ทำไมต้องขับรถติด “เทอร์โบ”

แม้เทคโนโลยีรถที่ขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า (EV) คืออนาคตของวงการรถยนต์ทั่วโลก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในช่วงเปลี่ยนผ่านจากรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน ตลาดรถยนต์ยังคงต้องพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงไปอีกราว ๆ 20 ปี เป็นอย่างน้อย

นั่นหมายความว่าในขณะที่รถพลังงานไฟฟ้ากำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงก็ถูกพัฒนาควบคู่กันไปเช่นเดียวกัน เห็นได้จากรถเครื่องยนต์ไฮบริด รวมถึงรถปลั๊กอินไฮบริดที่อยู่ในรถยุโรปยี่ห้อดังหลากหลายรุ่น

โจทย์ของเครื่องยนต์ยุคใหม่ ตั้งแต่ระดับฟอร์มูล่าวัน ลงมาถึงรถบ้าน คือจะทำอย่างไรให้ปล่อยมลพิษออกมาน้อยที่สุด ประหยัดพลังงานมากที่สุด แต่สมรรถนะและประสิทธิภาพจะต้องเพิ่มขึ้น หรือไม่ลดลงไปจากเครื่องยนต์รุ่นเดิม

ผมยกตัวอย่างเครื่องยนต์รถเอฟวันยุคนี้ที่ อเล็กซ์ อัลบอน เพิ่งจะขับขึ้นโพเดียมที่อิตาลีเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มันมีความจุเพียงแค่ 1.6 ลิตร หรือ 1,600 ซีซี เท่านั้น แต่มันคือเครื่องยนต์ที่สมรรถนะสูงที่สุดในโลก

แม้จะเป็นเครื่องยนต์แค่ 1.6 ลิตร แต่เพิ่มเติมมาทั้งระบบอัดอากาศ (เทอร์โบ) ระบบการนำพลังงานไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบมาช่วยขับเคลื่อน ทำให้แรงม้าของรถเอฟวันยุคนี้ ขึ้นไปถึงระดับ 1,000 แรงม้าเลยทีเดียว ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้แหละครับ ได้ถูกถ่ายทอดมาสู่รถบนท้องถนน

เวลานี้ทุกยี่ห้อต่างแข่งกันพัฒนาให้เครื่องยนต์มีขนาดเล็กลงแต่คงประสิทธิภาพให้ได้เหมือนเดิม “เทอร์โบ” เลยกลายเป็นจุดเด่นในรถยนต์ยุคนี้ ที่สำคัญเทอร์โบยุคนี้ไม่ต้องรอรอบ หรือกลัวเครื่องดับเหมือนรถในยุคก่อน

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ทดลองขับรถที่มีเทอร์โบหลายรุ่น ตั้งแต่รถยุโรปมาจนถึงรถญี่ปุ่น บอกเลยครับติดใจทุกคัน โดยเฉพาะการเร่งที่ปรู๊ดปร๊าด ทว่านอกจากฟิลลิ่งในการขับขี่แล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นมันคือเรื่องของความประหยัดครับ

รถที่ติดเทอร์โบในยุคใหม่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ที่เล็กลง อาศัยระบบการอัดอากาศเข้ามาทดแทน เมื่อเครื่องเล็กกระบอกสูบก็เล็กตาม การฉีดจ่ายน้ำมันก็จะน้อยลง ทำให้ประหยัดขึ้นนั่นเอง สังเกตได้จากรถที่ติดเทอร์โบ จะเป็นเครื่องยนต์ขนาดเล็กทั้งสิ้นครับ

ฉะนั้นหากใครที่คิดจะซื้อรถคันใหม่ บอกลารถเครื่องยนต์ใหญ่ 2.0 ลิตรขึ้นไปได้เลย ยิ่งไม่มีเทอร์โบ หรือไฮบริดแล้วด้วย จ่ายค่าน้ำมันจุกแน่นอน เชื่อได้เลยว่าหากคุณได้ลองมาขับรถที่มีเทอร์โบ รับรองชีวิตคุณจะดีขึ้นอีกเยอะเลยครับ

ปล. รถยุโรปที่ขายในบ้านเรารุ่นเริ่มต้น มีเทอร์โบเกือบทุกรุ่น ส่วนรุ่นญี่ปุ่น มีนิสสัน อัลเมร่า 1.0 เทอร์โบ ขณะที่ฮอนด้า มีเครื่องเทอร์โบ ตั้งแต่ซิตี้ยันไปถึงแอคคอร์ดเลยครับ