
ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มโดยสมบูรณ์แบบ (Aged Society) ภายในปี 2564 นี้ จากการอ้างอิงข้อมูลขององค์การสหประชาชาติที่คาดการณ์ว่าจะมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรทั้งหมด โดยปัจจุบัน ไทยมีจำนวนประชากรผู้สูงอายุอยู่ที่ 12 ล้านคน
ในจำนวน 12 ล้านคนนี้ เชื่อว่ายังมีผู้สูงอายุจำนวนมากที่ยังไม่ได้วางแผนสำหรับบั้นปลายชีวิตว่าจะต้องมีเงินเก็บ หรือมีเงินใช้ต่อเดือนเท่าไรจึงจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างไม่ลำบาก
ด้วยเหตุนี้ โครงการ “สินเชื่อเพื่อผู้สูงอายุโดยมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน” หรือ Reverse Mortgage จึงผุดขึ้นมาเพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศ และถือเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้สูงวัยที่ต้องการหลักประกันในช่วงบั้นปลายชีวิต
Reverse Mortgage สินเชื่อเฉพาะผู้สูงอายุ
ทั้งนี้ จากการประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า Reverse Mortgage ต่างจากสินเชื่อทั่วไป เพราะเป็นธุรกรรมสินเชื่อที่ให้กับผู้กู้ที่เป็นผู้สูงอายุเท่านั้น เช่น ผู้ที่เกษียณอายุจากการทำงาน
โดยให้นำที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของตนและปลอดภาระหนี้มาเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เพื่อเพิ่มเงินได้ในการดำรงชีพ ซึ่งจำนวนเงินที่ผู้กู้จะได้รับขึ้นอยู่กับอายุของผู้กู้ มูลค่าของที่อยู่อาศัย และอัตราดอกเบี้ย
Reverse Mortgage ต่างจากสินเชื่อที่อยู่อาศัย
หากแปลตรงตัว Reverse Mortgage มีความหมายว่าการจำนองย้อนกลับ ซึ่งมีลักษณะตรงกันข้ามกับสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งโดยทั่วไปผู้กู้จะขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อไปซื้อบ้าน และผ่อนจ่ายค่าบ้านเป็นรายเดือน ขณะที่สถาบันการเงินได้บ้านเป็นหลักประกัน
ขณะที่ Reverse Mortgage ผู้กู้ซึ่งเป็นผู้สูงอายุจะนำบ้านที่ตนเองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ไปวางเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงิน เพื่อขอสินเชื่อและนำเงินที่ได้รับมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยสถาบันการเงินจะจ่ายเงินให้กับผู้กู้ตลอดชีวิต หรือตามระยะเวลาที่ตกลงกัน
เลือกรับเงินได้หลายแบบ อยู่บ้านได้ตลอดชีวิต
ผู้กู้สามารถเลือกรับเงินเป็นก้อน (Lamp Sum) หรือรับเงินเป็นรายเดือน หรือเป็นวงเงินพร้อมใช้ (Line of Credit) ได้ตามที่ผู้กู้ต้องการโดยไม่เกินราคาประเมินของทรัพย์สินที่นำไปค้ำประกันตามหลักเกณฑ์ที่สถาบันการเงินกำหนด ซึ่งผู้สูงอายุยังคงสามารถอาศัยอยู่ในบ้านที่นำมาใช้เป็นหลักประกันดังกล่าวได้ตลอดชีวิตโดยยังไม่ต้องชำระคืนสินเชื่อ
สถาบันที่เปิดให้กู้สินเชื่อ Reverse Mortgage
ธนาคารออมสิน
คุณสมบัติ
- บุคคลธรรมดา มีสัญชาติไทยอายุตั้งแต่ 60 ปี แต่ไม่เกิน 80 ปี และเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยโดยปลอดภาระจำนอง
- ต้องไม่เป็นผู้ไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
- กู้ร่วมได้เฉพาะกับคู่สมรสตามกฎหมายหรือพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันที่มีกรรมสิทธิ์ในหลักประกันเดียวกัน
กู้ได้สูงสุด : ไม่เกินรายละ 10 ล้านบาท
ดอกเบี้ย : อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
ระยะเวลาจ่ายเงินกู้ : สูงสุดไม่เกิน 25 ปี โดยต้องเท่ากับระยะเวลาที่เหลือของอายุผู้กู้ที่รวมกับระยะเวลาการจ่ายเงินกู้แล้วผู้กู้ต้องมีอายุไม่เกิน 85 ปี ส่วนกรณีมีผู้กู้ร่วม สูงสุดไม่เกิน 25 ปี โดยให้ระยะเวจ่ายเงินกู้เท่ากับ 85 ลบด้วยอายุผู้กู้ที่มีอายุน้อยกว่าเพียงคนเดียว (ระยะเวลาจ่ายเงินกู้ = 85 – อายุผู้กู้ที่มีอายุน้อยกว่า) ยกเว้นกรณีผู้กู้ร่วมมีอายุต่ำกว่า 60 ปี ให้ระยะเวลาจ่ายเงินกู้เท่ากับ 25 ปี เท่านั้น
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ธนาคารออมสิน
ธนาคารอาคารสงเคราะห์
คุณสมบัติ
- เป็นบุคคลธรรมดา มีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 80 ปี และต้องไม่เป็นผู้ไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
- กรณีไม่มีคู่สมรส ผู้กู้ต้องมีกรรมสิทธิ์ในหลักประกันแต่เพียงผู้เดียว และไม่มีกรณีการกู้ร่วมกับบุคคลอื่น
- กรณีมีคู่สมรส กรรมสิทธิ์ในหลักประกันจะต้องเป็นของผู้กู้และ/หรือคู่สมรสเท่านั้น โดยมีหลักเกณฑ์เงื่อนไขเพิ่มเติม ดังนี้ คู่สมรสต้องเข้ามาเป็นผู้กู้ร่วมด้วย และไม่มีกรณีกู้ร่วมกับบุคคลอื่น, คู่สมรสต้องมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับผู้กู้ ยกเว้นอายุคู่สมรสต้องมีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 80 ปี, ต้องสามารถรับภาระค่าใช้จ่าย หรือค่าธรรมเนียมต่างๆ ในการขอสินเชื่อกับธนาคารได้
กู้ได้สูงสุด : ไม่เกินรายละ 10 ล้านบาท
ดอกเบี้ย : คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เท่ากับ 6.25% ต่อปี ตลอดอายุสัญญากู้เงิน
ระยะเวลาจ่ายเงินกู้ : อย่างน้อย 6 เดือน และสูงสุดไม่เกิน 25 ปี โดยอายุผู้กู้รวมกับระยะเวลาขอกู้ต้องไม่เกิน 85 ปี
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ข้อมูล : ธนาคารแห่งประเทศไทย / สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฏร






























