เมื่อเรา “รู้สึกเขิน” กับสิ่งที่ตัวเองทำในอดีต

ครั้งหนึ่งเคยนั่งฟังคนรุ่นใหม่คุยกันเรื่องข้อความที่พวกเขาโพสต์ไว้ในโลกโซเชียลของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หรือทวิตเตอร์ คนรุ่นใหม่ประมาณ 4-5 คนที่มีหญิงชายสลับกัน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เมื่อย้อนกลับไปดูโพสต์ในอดีตของตัวเองที่ผ่านไปไม่เกินสองปี ก็ให้รู้สึกว่า “น่าอายจังเราโพสต์อย่างนั้นไปได้อย่างไร” เป็นอาการที่คนรุ่นใหม่จะใช้คำพูดว่า “รู้สึกเขิน”

เอาเข้าจริงนี่ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรเลย เพราะในช่วงเวลาหนึ่งคุณมีความรู้สึกแบบหนึ่ง พอผ่านไปแล้วความรู้สึกของคุณจะเปลี่ยนไปตามวัยและประสบการณ์ เหมือนช่วงอายุหนึ่งคุณมีรู้สึกหลงใหลไอดอล หรือศรัทธาศาสดาที่เป็นผู้นำทางความคิด คุณรู้สึกว่าเขาเท่มาก พูดอะไรก็ “ทัช (touch) ใจ” ไปหมด

จนคุณโตขึ้นทั้งอายุและประสบการณ์ ได้รู้ได้เห็นว่าสิ่งที่ไอดอลหรือศาสดา ที่คุณเคยนับถือล้วนแล้วมีจุดประสงค์แอบซ่อนอยู่เบื้องหลัง ความศรัทธาของคุณก็จะเปลี่ยนไป แต่ไอดอลหรือศาสดาของคุณ ก็ยังคงครองใจคนรุ่นหลังที่ยังอยู่ในวัยเดียวกับคุณในอดีตได้

การเสพสื่อก็เช่นกัน คุณอาจมีสื่อ หรือมี Influencer ในดวงใจในช่วงเวลาหนึ่ง แต่พอช่วงเวลาแห่งความหลงใหลผ่านไป คุณก็อาจจะรู้สึกเฉย ๆ และมีมุมมองใหม่กับสื่อ หรือ Influencer ที่คุณเคยชอบ พร้อมกับความหลงใหลของคุณจะแปรเปลี่ยนเป็นความสงสัย มีการตั้งคำถามมากขึ้นกับการกระทำของสื่อ หรือ Influencer ที่คุณเคยชอบ

เรียกว่าเป็นการเติบโตทางความคิด ส่วนความคิดนั้นจะมาจากทัศนคติแบบไหน ก็คงต้องพิจารณาจากพฤติกรรมและความนึกคิดของคุณในเวลานั้นว่าส่งพลังงานที่ดีหรือร้ายสู่ตัวคุณเองและคนรอบข้าง ซึ่งการเติบโตทางความคิดจะทำให้ทัศนคติของคุณเติบโตตามไปด้วย

ซีรีส์หรือภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่คุณเคยดูเมื่อสิบปีก่อน วันนี้พอถูกหยิบกลับมาทำใหม่คุณอาจรู้สึกว่าเนื้อหาไม่ได้เข้ากับสังคมในปัจจุบัน หรือหนังสือที่คุณเคยอ่านแล้วสนุกในอดีต พอวันนี้คุณหยิบมาอ่านอีกที คุณอาจรู้สึกว่า เรื่องเหล่านั้นไม่มีวันเกิดขึ้นได้อีกในสังคมปัจจุบัน

พิมพ์มาจนถึงบรรทัดนี้ก็เพื่อบอกว่า “ไม่มีอะไรเป็นนิรันดร์” ความศรัทธาของคุณ ความคิดเห็นของคุณ ทัศนคติของคุณ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา” ตัวแปรที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงนั้นคือ สื่อ เวลา และประสบการณ์

ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจโพสต์ข้อความ คลิป หรือ รูปภาพ เพื่อแสดงจุดยืน ขอให้ถามตัวเองอีกครั้งว่า สิ่งที่โพสต์ในปีนี้ ถ้าปีหน้ากลับมาดู เราจะไม่เสียใจ เราจะไม่ถามตัวเองว่า ตอนนั้นโพสต์เข้าไปได้อย่างไร เพราะต่อให้คุณรู้สึกเขิน แล้วลบทิ้งไป แต่ข้อความ คลิป และภาพเหล่านั้นยังคงอยู่ต่อไปในโลกโซเชียล และในใจของคนที่คุณตั้งใจทำร้ายเขาด้วยการโพสต์ของคุณเอง…ขอให้คุณโชคดี

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ