
ผ่านเดือนแรกของปี 2020 ก็เจอภัยพิษหลากหลายครบรสที่กระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย และสภาพคล่องในกระเป๋าเงิน ขอเลือกหยิบยกข่าวดังที่คิดว่าจะเป็นอุทาหรณ์ต่อการวางแผนการเงินและการวางแผนสุขภาพชีวิตตัวเราเองทุกคนได้มากที่สุดขึ้นมา 3 ข่าวใหญ่ๆ
ข่าวแรก
กับครูกอล์ฟชิงทองลพบุรี ข่าวระทึกขวัญที่เรียกว่าคนต้องเฝ้าติดตามทุกวินาที และคนร้ายเป็นผู้อำนวยการที่ชีวิตติดหรูจนติดหนี้!!!
ข่าวที่ 2
กับเรื่องสุขภาพที่ต้องระวังทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ
- PM 2.5 จากคนที่เคยหายใจฟรีๆ แต่ปัจจุบันอากาศดีที่ต้องเสียเงินเพื่อให้ได้มีอากาศดีๆ หายใจอย่างมีคุณภาพ การต้องซื้อเครื่องฟอกอากาศ มาสก์มาปิดจมูกเป็นของยังชีพ
- “ไวรัสโคโรน่า” กับการระบาดทั่วโลกมาสก์ปิดจมูกเป็นของยังชีพจำเป็นเป็นสองเท่า
ข่าวที่ 3
กับการปลดพนักงานสายฟ้าฟาดของหลายองค์กรและการปิดกิจการของธุรกิจทัวร์
ปลายปี 2562 บริษัท พงศ์พาราโคดันรับเบอร์ จำกัด จังหวัดสมุทรสาคร ประกาศเลิกจ้างพนักงาน 997 คน โดยไม่บอกล่วงหน้า ยินยอมจ่ายค่าชดเชยเงินกว่า 114 ล้านบาทเนื่องจากขาดสภาพคล่อง
ปลายเดือนมกราคม “โมโน กรุ๊ป” ปลดพนักงาน 200 คน ส่งหนังสือแจงยุติธุรกิจไม่ทำกำไร โดยต้องลดค่าใช้จ่าย 30% เพื่อพยุงความอยู่รอด
ปลายเดือนมกราคม บริษัททัวร์ฝั่งอันดามันปิดสาขาย่อยและปลดพนักงานจากพิษไวรัสโคโรน่า ทำให้นักท่องเที่ยวจีนลดลงฮวบและอาจกินระยะเวลายาวกว่าสามเดือน ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งหนักเพราะความกังวลของโรคระบาดที่แพร่กระจายมากขึ้นเรื่อยๆ

เปิดมาเดือนแรกของปี 2020 ก็เรียกว่าอ่วมกันแถบทุกธุรกิจ เพราะเจอทั้งข่าวพิษโจรติดหนี้ที่กระทำอุกอาจ ข่าวสิ่งแวดล้อมในประเทศ พิษฝุ่น PM 2.5 พิษเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่ย่ำแย่ส่งผลต่อร่างกายที่ระบาดหนักจนถูกยกระดับเป็นปัญหาระดับโลก รวมทั้งข่าวพิษเศรษฐกิจการปลดลดปิดกิจการหรือการปรับตัวของธุรกิจเพื่อกระชับโครงสร้างการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง
สรุปโดยรวมตอนนี้เราควรกังวลเรื่องอะไรมากที่สุด? ระหว่างกังวลสุขภาพของตัวเอง กังวลเศรษฐกิจไทยและโลกหรือกังวลทั้งงานประจำที่ทำอยู่มั่นคงหรือไม่ ซึ่งความกังวลทั้งหมดเหล่านี้ย่อมส่งผลต่อการเงินในกระเป๋าของเราทุกคนเช่นกัน
ใครหลายคนเริ่มต้องซื้อหน้ากากกันฝุ่นกันโรคในราคาที่แพงขึ้น หาซื้อยากขึ้นและต้องใช้เป็นสิ่งจำเป็นในทุกๆวันนั่นเท่ากับว่าเราจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างมากที่สุดสำหรับหน้ากากกันฝุ่นกันโรค 1 อัน คือวันละ 50 บาท เดือนละ 1,500 บาท หรือแม้กระทั่งการติดเครื่องฟอกอากาศที่บ้านในทุกห้องนอน
ใครหลายคนต้องเริ่มพิจารณาประกันสุขภาพที่เรามี หรือค่าชดเชย หากวันนี้เรากลายเป็น 1 คนที่ติดเชื้อไวรัสเราจะมีงบประมาณเพียงพอสำหรับการรักษาหรือไม่
ใครหลายคนกำลังอยู่ในภาวะตกงานกะทันหันจากคำบอกเล่าของผู้ประกอบการที่ต้องปลดพนักงานให้ความเห็นว่า สาเหตุที่ไม่มีการบอกล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือนเพื่อให้ทำใจหรือหาทางออกกับชีวิตได้ทันก็คือถ้าบอกก่อนล่วงหน้าว่าจะต้องมีการปลดพนักงานทุกคนจะมีอาการซึมและทำงานไม่ได้ สุดท้ายธุรกิจก็เสียอยู่ดี สู้ให้ค่าชดเชยและค่าตกใจแล้วบอกปลดทันทีมีผลทันทีดีกว่าเจ็บแต่จบ !!!ดีต่อทั้งสองฝ่าย
วันนี้ขอย้ำสิ่งสำคัญของการเริ่มต้นการเงินที่ดีในปี 2020 ที่เราเคยเกริ่นไว้คือ
การการวางแผนกระจายความเสี่ยงยังต้องคิดเป็นสิ่งแรก
อะไรบ้างที่เราต้องทำเพื่อกระจายความเสี่ยง
- เพิ่มอัตราส่วนออมเงินและลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นเพื่อลดความเสี่ยงของการต้องเจอภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองโดยเฉพาะคนที่ทำงานอยู่สายธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมที่พักที่มีกลุ่มลูกค้าหลักคือนักท่องเที่ยวชาวจีน
- ทำประกันสุขภาพและค่าชดเชย หากเราทำงานไม่ได้ให้ครอบคลุมความเจ็บป่วยเพื่อลดความเสี่ยงของการเสียเงินก้อนไปกับการรักษาร่างกายในโรงพยาบาล
- ใช้เงินในการสร้างสุขภาพภายในมากกว่าการสร้างภาพลักษณ์ภายนอก หรือซื้อของนอกกาย เช่น กระเป๋าแบรนด์เนมหรือมือถือรุ่นใหม่ แต่ซื้อผักผลไม้และกินอาหารที่ดีครบหมวดหมู่
- หาทักษะหรือวางแผนอาชีพที่สองเพื่อรองรับหากวันนึงวันใดคนที่โดนปลดออกจากงานประจำกลายเป็นเรา อาจจะลองคิดคร่าวๆ ก่อนเลยว่าถ้าถึงวันนั้นเป็นเราขึ้นมา ตอนนี้เราจะทำอย่างไรและเราจะมีเงินใช้ไปได้อีกนานแค่ไหน
- วางแผนสำรองตอนที่เรายังมีสิทธิเลือกได้ ไม่ใช้สถานการณ์บีบบังคับวางแผนเงินรายได้สำรองตอนที่เรายังมีรายได้หลักไม่ใช่มาวางแผนในวันที่เราตกใจและหมดกำลังใจ
ทุกภาวะคือความเสี่ยงที่เราอาจเจอแต่ปีนี้อาจจะท้าทายมากกว่าทุกปีเพราะหลายปัจจัยเสี่ยงมาในช่วงเวลาเดียวกันพร้อมกันทั่วโลก อย่าตระหนกแต่ต้องเตรียมพร้อมรับ! เพราะทุกสถานการณ์ที่เจออยู่ตอนนี้ต่างส่งผลกระทบต่อกระเป๋าสตางค์ของเราทุกคนไม่มากก็น้อยนะคะทุกบริษัทไม่ว่าเล็กหรือใหญ่






























