ประกันสุขภาพทั่วไปคุ้มครอง COVID-19 หรือไม่
แบบประกันภัยที่ได้รับความนิยมที่สุดตอนนี้คงไม่พ้นบรรดาประกันภัยโควิด-19 จากหลากหลายบริษัทที่หลายคนเลือกเพื่อความอุ่นใจในราคาเพียงหลักร้อยต่อปี
แต่สำหรับบางคนที่มีประกันสุขภาพส่วนบุคคลที่ทำไว้ลดหย่อนภาษี หรือแม้กระทั่งมีประกันกลุ่มที่ทางบริษัททำให้เป็นสวัสดิการอยู่แล้ว คงจะลังเลว่า ตัวเองจะต้องซื้อประกัน COVID-19 เพิ่มเติมไหม? ถ้าซื้อไปแล้วจะได้รับความคุ้มครองทั้งสองฉบับหรือเปล่า? หรือจริงๆ แล้วประกันสุขภาพที่เรามีอยู่คุ้มครองโควิด-19 อยู่แล้วกันแน่?
ก่อนจะตัดสินใจว่า จะซื้อเพิ่มหรือไม่ ขอแนะนำให้ทุกท่านดูเงื่อนไขของกรมธรรม์ดังต่อไปนี้ก่อนครับ
ประกันสุขภาพของเราคุ้มครอง COVID-19 หรือไม่
เนื่องจากประกันสุขภาพก็มีหลากหลายแบบ และให้ความคุ้มครองแตกต่างกัน ดังนั้น สิ่งที่เราควรทำก็คือ เช็ครายละเอียดเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่เรามีอยู่ก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ประกันสุขภาพจะมีความคุ้มครองหลักๆ ที่ครอบคลุมการรักษาที่เกิดจากอุบัติเหตุ และอาการเจ็บป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ โดยแบ่งรูปแบบการชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นได้ดังนี้
- ค่าใช้จ่ายในฐานะผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD)เนื่องมาจากการอุบัติเหตุหรืออาการป่วยไข้ โดยจะชดเชยค่าใช้จ่ายจากค่าห้องและค่าอาหาร, ค่าบริการทั่วไป และค่าใช้จ่ายในกรณีที่มีการรักษาพยาบาลฉุกเฉินหลังการเกิดอุบัติเหตุ
- ค่าปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการผ่าตัด ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการผ่าตัด
3. ค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาที่คลีนิค
4. ค่าใช้จ่ายในการรักษาฟัน
5. ค่าใช้จ่ายในการคลอดบุตร
6. ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการให้แพทย์มาดูแล
7. การชดเชยค่าใช้จ่าย
ด้วยเหตุนี้ ประกันสุขภาพที่เรามีอยู่ก็จะจ่ายให้ตามเงื่อนไขปกติ เพราะการติดเชื้อ COVID-19 ก็ถือเป็นการเจ็บป่วยที่เข้าข่ายความคุ้มครองข้างต้น
อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขกรมธรรม์ในบางฉบับอาจจะยกเว้นกรณีโรคระบาดร้ายแรงไว้ ขณะที่กรมธรรม์ประกันสุขภาพบางฉบับก็คุ้มครองเฉพาะทางอย่างเช่น ประกันชดเชยเฉพาะกรณีโรคร้ายแรงต่างๆ , ออฟฟิศซินโดรม ฯลฯ
ด้วยเหตุนี้ เราถึงต้องเช็คกรมธรรม์ของเราเสียก่อน เพื่อดูรายละเอียดและข้อยกเว้นทั้งหมดก่อนที่จะไปซื้อประกันคุ้มครอง COVID-19 เพิ่มเติม
แต่ถ้าใครที่เช็คแล้วและได้รับความคุ้มครอง แต่อยากรู้สึกอุ่นใจหรืออยากได้ความคุ้มครองอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ได้รับเงินก้อนชดเชยเมื่อเป็น COVID-19 หรือต้องการค่าห้องเพิ่มเวลานอนโรงพยาบาลนานๆ แม้กระทั่งเงินชดเชยที่ต้องนอนโรงพยาบาลแล้วขาดรายได้เพราะไปทำงานไม่ได้ เราก็สามารถทำประกัน COVID-19 ประเภทเจอ-จ่าย-จบ หรือประเภทที่ได้รับความคุ้มครองอื่น ๆ เพิ่มเติมได้

แล้วควรทำประกันสุขภาพก่อน หรือประกันภัย COVID-19 ก่อนดี
เนื่องจาก กรมธรรม์ประกันสุขภาพทุกฉบับจะมีเงื่อนไขระบุชัดเจนอยู่แล้วว่า ไม่คุ้มครองสภาพที่เป็นมาก่อนการทำประกัน ดังนั้น ถ้าหากเราทำแต่เฉพาะประกันภัย COVID-19 เพียงอย่างเดียวแล้ว เราเกิดติดโรคขึ้นมาจริงๆ ถึงแม้ว่า ประกันภัย COVID-19 จะจ่ายค่าชดเชยให้เรา แต่โรคที่เกิดขึ้นก็อาจส่งผลกระทบกับร่างกายเราให้เป็นโรคอื่น ๆ ตามมา
แม้ภายหลัง COVID-19 จะหายขาด แต่ถ้าเรากลับมาเจ็บป่วยด้วยโรคอื่นที่เป็นผลพวงหรือโรคแทรกซ้อนจาก COVID-19 เช่น ปอดถูกทำลาย หรือเป็นโรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆ ต่อไปอีก ประกันสุขภาพที่เราทำทีหลังก็จะยกเว้นไม่ให้ความคุ้มครองในส่วนนี้เพราะเป็นโรคที่เราเป็นมาก่อน นอกจากนั้น บางบริษัทก็อาจจะใช้ประวัติการรักษาที่ผ่านมาเพื่อจะปฏิเสธการรับทำประกันสุขภาพให้เราได้อีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ ถ้าเรายังแข็งแรงดีแต่ยังไม่มีทั้งประกันสุขภาพหรือประกัน COVID-19 ก็ควรถือโอกาสช่วงนี้รีบทำประกันสุขภาพก่อน แล้วค่อยทำประกัน COVID-19 ในกรณีที่อยากได้รับผลประโยชน์เพิ่มเติมเพื่อความคุ้มครองที่ครบถ้วนรอบด้านที่สุดนั่นเอง
ประกันสังคมคุ้มครอง COVID-19 หรือไม่
สิทธิ์ประกันสังคมก็เป็นอีกหนึ่งความคุ้มครองที่มีประโยชน์สำหรับใครที่มีงบประมาณไม่มากนัก โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศที่มีสิทธิ์ประกันสังคม ถ้าหากพนักงานออฟฟิศอย่างเราๆ มีความจำเป็นต้องถูกกักตัว หรือต้องเข้ารับการรักษาเนื่องจาก COVID-19 ก็สามารถใช้สิทธิ์วันลาป่วยหรือวันพักร้อนประจำปีตามที่บริษัทได้กำหนดไว้ โดยเราจะยังคงได้รับเงินค่าจ้างตามปกติและไม่ถือว่าขาดงานตามกฎหมาย
แต่ถ้าหากเพื่อน ๆ คนไหนเผลอใช้สิทธิ์วันลาดังกล่าวหมดไปแล้ว ก็ยังสามารถขอรับในส่วนของเงินชดเชยในกรณีที่ขาดรายได้จากสำนักงานประกันสังคมได้ โดยจะได้รับเงินชดเชยเป็นจำนวน 50% ของค่าจ้าง และใช้ได้ต่อเนื่องไม่เกิน 90 วัน
สุดท้ายนี้ ขอย้ำอีกครั้งว่า อย่าลืมศึกษารายละเอียดกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่เรามีอยู่ให้ดีเสียก่อน หากคิดว่าตัวเองต้องการความคุ้มครองอื่น ๆ เพิ่มเติมค่อยซื้อประกัน COVID-19 เพิ่ม
ส่วนใครที่ยังไม่เคยมีหรือยังไม่เห็นความสำคัญของประกันสุขภาพในตอนนี้ ขอแนะนำให้รีบซื้อไว้ตั้งแต่ตอนที่ร่างกายของเรายังแข็งแรงอยู่ดีกว่า เพราะไม่มีใครสามารถบอกได้ว่า โรคภัยจะมาหาเราในวันไหน
ดังนั้น เราจึงควรเตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆ จะได้มีประกันสุขภาพไว้ดูแลค่าใช้จ่ายให้เราได้อย่างทันท่วงทีในวันที่เราเจ็บป่วยขึ้นมา แถมยังนำเบี้ยประกันสุขภาพมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 25,000 บาทอีกด้วย คุ้มค่าขนาดนี้หาประกันสุขภาพดีๆ ติดกระเป๋ากันไว้ดีกว่า
สนับสนุนเนื้อหาโดย เปรียบเทียบประกันสุขภาพฟรีค่































