The VVD Effects

“ความกลัว” ที่อยู่ในใจของแฟนหงส์แดงมานานเกิดขึ้นจนได้ และรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังตัวสำคัญที่พาทีมคว้าแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้วได้รับบาดเจ็บแบบพักยาว ดังนั้นโจทย์ที่ทุกคนเคยถามว่า ใครควรจะเล่นคู่กับ ฟาน ไดค์? ตอนนี้เลยกลายเป็นว่า ใครน่าจะเล่นแทนที่เขา? ไปแล้ว

อาการบาดเจ็บครั้งนี้อาจจะพราก “พี่เบิ้ม” ไปจากแผงหลังลิเวอร์พูล จนถึงช่วงปลาย ๆ ฤดูกาล หรือแม้กระทั่งปิดเทอมใหญ่ไปเลยก็ได้ น่าคิดจริง ๆ ว่าการสูญเสียครั้งนี้ จะส่งผลกระทบรุนแรงขนาดไหนต่อแนวรับและผลงานของทีมโดยรวม ยากที่จะคาดคะเนได้ครับ เพราะตั้งแต่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ดึงเขามาสวมยูนิฟอร์ม “หงส์” ฟาน ไดค์แทบจะผูกปีลงสนามแบบไม่ได้พักไม่ได้ผ่อน โอกาสที่ตัวอื่นลงไปแทนนั้นเพียงไม่กี่นัดเท่านั้น

เพราะฉะนั้นสถิติที่จะบ่งชี้ว่า ลิเวอร์พูล ในยามไม่มี ฟาน ไดค์แล้วเป็นอย่างไรนั้น เป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมาก จนแทบไม่สามารถบ่งชี้อะไรเลย แต่ที่แน่ ๆ คือกุนซือเยอรมันจะไม่มีกองหลังคู่ใจให้เลือกลงสนามแบบเต็ม ๆ เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ทุ่มซื้อมาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน ด้วยค่าตัวถึง 75 ล้านปอนด์

ถึงเวลานี้ คล็อปป์ คงได้แต่เพียงมองไปข้างหน้า กับตัวเลือกที่มีอยู่ในมืออย่าง โจแอล มาติป, ฟาบินโญ่, โจ โกเมซ, รีส วิลเลี่ยมส์ หรือนาธาเนียล ฟิลลิปส์ คงยังไม่ต้องลงไปถึงพวกเยาวชนอย่าง เซ็ปป์ ฟาน เดนเบิร์ก และบิลลี่ คูเมติโอ้ หรอกนะครับ

เกมที่ผ่านมากุนซือเยอรมัน ใช้วิธีถอย ฟาบินโญ่ ลงไปยืนคู่กับโจ โกเมซ ซึ่งทั้งคู่ทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว โดยเฉพาะ ฟาบินโญ่ ซึ่งเคยมีประสบการณ์เล่นเป็นแบ็กขวาสมัยหนุ่ม ๆ นั้นสามารถถ่างออกไปปิดพื้นที่ซึ่ง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ทิ้งไว้ในยามขึ้นสูงได้ดี ใจผมก็แอบเชียร์ให้ถอยนักเตะบราซิลเลี่ยนลงไปเล่นแนวรับแบบนี้แหละครับ น่าจะเป็นทางแก้ที่ดีที่สุดในตอนนี้แล้ว

สุดท้ายสถานการณ์อาจจะสร้างวีรบุรุษขึ้นก็เป็นได้ แต่ขออย่าให้ผู้เล่นตำแหน่งเจ็บเพิ่มขึ้นมาอีก คล็อปป์ คงอยากจะภาวนาเช่นนั้น หรืออย่างน้อย ๆ ประคองสถานการณ์ไปจนกระทั่งตลาดนักเตะเปิดอีกรอบในช่วงปีใหม่ก็ยังพอทนนั่นเอง

ถึงเวลานั้นแล้วยังพอหาใครมาอุดรอยรั่วทัน ในบรรดาตัวเลือกจากภาคพื้นยุโรป แฟน ๆ หงส์มองว่าใครน่าสนใจครับ?

ไม่ว่าจะเป็น คาลิดู คูลิบาลี่ ปราการหลังวัย 29 ของนาโปลี, ดาโย่ต์ อูปาเมกาโน่ ดาวรุ่งอายุ 21 ของไลป์ซิก, เพอร์ เชอร์ส เซ็นเตอร์ดาวรุ่งวัยเพียง 20 ของอาแย็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ฯลฯ

ตราบใดที่ฟุตบอลยังเล่นกันเป็นทีม คงมิอาจฝากความหวังให้ใครคนในคนหนึ่งเป็นพิเศษ บททดสอบนี้น่าจะทำให้ “หงส์แดง” เรียนรู้ที่จะปรับตัวในยามขาดผู้เล่นคนสำคัญ ๆ ได้เป็นอย่างดี

สุดท้ายคงต้องลุ้นกันว่า ผลกระทบจากการขาด ฟาน ไดค์ หรือ The VVD Effect ครั้งนี้จะรุนแรงขนาดไหน และส่งผลถึงขนาดทำให้ภารกิจการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกของหงส์แดง ซวดเซเรรวนไปเลยหรือไม่

คำตอบจะมาถึงในเวลาอีกไม่นาน!