
แม้ว่าประเทศจีนจะไม่มีผู้ป่วย COVID-19 ภายในประเทศเพิ่มเติมแล้ว หลังจากเผชิญภาวะวิกฤติมีผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มากกว่า 80,000 ราย และคร่าชีวิตผู้คนกว่า 3,000 ราย
แต่สถานการณ์ใช่ว่าจะวางใจได้เสียทีเดียว หลังจากนักระบาดวิทยาออกมาเตือนว่าอาจจะมีการแพร่ระบาดของโรคนี้ตามมาอีกในระลอกสอง เพราะที่ผ่านมาสถานการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับโรคระบาดอื่น ๆ ในอดีต
ทั้งนี้ เคสผู้ป่วยที่ติดเชื้อกันเองภายในประเทศนั้น มีรายงานในเมืองอู่ฮั่นว่าตัวเลขลดลงเป็นศูนย์ ตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่เมืองอื่น ๆ ปลอดผู้ติดเชื้อภายในประเทศมานานร่วม 1 สัปดาห์แล้ว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือจีนมียอดผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นโดยมีกรุงปักกิ่ง และนครเซี่ยงไฮ้ เป็นจุดหมายปลายทางของคนจีนเหล่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นักศึกษาที่ไปศึกษาต่อในต่างประเทศ
สาเหตุที่พวกเขาเลือกเดินทางกลับบ้านเกิดนั้น นอกจากสถาบันศึกษาต่าง ๆ ทั้งในสหรัฐอเมริกา และยุโรป ต่างปิดการเรียนการสอนทั้งหมดแล้ว ก็เป็นเพราะความหวาดกลัวว่าจะติดเชื้อนั่นเอง หลังจากหลายประเทศในต่างแดนยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ให้สงบนิ่งเหมือนประเทศจีนได้ จึงทำให้พวกเขาตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิดแทน
ศาสตราจารย์ David Heymann นักระบาดวิทยา แห่งสถาบัน London School of Hygiene & Tropical Medicine วิเคราะห์ว่าด้วยมาตรการอันเข้มข้นของจีน ซึ่งรวมถึงการปิดมณฑลหูเป่ย (ต้นตอของการแพร่ระบาด) ที่มีประชากร 60 ล้านคนนั้น ทำให้จีนประสบความสำเร็จในการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคนี้ลงได้ แต่หากยกเลิกมาตรการเหล่านี้เมื่อไร สถานการณ์ในจีนก็น่าเป็นห่วงเมื่อนั้น!
ที่มา : bloomberg.com






























