
หลังจากเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2563 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ได้ขยายเวลาพ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือน ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1-31 พ.ค.63 นั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ศบค. ออกประกาศผ่อนปรน 6 ประเภทกิจการในระยะที่ 1 ที่จะได้เปิดให้บริการตามปกติตั้งแต่ 3 พ.ค. นี้ ประกอบด้วย
1. ตลาด ทั้งตลาดสด ตลาดนัด ตลาดน้ำ ตลาดชุมชน ถนนคนเดิน และแผงลอย
2. ร้านจำหน่ายอาหารทั่วไป ร้านเครื่องดื่ม ร้านขนม (นอกห้าง) ที่มีขนาดร้านไม่เกิน 2 คูหา ร้านอาหารริมทาง รถเข็น หาบเร่ ซึ่งร้านชาบู สุกี้ที่อยู่นอกห้าง สามารถเปิดให้บริการได้ แต่ยังต้องเว้นระยะห่างกันระหว่างกัน นั่นหมายความว่า 1 โต๊ะ นั่งได้ 1 คน และโต๊ะตั้งห่างกัน 1 เมตร ที่สำคัญ ต้องไม่ลืมดูแลตัวเอง ใส่หน้ากากอนามัย และหมั่นล้างมือบ่อย ๆ เช่นเดิม
3. ธุรกิจค้าปลีก-ส่ง เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อที่มีพื้นที่สำหรับรับประทานในร้าน ร้านค้าปลีกขนาดย่อย ร้านค้าปลีกในชุมชน
4. ร้านเสริมสวย อนุญาตเฉพาะตัด สระ ไดร์ผม เท่านั้น
5. กีฬา สันทนาการ กิจกรรมในสวนสาธารณะ ได้แก่ เดินรำไทเก๊ก สนามกีฬากลางแจ้งที่เป็นการออกกำลังกายโดยไม่ได้เล่นเป็นทีมและไม่มีการแข่งขัน เช่น เทนนิส กอล์ฟ ยิงปืน ยิงธนู และสนามซ้อม
6. กิจการอื่น ๆ เช่น ร้านตัดขนสัตว์ ร้านรับเลี้ยงสัตว์
โดยหลังจากกิจการ 6 ประเภทนี้เปิดให้บริการแล้ว จะใช้ระยะเวลาในการประเมินสถานการณ์ 14 วัน หากไม่มีปัญหาตัวเลขผู้ติดเชื้อ ก็จะพิจารณากิจการในระยะต่อไป แต่หากมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่ม ก็จำเป็นต้องกลับมาใช้มาตรการเข้มงวดตามเดิม
แม้สายชาบูจะเตรียมยิ้มกริ่ม แต่สายเมายังต้องเศร้าหมองต่อไปยาว ๆ อีก 1 เดือน เพราะศบค. ยังประกาศงดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ประกาศต่ออายุไปก่อนหน้านี้ โดยให้เหตุผลว่า เหล้าเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่ความเสี่ยงของการแพร่ระบาด อาจมีการรวมตัวตั้งวงกินเหล้าได้
ฉะนั้น ช่วงนี้จึงน่าจะเป็นโอกาสอันดีสำหรับคนที่คิดจะเดินหน้าเลิกเหล้าให้ได้อย่างถาวร ซึ่งสามารถโทรศัพท์สายด่วน 1413 ขอคำปรึกษากับ “ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา” ได้เลย






























