
กลายเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้คนไทยแทบทั้งประเทศตกใจไปตาม ๆ กัน กับข่าวทหารอียิปต์ ที่เป็นแขก VIP ของกองทัพอากาศ ป่วยเป็น COVID-19 หลังจากนั้นก็ได้เข้าพักที่โรงแรมในจังหวัดระยอง ซึ่งทำให้คนระยองในหลาย ๆ พื้นที่ต่างเดือดร้อนไปตาม ๆ กัน เนื่องจากเศรษฐกิจในจังหวัดระยองเพิ่งกลับมาเดินต่อ ชาวบ้านกลับมาทำมาหากินได้อีกครั้ง หลังจากที่ปลดล็อกเฟส 5 ไปเมื่อต้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เศรษฐกิจในระยองปั่นป่วนขึ้นมาทันที
แต่รู้หรือไม่? ว่าจังหวัดเล็ก ๆ อย่างระยอง มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยมากขนาดไหน
จากรายงานผลิตภัณฑ์ภาคและจังหวัด แบบปริมาณลูกโซ่ ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับปี 2561 ซึ่งเก็บสถิติผลิตภัณฑ์ภาคและจังหวัด ข้อมูลตั้งแต่ปี 2554-2561 พบว่าจังหวัดที่มีรายได้ประชากรต่อหัว หรือ GPP per Capita สูงสุดในประเทศไทย คือจังหวัดระยอง โดยมีผลิตภันฑ์จังหวัดต่อหัวสูงสุดที่ 1,067,499 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งมากกว่าเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร
นั่นเป็นเพราะจังหวัดระยอง มีความสำคัญในแง่ของอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศไทย มาตั้งแต่โครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก หรือ Eastern Sea board Development Program (ESB) ที่เกิดขึ้นในปี 2524 ซึ่งตรงกับสมัยรัฐบาลของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 5
เป้าหมายของการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกนี้ คือ การเปลี่ยนอุตสาหกรรมในประเทศจากอุตสาหกรรมเบา (Light Industry) ตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมอาหาร มาเป็นอุตสาหกรรมหนัก (Heavy Industry) เช่น อุตสาหกรรมปิโตรเคมี อุตสาหกรรมเชื้อเพลิง เพื่อให้พื้นที่ระยองเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์ เต็มรูปแบบ ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ
พื้นที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง จึงได้ถูกพัฒนาให้เป็นแหล่งอุตสาหกรรมหลัก และเมืองอุตสาหกรรมใหม่ มีท่าเรืออุตสาหกรรมน้ำลึกที่สามารถรับเรือขนาดระวางขับน้ำได้ถึง 60,000 ตัน เพื่อขนถ่ายสินค้านำเข้าและส่งออก และการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง มีอุตสาหกรรมหลักเป็นอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมต่อเนื่องอีกหลายชนิด มีโครงสร้างพื้นฐาน คือ ระบบสาธารณูปโภค และสาธารณูปการต่าง ๆ และจะมีเขตชุมชนใหญ่ในพื้นที่ด้วย
ซึ่งในปัจจุบันจังหวัดระยอง เป็นจังหวัดที่มีนิคมอุตสาหกรรมมากถึง 13 แห่ง ซึ่งมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากชลบุรี โดยนิคมอุตสาหกรรมที่สำคัญ คือ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ที่เป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมมากมายหลายแห่ง โดยมีแต่บริษัทรายสำคัญระดับประเทศ และเป็นเพราะการมีนิคมอุตสาหกรรมมาก ทำให้มีโรงงานอุตสาหกรรมมากมาย ประชาชนในจังหวัดระยองจึงได้ประโยชน์จากการจ้างงานในพื้นที่
และที่สำคัญ ในขณะนี้จังหวัดระยองได้ถูกตั้งให้เป็นพื้นที่สำหรับการพัฒนาโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่สำคัญอีกหลายแห่ง ซึ่งเท่ากับเป็นการเปิดประตูเมืองท่าทางเศรษฐกิจสำหรับประเทศ ทั้งโครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ-ระยอง เชื่อมโยง 3 สนามบิน (สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-อู่ตะเภา) การพัฒนาสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ รวมถึงการพัฒนาโครงการทางอุตสาหกรรมอีกหลายอย่าง
อีกทั้งจังหวัดระยองเป็นจังหวัดที่อยู่ติดทะเล และใกล้กรุงเทพฯ จึงสามารถสร้างรายได้ในภาคการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทยได้มากมาย โดยเฉพาะที่เกาะเสม็ด ซึ่งการที่พบการระบาด COVID-19 ในพื้นที่ ทำให้ภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจที่พักถึงขั้นหยุดชะงัก นักท่องเที่ยวที่เตรียมเดินทางไปพักผ่อนที่ระยอง ต่างพากันยกเลิกที่พักที่จองไว้ไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมาก
ซึ่งแม้ว่าจะเป็นข่าวที่ออกมาในวงพื้นที่จำกัด และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าแพร่ระบาดรอบ 2 จริง ๆ แต่ในมุมของคนรับสารกลับรู้สึกว่าเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นแล้ว ทำให้ผู้ต่างระมัดระวังและหวาดกลัวว่าการระบาดจะทำให้ต้องปิดเมืองอีกครั้ง ซึ่งปัญหาปากท้องก็จะตามมา
ด้วยความสำคัญทางด้านอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ ทำให้ระยองเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญต่อประเทศไทยมาก ซึ่งถ้าหากว่าระยองต้องล็อกดาวน์ทั้งจังหวัดอีกครั้ง จะไม่ส่งผลกระทบเพียงคนระยองเท่านั้น แต่จะกระทบกับเศรษฐกิจระดับประเทศด้วย ด้วยมูลค่าทางเศรษฐกิจที่มากกว่ากรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ๆ ในแต่ละภาค
ข้อมูลจาก จังหวัดระยอง, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ






























