
ความหวังเรื่องการผลิตวัคซีนป้องกัน COVID-19 ให้ได้โดยเร็ว เริ่มมีทิศทางที่เป็นบวกขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อชาติต่าง ๆ มองเห็นว่าเป็นวาระเร่งด่วน และพร้อมบริจาคเงินเพื่อระดมทุนในการทำการวิจัยและพัฒนาวัคซีนเป็นเงินกว่า 8 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 2.6 แสนล้านบาท
ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจากสหภาพยุโรป (EU) เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับผู้นำกว่า 40 ประเทศทั่วโลก และองค์กรต่าง ๆ แต่มีรายงานว่าสหรัฐอเมริกา, รัสเซีย และอินเดียไม่ได้ร่วมระดมทุนในครั้งนี้ด้วย
โดยคณะกรรมาธิการยุโรประบุว่าเงินบริจาคดังกล่าวจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย 1. พัฒนาวิคซีน 4,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 2. วิจัยเพื่อหาวิธีรักษาโรค 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และ 3. ผลิตชุดตรวจโรค 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ส่วนความคืบหน้าในการทดลองใช้วัคซีนต้านเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ในคนนั้น ขณะนี้มีแคนดิเดตอยู่ด้วยกัน 8 วัคซีนที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการทดลองทางคลินิกกับเหล่าอาสาสมัคร ทั้งในประเทศจีน, สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ และเยอรมนี ส่วนที่อยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาวัคซีนในสเตจต่าง ๆ นั้น มีด้วยกันทั้งสิ้น 94 วัคซีน
ทั้งนี้ การทดลอง 8 วัคซีนกับเหล่าอาสาสมัครนั้น สามารถแยกหมวดหมู่การทดลองได้ 3 วิธี ดังนี้
- กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยต่อการตอบสนองไวรัส ด้วยการฉีดไวรัส SARS-CoV-2 ที่ถูกทำให้ตายหรืออ่อนแรงลงเข้าไปในร่างกาย
- กระตุ้นให้ร่างกายสร้างชิ้นส่วนของไวรัส SARS-CoV-2 ขึ้นมา ด้วยการใช้ไวรัสตัวหนึ่งสู้กับไวรัสอีกตัว เช่น เชื้อไวรัสอีโบล่า หรือเชื้อไวรัสไข้หวัดธรรมดา
- กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้นกัน ด้วยการฉีดสารพันธุกรรมของไวรัส SARS-CoV-2 ในรูปแบบ DNA และ RNA เข้าไปในร่างกายโดยตรง
ส่วนวิธีไหนจะได้ผลมากที่สุดต้องรอดูจากผลการทดลองทางคลินิกว่าประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด ซึ่งหากได้ผลเป็นที่น่าพอใจก็จะเข้าสู่กระบวนการขั้นตอนต่อ ๆ ไป แต่กว่าจะผลิตวัคซีนออกมาให้ได้ใช้กันนั้น จำเป็นต้องผ่านการทดลองกับคนหมู่มากเสียก่อน
ทั้งนี้ ในการพัฒนาวัคซีนใด ๆ มักใช้เวลานานถึง 20 ปี เพราะจำเป็นต้องทดสอบกับผู้คนหลายหมื่นคนก่อนจะได้รับการอนุมัติให้ผลิตออกจำหน่ายได้ เนื่องด้วย “ความปลอดภัย” จากการใช้วัคซีนนั้นไม่อาจเห็นผลได้ชัดเจนในทันทีนั่นเอง
ที่มา : voanews.com






























