“ไขกระดูกบกพร่อง” โรคหายากที่ปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ได้

ภาพจาก freepik.com

“ไขกระดูกบกพร่อง” อาจเป็นชื่อโรคที่หลายคนไม่ค่อยคุ้นหูสักเท่าไรนัก เนื่องจากเป็นโรคที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก โดยข้อมูลจากสมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย ระบุว่าในประเทศไทยพบอัตราการเกิดของโรคนี้ 4 รายต่อประชากร 1 ล้านคนต่อปี  ซึ่งหนึ่งในนั้นมีชื่อของอดีตนางเอกชื่อดัง “นิ้ง” กุลสตรี ศิริพงษ์ปรีดา รวมอยู่ด้วย

ไขกระดูกบกพร่อง เกิดจากไขกระดูกในโพรงกระดูก ซึ่งทำหน้าที่สร้างเซลล์เม็ดเลือด (เซลล์เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด) ทำงานบกพร่อง จึงไม่สามารถสร้างเม็ดเลือดได้ตามปกติ

หน้าที่ของเซลล์เม็ดเลือด

เม็ดเลือดแดง

ทำหน้าที่นำออกซิเจนไปยังเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย และนำคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาจากเซลล์เพื่อกำจัดออกจากร่างกาย หากร่างกายมีปริมาณเม็ดเลือดแดงในเลือดน้อยกว่าปกติ จะทำให้เลือดจาง

เกล็ดเลือด

ทำหน้าที่ห้ามเลือด เมื่อร่างกายสร้างเกล็ดเลือดได้ลดลง จึงส่งผลให้มีจุดเลือดออกตามตัวเป็นจ้ำ เลือดออกในปาก

เม็ดเลือดขาว

ทำหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันโรค หากร่างกายมีปริมาณเม็ดเลือดขาวน้อย จะทำให้ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ส่งผลให้ผู้ป่วยติดเชื้อง่าย โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา

อาการของโรค

เมื่อไขกระดูกไม่สามารถผลิตเซลล์เม็ดเลือดได้ตามปกติ จึงส่งผลให้เกิดอาการต่าง ๆ ตามมา เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เลือดออกได้ง่ายเนื่องจากเกล็ดเลือดต่ำ เลือดออกตามไรฟัน เกิดรอยช้ำเป็นจ้ำเลือดตามตัว รวมถึงมีเลือดออกใต้ผิวหนังได้ง่าย มีประจำเดือนมากผิดปกติ และติดเชื้อได้ง่ายจากการที่ร่างกายมีปริมาณเม็ดเลือดขาวต่ำ และหากมีโลหิตจางมากก็อาจส่งผลให้การทำงานของหัวใจล้มเหลวตามมาได้

ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่รักษาหายขาดได้

แม้ว่าโรคไขกระดูกบกพร่องไม่สามารถหาสาเหตุที่แน่ชัดได้ จึงไม่สามารถป้องกันได้ อีกทั้งยังเป็นโรคที่รักษาได้ยากด้วย จึงต้องหมั่นตรวจร่างกายเพื่อเช็กความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดเป็นประจำ หากพบว่ามีปัญหาเม็ดเลือดแดง เกล็ดเลือด เม็ดเลือดขาวมีปริมาณที่ต่ำเป็นระยะเวลานานเป็นเดือน ควรพบแพทย์ด้านโลหิตวิทยา เพื่อตรวจให้แน่ใจอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม โรคไขกระดูกบกพร่องยังสามารถรักษาให้หายขาดได้ ด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cell) หรือปลูกถ่ายไขกระดูกจากเซลล์ของผู้บริจาคที่มีลักษณะพันธุกรรมจากการตรวจ (Human Leukocyte Antigen: HLA) ที่เข้ากันได้ดังนี้

  • ผู้บริจาคเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน ที่มี HLA เข้ากันได้ 100% (match-related donor)
  • ผู้บริจาคที่มี HLA ไม่ตรงกับผู้รับ 100% (mismatch donor)
  • ผู้บริจาคที่ไม่ใช่พี่น้องของผู้รับ แต่มี HLA ที่เข้ากันได้ 100% (match-unrelated donor)
  • ผู้บริจาคมี HLA ที่เข้ากันได้กับผู้รับเพียงครึ่งเดียว (haploidentical donor) ส่วนใหญ่ผู้บริจาคมักเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน หรือพ่อแม่ลูก

อย่างไรก็ตาม ในการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดนั้น  มีความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน ได้แก่

  • ภาวะติดเชื้ออย่างรุนแรงจากภูมิต้านทานต่ำในช่วงของการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด 
  • ภาวะร่างกายต่อต้านเซลล์ต้นกำเนิดที่ได้รับ ซึ่งมักพบในผู้ป่วยที่ได้รับเซลล์ต้นกำเนิดจากผู้บริจาค หรือเกิดภาวะร่างกายปฏิเสธเซลล์ต้นกำเนิดที่ได้รับ ซึ่งทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วย
  • ผลจากการได้รับยาเคมีบำบัดขนาดสูง ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบต่ออวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย และอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้

ข้อมูล : สมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย / รพ.บำรุงราษฎร์