บ้านหลังแรกเป็นความฝันของคนวั
เริ่มต้นด้วยกฎหักเงิน 25 เปอร์เซ็นต์จากรายได้
หนทางเริ่มต้นเก็บเงินเพื่อซื้ อบ้านหลังแรกที่คุณต้องทำคือ หักเงินจากรายได้ประจำ 25 เปอร์เซ็นต์ให้ได้ทุกเดือน เงินจำนวนนี้เมื่อหักแล้ วจะกลายเป็นเงินก้อน ที่นำเอาไปดาวน์บ้านได้ เหนืออื่ นใดยังเป็นการวัดได้ด้วยว่า เมื่อถึงเวลาที่คุณซื้อบ้ านและต้องผ่อนบ้านจริง ๆ ซึ่งจำนวนเงินผ่อนจะอยู่ที่ ประมาณ 25-30 เปอร์เซ็นต์จากรายได้ ซึ่งเป็นจำนวนที่คุ ณสามารถคำนวนค่าใช้จ่ายได้ และแสดงให้เห็นว่าคุณผ่อนบ้านไหว
เตรียมเงินไว้อีกก้อนแม้ว่าจะซื้ อบ้านได้แล้วแต่ค่าใช้จ่ายไม่จบ
การเก็บเงินเพื่อดาวน์บ้านสั กหลักเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะหลังจากได้บ้านมาครอบครองแล้ว ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบ้านก็ จะตามมา เริ่มจากการซื้อประกันให้กับบ้ าน ค่าซ่อมแซม หรือค่าบำรุงรักษา ไม่รวมค่าตกแต่งหรือต่อเติมตามความต้องการของแต่ละคน ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้เป็นค่ าใช้จ่ายรายเดือนที่คุณต้องเผื่ อเอาไว้จากรายรับ เพื่อให้ไม่กระทบกับสถานะการเงิ นของตนเอง ถ้าต้องผ่อนบ้านจนไม่เหลือเงิ นซ่อมบ้าน หรือบำรุงรักษาบ้านแบบนี้ก็ไม่ ไหวเช่นกัน
เงินดาวน์ควรจะเป็นตั วกำหนดราคาบ้านที่คุณจะซื้อ
โดยทั่วไปแล้ว หากคุณต้องการซื้อบ้านสักหลัก มีคำแนะนำนำว่าคุณควรมีเงิ นดาวน์ที่ 20 เปอร์เซ็นต์จากราคาบ้านอาทิ ถ้าคุณเก็บเงิ นได้ประมาณ 5 แสนบาท และคิดว่าจะดาวน์บ้านสั กหลัก และเงินที่คุณคิดว่าจะเอาไว้ดาวน์ บ้านจะอยู่ที่ 3 แสนบาท ราคาบ้านที่คุณจะซื้อได้จะอยู่ ที่ 1.5 ล้านบาท ซึ่งวิธีการคิดแบบนี้จะทำให้คุ ณสามารถซื้อบ้านที่อยู่ในกำลั งทรัพย์ที่เพียงพอจะซื้อ แต่ถ้าคุณคิดว่าซื้อบ้านทำไมต้ องวางเงินดาวน์ สมัยนี้ไม่มีใครวางเงินดาวน์กั นแล้ว นั่นเท่ากับว่าคุณกำลังแบกรั บภาระหนี้ก้อนใหญ่ ที่จะทำให้เงินผ่อนแต่ละเดื อนของคุณไม่สามารถหักเงินต้นได้ เลย และ ส่งผลให้คุณต้องส่งหนี้ก้อนนี้ นานเกินไป ดังนั้นลองดูบ้านที่พอกับกำลังซื้ อของคุณเอง
เลือกบ้านที่คุณมีกำลังผ่อนไหว
หลายคนเวลาจะซื้อบ้าน มักมีกองเชียร์บอกว่า ซื้อแล้วซื้อให้ดีไปเลย หรือซื้อไปเถอะ อีกหน่อยรายได้ก็เพิ่ม เสียงเชียร์เหล่านี้น่าจะหวั งดีแหละ อยากให้คุณอยู่สบาย แต่เสียงเชียร์เหล่านี้ไม่ได้ มาร่วมผ่อนกับคุณนะ เมื่อซื้อบ้านที่ต้องใช้เงินผ่ อนต่อเดือนเกิน 40 เปอร์เซ็นต์ของรายรับ นั่นเท่ากับว่าคุณจะอยู่ บนความเสี่ยงตลอดเวลา ถามว่าความเสี่ยงนั้นคืออะไร คำตอบคือความไม่แน่นอนของชีวิ ตไง ถ้าคุณรายได้ 2 หมื่นบาท ผ่อนบ้าน 50 เปอร์เซ็นต์จากรายได้ เท่ากับว่าคุณเหลือเงินใช้จ่ ายอีก 1 หมื่นบาท นั่นหมายถึงค่าใช้จ่ ายตลอดทั้งเดือนซึ่งน่าจะทำให้ คุณลำบากไม่น้อย และถ้าเกิดมี Accident กับชีวิต ไม่สบายกระทันหัน หรือเกิดอุบัติเหตุ หรือแม้แต่บริษัทเลิกจ้าง คราวนี้คุณจะเอาเงินที่ไหนผ่ อนบ้าน เอาเงินที่ไหนมาเป็นค่าใช้จ่าย แต่ถ้าคุณเลือกบ้านที่คุณมีกำลั งผ่อนไหว จะทำให้จ่ายต่อเดือนไม่เกิน 40 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ และเหลือเงินเก็บเอาไว้ใช้ในยามฉุ กเฉินได้ด้วย






























