ความแตกต่างระหว่าง “บัตรทอง” กับ “บัตรประกันสังคม”

ก่อนหน้านี้ Tonkit360 นำเสนอเรื่อง “ประกันสังคม” มาตรา 33 / 39 / 40 ต่างกันอย่างไร?  กันไปแล้ว เพื่อให้ผู้ประกันตนเข้าใจเรื่องการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมมากขึ้น รวมถึง ตอบทุกข้อสงสัย “บัตรทอง” สำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกสัญญาคลินิก-รพ.ที่ทุจริตในการเบิกจ่ายจำนวน 64 แห่ง

อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายคนที่สงสัยว่า “บัตรทอง” กับ “บัตรประกันสังคม” มีความแตกต่างกันอย่างไร ประชาชนมีสิทธิ์เลือกได้หรือไม่ว่าจะใช้บัตรใด และทั้งสองบัตรนี้มีสิทธิประโยชน์หรือความคุ้มครองแตกต่างกันหรือไม่

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าบัตรทองและบัตรประกันสังคมนั้น ไม่สามารถใช้สิทธิ์พร้อมกันได้ ต้องเลือกเพียงบัตรใดบัตรหนึ่งเท่านั้น ซึ่งบัตรทองออกโดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ส่วนบัตรประกันสังคม ออกโดยสำนักงานประกันสังคม (สปส.)

พนักงานบริษัทได้สิทธิประกันสังคมอัตโนมัติ

ในกรณีที่เป็นพนักงานบริษัทจะได้ความคุ้มครองจากสปส.โดยอัตโนมัติ เนื่องจากมีกฎหมายระบุชัดเจนว่าธุรกิจที่มีพนักงานตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมภายใน 30 วัน เมื่อมีพนักงานใหม่เข้าทำงานในบริษัท ซึ่งถือเป็นสวัสดิการที่พนักงานพึงได้รับ

แต่ในกรณีที่ลาออกจากงาน, ว่างงาน หรือบริษัทยกเลิกสัญญาจ้าง ผู้ประกันตนสามารถเลือกได้ว่าจะทำประกันสังคมต่อหรือไม่ ซึ่งหากส่งประกันสังคมต่อจะยังคงได้รับสิทธิ์คุ้มครองต่อเนื่อง และมีสิทธิ์ได้รับเบี้ยชราภาพเมื่ออายุครบ 55 ปีด้วย โดยเปลี่ยนจากผู้ประกันตนมาตรา 33 ไปเป็นมาตรา 39 แทน แต่ต้องต่อประกันสังคมภายใน 6 เดือนนับจากวันที่ออกจากงาน โดยจ่ายเงินสมทบเดือนละ 432 บาท (คิดจากอัตราเงินสมทบ 9 เปอร์เซ็นต์ของฐานเงินเดือน 4,800 บาทเท่ากันทุกคน)

บัตรทองมีได้ทุกคน หากไม่มีสวัสดิการอื่นของรัฐ

สำหรับสิทธิบัตรทองนั้น ตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 มาตรา 5 กำหนดให้บุคคลทุกคนมีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐาน และมีประสิทธิภาพตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติ 

โดยผู้มีสิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า คือ บุคคลที่มีสัญชาติไทย มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และไม่มีสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลอื่นใดที่รัฐจัดให้ 

ทั้งนี้ สวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลจากรัฐ ได้แก่ ผู้มีสิทธิตามพรบ.ประกันสังคม, ผู้มีสิทธิตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล เช่น ข้าราชการ ลูกจ้างประจำส่วนราชการ และครอบครัว, ผู้ที่อยู่ในความคุ้มครองของหลักประกันสุขภาพอื่นที่รัฐจัดให้ เช่น พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานหรือเจ้าหน้าที่ในองค์กรอิสระ ครูโรงเรียนเอกชนในระบบ

ไม่ส่งเงินประกันสังคม = ได้สิทธิบัตรทอง

ในกรณีที่พนักงานบริษัทลาออกจากงาน และตัดสินใจไม่ส่งประกันสังคมต่อในมาตรา 39 สามารถใช้สิทธิบัตรทองได้เช่นเดียวกัน แต่ต้องไปลงทะเบียนใช้สิทธิ์เสียก่อน

หากอยู่ในกรุงเทพมหาคร สามารถเดินทางไปทำบัตรทองได้ที่สำนักเขตจำนวน 19 เขตที่มีอยู่ในทะเบียนบ้าน แต่หากอยู่ในจังหวัดอื่น ๆ อีก 76 จังหวัด สามารถสมัครได้ที่สถานีอนามัย หรือโรงพยาบาลชุมชน /รัฐ หรือสำนักงานบัตรทองในจังหวัดหลักตามภูมิภาคต่าง ๆ

นอกจากนี้ ยังสามารถสอบถามข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ Line Official (ค้นหา @ucbkk) ได้ด้วย โดยเปิดให้บริการวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-16.00 น. เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิด 08.30-16.30 น (กรณีติดต่อนอกเวลาทำการ ระบบจะขึ้นข้อความอัตโนมัติว่าขณะนี้อยู่นอกเวลาทำการจะติดต่อกลับท่านในวันรุ่งขึ้น) 

สิทธิประโยชน์บัตรทอง

  • เจ็บป่วย – ใช้สิทธิ์ในรพ.ที่ร่วมโครงการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
  • อุบัติเหตุ – เข้ารับการรักษารพ.ที่ใกล้ที่สุดได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
  • ทุพพลภาพ – รักษาไม่มีค่าใช้จ่ายและค่าพาหนะรับส่งกรณีฉุกเฉินเพื่อส่งตัวรักษาอาการต่อ 
  • คลอดบุตร – ไม่เกิน 2 ครั้ง
  • ทำฟัน  – ใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และไม่มีวงเงิน

สิทธิประโยชน์บัตรประกันสังคม

  • เจ็บป่วย – ใช้สิทธิ์ในรพ.ที่ลงทะเบียนไว้ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง และจำนวนเงิน
  • อุบัติเหตุ – เข้ารับการรักษารพ.ที่ใกล้ที่สุดได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
  • ทุพพลภาพ – รักษาไม่มีค่าใช้จ่าย และได้รับเงินทดแทนรายได้ 50% ของค่าจ้างตลอดชีวิต
  • คลอดบุตร – ไม่เกิน 2 ครั้ง
  • สงเคราะห์บุตร – อัตราร้อยละ 50 ของเงินเดือน 90 วัน
  • ทำฟัน  – ไม่เกิน 900 บาท / ปี
  • ชราภาพ – อายุ 55 ปี มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จหรือเงินบำนาญชราภาพ
  • ว่างงาน – เลิกจ้างรับเงินชดเชยร้อยละ 50 ของเงินเดือน นาน 180 วัน หากลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างรับเงินชดเชยร้อยละ 30 ของเงินเดือน นาน 90 วัน
  • เสียชีวิต – ผู้เป็นธุระเบิกค่าทำศพได้ 40,000 บาท ทายาทหรือบุคคลในครอบครัวจะได้รับเงินสงเคราะห์เพิ่มจำนวนหนึ่ง