Home Trending Story Trend ในประเทศ “โรคฉี่หนู” โรคที่มากับน้ำขังเมื่อฝนตกหนัก

“โรคฉี่หนู” โรคที่มากับน้ำขังเมื่อฝนตกหนัก

ช่วงหน้าฝนนอกจากต้องระวังป่วยเป็นไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่กันแล้ว ก็ยังต้องระวังโรคที่มากับเชื้อโรคด้วย เพราะน้ำฝนจะไหลผ่านบริเวณที่มีเชื้อโรค ทำให้เชื้อโรคเหล่านั้นเกิดการกระจายสู่สิ่งแวดล้อม จนเป็นเหตุให้เกิดโรคติดต่อระหว่างสัตว์กับคนในช่วงที่มีฝนตกและน้ำท่วมขัง

หนึ่งในนั้นคือโรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) หรือที่คุ้นหูกันในชื่อโรคฉี่หนู ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียเลปโตสไปร่า (Leptospira) ที่อาศัยอยู่กับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2563 พบผู้ป่วยด้วยโรคนี้รวม 466 ราย และเสียชีวิต 5 ราย โดยจังหวัดที่พบผู้ป่วยเสียชีวิตอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี 4 ราย ระยอง 3 ราย และฉะเชิงเทรา 1 ราย

สาเหตุที่เรียกกันว่าโรคฉี่หนู เป็นเพราะว่าโรคดังกล่าวมักปนเปื้อนมากับปัสสาวะสัตว์หลากหลายชนิด ทั้งวัว ควาย หมู หมา โดยเฉพาะพวกสัตว์ฟันแทะอย่างหนู ซึ่งในธรรมชาติจะพบเชื้อดังกล่าวในน้ำ ดิน ทรายที่เปียกชื้น หรืออาหารที่ปนเปื้อนปัสสาวะของสัตว์ที่มีเชื้อ

เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายอย่างไร?

เชื้อเลปโตสไปร่า จะเข้าสู่ร่างกายของผู้ป่วยที่มีบาดแผล รอยขีดข่วน รอยถลอกตามผิวหนัง เยื่อบุตา จมูก ปาก หรือโดยการไชเข้าทางผิวหนังที่แช่น้ำเป็นเวลานาน ซึ่งมักจะระบาดในช่วงหน้าฝน โดยเฉพาะหลังจากน้ำลด ซึ่งผู้ป่วยมักมีประวัติย่ำน้ำขัง ๆ ในบริเวณที่มีสัตว์ที่เป็นพาหะของโรคอยู่ก่อนแล้ว เช่น ในตลาดสดที่มีหนู หรือตามไร่ สวน ฟาร์มเลี้ยงสัตว์

อาการของโรคฉี่หนู

หลังจากเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย และใช้เวลาฟักตัวประมาณ 5-14 วัน ซึ่งโดยเฉลี่ยจะใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 10 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการดังนี้

  • ไข้สูงฉับพลัน 38-40 องศาเซลเซียส
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดเมื่อยตามตัว โดยปวดกล้ามเนื้อที่โคนขาและน่องอย่างมาก
  • คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน ตาแดง

หากมีภาวะแทรกซ้อนจะพบอาการดังนี้

  • ไตวาย ไม่สามารถขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายได้
  • การทำงานของตับล้มเหลว โดยจะมีอาการตาเหลือง
  • ปอดอักเสบ และมีเลือดออกในปอด  ทำให้ระบบหายใจล้มเหลว
  • ไอเป็นเลือด หากรุนแรงอาจทำให้เสียชีวิตได้
  • มีเลือดออกในปอด กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ตับวาย ไตวาย และเสียชีวิตได้

คำแนะนำในการป้องกันโรคจากกรมควบคุมโรค

  1. หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำ แช่หรือลุยในน้ำที่อาจปนเปื้อนเชื้อจากปัสสาวะสัตว์นำโรค หรือถ้าจำเป็นควรสวมรองเท้าบู๊ต
  2. ป้องกันโรคสำหรับผู้ที่ทำงานเสี่ยงต่อโรค ด้วยการสวมถุงมือยาง รองเท้าบูท ล้างมือ ล้างเท้า อาบน้ำทันทีหลังเสร็จจากการทำงาน
  3. ตรวจแหล่งน้ำ ดิน ทราย ที่อาจปนเปื้อนเชื้อ ถ้าเป็นน้ำในท่อระบายน้ำ ควรล้างระบายน้ำที่ปนเปื้อนออกไป
  4. ถ้าพบสัตว์ติดเชื้อต้องแยกออก เพื่อป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อไปยังสัตว์ตัวอื่น ๆ หรือเกิดการปนเปื้อนเชื้อบริเวณที่อยู่อาศัย สถานที่ทำงาน แหล่งพักผ่อนท่องเที่ยว
  5. ควบคุมกำจัดหนูในบริเวณที่อยู่อาศัยของคน โดยเฉพาะเขตชนบท และบริเวณที่อยู่อาศัย สถานที่ทำงาน แหล่งพักผ่อนท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีอาการไข้โดยไม่มีอาการชี้ชัดเจนว่าเป็นโรคทั่วไป เช่น ไข้หวัด และเคยสัมผัสน้ำในช่วงระยะเวลาเกิน 1 เดือนก่อนจะมีอาการ ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงที ไม่ควรวินิจฉัยและรักษาด้วยตนเอง

ข้อมูล : กรมควบคุมโรค / รพ. รามาธิบดี