด์มาร์ค” กันยกเมือง
แล้วรู้หรือไม่ว่า วันที่ 5 พฤศจิกายน 2020 นี้ เป็นวันครบรอบ 85 ปี ที่เกมเศรษฐีฉบับสมบูรณ์ถูกวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกในโลก! จนถึงทุกวันนี้เกมเศรษฐี เป็นบอร์ดเกมที่มีอายุยาวนานกว่า 100 ปี แต่ความคลาสสิกของที่มีมายาวนานนับศตวรรษนี้ ก็ถูกนำมาดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัย จนกลายเป็นเกมสุดฮอตที่ถ้าใครไม่เล่นคือคนที่ตามโลกไม่ทัน ดังนั้น Tonkit360 จะพาทุกคนไปดูประวัติของเกมเศรษฐีกัน ว่าใครที่คิดค้นเกมนี้ขึ้นมา ซึ่งเขาก็คงไม่คิดเหมือนกันว่ามันจะยังอยู่จนถึงทุกวันนี้
เกมเศรษฐี (Monopoly) เป็นเกมกระดานที่คิดค้นขึ้นมาโดย หญิงชาวอเมริกัน ชื่อว่า อลิซาเบ็ธ แม็กกี ฟิลลิปส์ แรกเริ่ม อลิซาเบ็ธสร้างเกมนี้ขึ้นมาเพื่อต่อต้านระบบทุนนิยม โดยสร้างเป็นแบบจำลองเพื่อให้คนทั่วไปเห็นว่าผู้ที่เป็นเจ้าของที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ร่ำรวยจากค่าเช่าอย่างไร และค่าเช่าทำให้ผู้เช่าจนลงอย่างไร เพราะการอธิบายด้วยหลักการอาจยากเกินทำความเข้าใจ จึงจำลองเกมขึ้นมาเพื่อให้การอธิบายเรื่องนี้เข้าใจได้ง่ายขึ้น
เดิมเกมเศรษฐีมีชื่อเกมว่า แลนด์ลอร์ด (The Landlords Game) จดสิทธิบัตรมาตั้งแต่ปี 1904 หรือเมื่อ 116 ปีที่แล้ว ความเก่าแก่ของมันเรียกได้ว่าเป็นรุ่นคุณปู่คุณย่าหรือคุณทวด แต่ในขณะนั้นเกมนี้นิยมเล่นกันในวงแคบ ๆ ไม่ได้ผลิตออกมาขายให้คนทั่ว ๆ ไปเล่น
ต่อมาในปี 1910 บริษัทผลิตเกม Economic Game ได้นำเกมนี้มาพัฒนาต่อ คือ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกติกาบางอย่างเพื่อให้เกมสั้นลง และเปลี่ยนชื่อเกมมาเป็น อ็อกชัน โมโนโพลี (Auction Monopaly) เปลี่ยนแปลงชื่อสถานที่ในเกมให้สอดคล้องกับอสังหาริมทรัพย์ที่มีกับบริเวณผู้อาศัยอยู่จริง ดังนั้น ในช่วงประมาณปี 1920 เกมนี้ก็เป็นที่รู้จักมาขึ้น ในชื่อใหม่ที่เรียกกันว่า โมโนโพลีเกม (Monopoly Game)
แผนที่ในเกมต้นฉบับ มีอยู่ 40 ช่องโดยเป็นชื่อสถานที่จริงในเมืองแอตแลนติกซิตี ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ตัวละครที่เป็นสัญลักษณ์ของเกม มีชื่อเฉพาะว่า Rich Uncle Pennybags หรือ Mr. Monopoly
ต่อมาในปี 1933 ความแพร่หลายของเกมมีมากขึ้น เพราะชาร์ลส บี.ดาร์โรว (Charles B. Darrow) ทำเกมเศรษฐีไว้เล่นเองใน เรื่องราวในกระดานเริ่มเปลี่ยนไป มีการซื้อ-ขาย-เช่า อสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ เหมือนกับของจริง ซึ่งทำเอาเพื่อน ๆ ถูกใจเกมของเขามาก และพยายามลอกแบบไปทำเล่นที่บ้านตัวเอง ส่วนชาร์ลส์เองก็เห็นหนทางทำมาหากิน จึงทำเกมนี้ออกขาย โดยฝากขายที่ห้างสรรพสินค้าเมืองฟิลาเดลเฟีย
หลังจากนั้นเกมก็เริ่มแพร่หลาย มีคนได้ลองเล่นกันมากขึ้น มีคนสนุก ยอดสั่งซื้อเกมจึงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุด ชาร์ลสก็นำเกมนี้ไปเสนอขายกับบริษัทผลิตของเล่น พาร์คเกอร์ บราเธอร์ (Parker Brother)
ในช่วงแรก บริษัทได้ปฏิเสธเกมที่ชาร์ลสพัฒนาขึ้นด้วยเห็นว่าเกมมันยังไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร ใช้เวลาเล่นนานเกินไป กติการซับซ้อน ฯลฯ ชาร์ลสจึงกลับมาจ้างเพื่อนตัวเองให้ทำออกขายแทน ข้อบกพร่องเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ความนิยมของเกมลดลง แต่กลับมีการบอกเล่าความสนุกต่อ ๆ กันมา จนภรรยาประธานบริษัทพาร์คเกอร์สนใจซื้อเกมนี้มาลองเเล่นด้วยตัวเองว่าสนุกจริงอย่างที่ใครเขาเล่าต่อ ๆ กันมาหรือไม่
ความสำเร็จในขั้นแรกของชาร์ลส ทำให้ประธานบริษัทพาร์คเกอร์กลับมาพิจารณาการทำธุรกิจกับชาร์ลสอีกครั้ง โดยข้อเสนอคือขอซื้อสิทธิ์การผลิตและจำจำหน่าย และค่าส่วนแบ่งสิขสิทธิ์ตามยอดขายที่ทำได้ ชาร์ลสตอบรับทุกข้อเสนอ และกลับมาพัฒนาเกมโดยปิดช่องโหว่ให้ดีขึ้น
ในที่สุด 5 พฤศจิกายน 1935 เกมเศรษฐีฉบับลิขสิทธิ์บริษัทพาร์คเกอร์ ก็วางขายเป็นครั้งแรก ถึงจะมีคู่แข่งทำเกมแบบเดียวกันมาขายตัดหน้า แต่บริษัทก็ไล่ซื้อลิขสิทธิ์เกมอื่นเพื่อปกป้องเกมโมโนโพลี จนเกมนี้ก็กลายเป็นเกมที่ขายดีที่สุดของบริษัทพาร์คเกอร์
สำหรับเกมนี้ของไทยใช้ชื่อว่า “เกมเศรษฐี” โดยแผนที่ในเกมเปลี่ยนเป็นจังหวัดต่าง ๆ ในประเทศ ยกเว้นสองช่องสุดท้าย คือ พัฒน์พงษ์ และสะพานหัน (ผู้ผลิตบางรายใช้ สำเพ็ง)
ตั้งแต่นั้นมา เกมโมโนโพลี หรือเกมเศรษฐีเวอร์ชันไทย ก็กลายเป็ยบอร์ดเกมที่มีคนนิยมเลยมากที่สุดในโลก สถิติอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านคน ถูกนำมาผลิตเป็นภาษาต่าง ๆ ถึง 26 สาขา เพื่อให้คนทั่วโลกได้ลองเล่นเกมนี้ และจำหน่ายในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกประมาณ 80 ประเทศเลยทีเดียว และในปี 2020 นี้ ก็ครบรอบ 85 ปี ที่เกมเศรษฐีวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกของโลก
ข้อมูลจาก The New York Times






























