“มะเร็ง-วัณโรค” โรคฮิตติดปอดของสิงห์อมควัน

ปอดเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกายและทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพราะเป็นอวัยวะของระบบหายใจที่ทำหน้าที่ในการหายใจ เพื่อนำก๊าซออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย และถ่ายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไป

โดยปกติคนเราจะมีการแลกเปลี่ยนก๊าซประมาณวันละ 20 ลูกบาศก์ฟุต เท่ากับการหายใจเข้าออกประมาณ 17 ครั้งต่อนาที แต่ในกรณีที่กล้ามเนื้อทำงานหนัก จะหายใจได้ถี่ถึง 70-80 ครั้งต่อนาที

ทุกครั้งที่มีการหายใจเข้าปอดจะขยายออก เมื่อหายใจออกปอดจะหดลง เมื่อหายใจเข้าเต็มที่ กล้ามเนื้อกะบังลมคลายตัว ทำให้กะบังลมถูกดันสูงขึ้นในขณะที่กระดูกซี่โครงก็ยุบตัว เป็นผลให้ทรวงอกแฟบลงบีบปอดให้ปล่อยอากาศออกไป ดังนั้น จึงควรฝึกหายใจให้ลึก ๆ เพื่อให้ได้ออกซิเจนเข้าไปให้ร่างกายได้ใช้แต่ละครั้งเป็นจำนวนมาก ๆ

เมื่อปอดมีความสำคัญต่อร่างกายจึงควรให้ความใส่ใจมากเป็นพิเศษ ไม่เช่นนั้นอาจเสี่ยงต่อโรคร้ายต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะการสูบบุหรี่ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำลายปอดได้มากที่สุด และนำมาซึ่งโรคต่าง ๆ เหล่านี้

มะเร็งปอด

เกิดจากการที่ปอดได้รับสารเคมีที่เป็นพิษหรือเป็นสารก่อมะเร็งจากการหายใจ โดยร้อยละ 85-90 ของมะเร็งปอดมีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ ซึ่งผู้ที่สูบบุหรี่จัดจะมีความเสี่ยงมากกว่าผู้ไม่สูบ 50 เท่า

อาการ – ไอเรื้อรัง เสมหะมีเลือด เหนื่อยหอบ และอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดกระดูก ปวดศีรษะ หากมะเร็แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ซึ่งหากไอต่อเนื่องเกิน 3 สัปดาห์ หรือไอผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์

วัณโรค

เนื่องจากเนื้อปอดถูกทำลายจากสารพิษในควันบุหรี่ จึงทำให้การขจัดเชื้อวัณโรคที่หายใจเข้าสู่ปอดมีประสิทธิภาพลดลง ส่งผลให้ผู้สูบบุหรี่ติดเชื้อวัณโรคง่ายขึ้น ผู้สูบบุหรี่ที่ได้รับเชื้อวัณโรค ร่างกายจะควบคุมเชื้อไม่อยู่ ทำให้เกิดเป็นวัณโรคปอด และจะมีอาการรุนแรง ลุกลามเร็วและรักษายากขึ้น ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่สูบบุหรี่แล้วป่วยเป็นวัณโรคจึงมีโอกาสเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 3-4 เท่า

อาการ – ไอเกิน 2 สัปดาห์ ไอเสมหะมีเลือด น้ำหนักลด อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอกขณะหายใจหรือไอ เบื่ออาหาร มีไข้ต่ำ ๆ และมีเหงื่อออกกลางคืน

ถุงลมโป่งพอง

ภายในปอดจะประกอบด้วยถุงลมเล็ก ๆ เป็นจำนวนมาก เมื่อสูบบุหรี่ ควันบุหรี่จะถูกดูดเข้าสู่ทางเดินหายใจไปจนถึงถุงลมปอด ขณะที่สารนิโคตินและสารเคมีอื่น ๆ ในควันบุหรี่จะถูกดูดซึมสู่เส้นเลือดฝอยที่บุตามถุงลม

อาการ – แน่นหน้าอก เหนื่อย หอบ ต้องหายใจเร็วขึ้น เพราะมีการเสื่อมลงของปอดอย่างรวดเร็ว เนื่องจากควันบุหรี่ทำลายเนื้อเยื่อในปอดและถุงลมให้ฉีกขาด

โรคภูมิแพ้

การสูบบุหรี่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหลอดลม เกิดการหลั่งสารน้ำเหลืองออกมาในจำนวนมากกว่าปกติ และควันบุหรี่ทำให้ขนเล็ก ๆ ที่ผิวหลอดลมไม่ทำงาน ซึ่งปกติขนเล็ก ๆ จะทำหน้าที่โบกพัดฝุ่นและเสมหะออกจากหลอดลม เมื่อควันบุหรี่ทำให้ขนเล็ก ๆ ไม่ทำงาน ฝุ่นและเสมหะจะตกค้างในหลอดลม ส่วนคนที่เป็นหืด หากสูบบุหรี่หรือได้รับควันบุหรี่ อาการจะรุนแรงและควบคุมยากขึ้น ปอดจะเสื่อมเร็วขึ้น ร่างกายตอบสนองต่อการรักษาน้อย และต้องใช้ยามากขึ้น

อาการ – ในคนที่เป็นหืด เมื่อมีสิ่งที่แพ้หรือระคายเคืองต่อหลอดลม ผิวหลอดลมจะเกิดอาการอักเสบ กล้ามเนื้อรอบหลอดลมหดตัวทำให้รูหลอดลมเล็กลง ส่งผลให้ลมหายใจเข้าออกลำบาก เกิดเป็นอาการหืดจับขึ้น

ข้อมูล : มูลนิธิหมอชาวบ้าน / มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่