Home Inspiration ประสบการณ์ตรงของการเก็บเงินวันนี้ เพื่อเงินในอีก 3 ปี ข้างหน้า

ประสบการณ์ตรงของการเก็บเงินวันนี้ เพื่อเงินในอีก 3 ปี ข้างหน้า

บางทีเรื่องการวางแผนการเงินส่วนตัวฉบับง่ายๆ ไม่ซับซ้อนมาก ก็เหมือนการทำการทดลองทางความคิดสักอย่าง เมื่อ สามปีก่อน เราได้ทำการทดลอง วางเงิน  10,000 บาทไว้ 3 ที่ 3 แบบ 3 สไตล์ แล้วรอดูผลของเงินที่งอกเงย เมื่อเวลาผ่านไป 1,095 วัน

รูปแบบแรก คือ การนำเงิน 10,000 ฝากไว้กับบัญชีออมทรัพย์แบบออนไลน์ ดอกเบี้ยสูง ได้ดอกเบี้ย 1.7% ต่อปีและต้องมีการฝากกว่าถอนทุกเดือนซึ่งก็ใช้วิธีการโอนเงินเข้าครั้งละ 10 บาท แต่ไม่มีการถอนเงินออก….นั่นเเน่ เพิ่มเดือนละ 10 บาทก็ไม่มาก ไม่น้อยนะคะ

การทดลองอย่างหนึ่งที่เราได้ทำกับเงินในช่วงที่กำลังศึกษาเรื่องการเล่นหุ้น คือการลงทุนในหุ้นพื้นฐานด้วยเงินทั้งก้อนแบบไม่มีแบ่งก้อนลงทุนรายเดือน หรือ DCA โดยการนำเงิน 10,000 ฝากไว้กับหุ้นที่มีปันผล และ เป็นหุ้นพื้นฐาน ทำธุรกิจที่เป็นสิ่งจำเป็นต่อคนในประเทศ โดยตอนนั้นผู้เขียนเลือกลงทุนใน หุ้น BEM หรือ ทางด่วนกรุงเทพ (ไม่ได้ชี้นำทางการเลือกหุ้น แต่เป็นการยกตัวอย่างจากประสบการณ์ส่วนตัว)

รูปแบบสามคือ  เป็นการนำเงินไปลงทุนในสิ่งของ และ ปล่อยให้เช่าสิ่งของนั้นๆ ซึ่งเป็นสิ่งของที่ทำการสำรวจแล้วว่า เป็นสินค้าที่มีความต้องการ และเราสามารถเข้าถึงตลาดคนที่ต้องการใช้สินค้าเหล่านี้ได้ โดยเราต้องสำรวจราคาค่าเช่าในตลาด ความต้องการมากน้อยแค่ไหน และเป็นสินค้าที่ต้องมีการดูแลมากน้อยแค่ไหน

ผลจากการลงทุนที่ได้ก็คือ

แบบที่ 1 เอาเงิน 10,000 ที่วางไว้ในบัญชีออมทรัพย์แบบบัญชีออนไลน์ดอกเบี้ยสูง เมื่อผ่านไป 3 ปี  กับดอกเบี้ยที่ได้ 1.7% ต่อปี

จะทำให้เงินงอกเงยจาก 10,000 บาท เป็น 10,522.85 บาท ได้กำไรจากดอกเบี้ย 522.85 บาท

แบบที่ 2 เอาเงิน 10,000 ที่วางไว้หุ้น BEM  เป็นจำนวน  10,000 บาท ได้กำไร 108.78% ซึ่งทำให้เงิน 10,000 บาทเมื่อ 3 ปีก่อน กลายเป็นเงิน  20,800 บาท โดยยังไม่รวมเงินปันผลที่ได้ระหว่างปี ปีละ 2 ครั้ง

แบบที่ 3 เอาเงินไปลงทุนในทรัพย์สินปล่อยเช่า โดยราคาทรัพย์สิน 10,000 บาท ปล่อยเช่าต่อครั้ง ครั้งละ 1,000 บาท  ตลอด 3 ปี มีผู้เช่าทั้งสิ้น 18 ครั้ง  เป็นเงิน 20,000 บาท  (ขออนุญาตไม่เปิดเผยว่า ทรัพย์สินที่ปล่อยเช่าเป็นสิ่งใดเนื่องจากเป็นสินค้าเฉพาะทางที่ทางผู้เขียนอยู่ในธุรกิจเฉพาะทางที่มีความต้องการใช้และเช่าสินค้านี้จริง)

การทดลองบริหารเงินให้งอกเงยใน 3 แบบ 3 สไตล์ นั้นทำให้รู้ว่า

  1. เราสามารถให้เงินทำงานได้หลากหลายรูปแบบ โดยเลือกจาก ความสนใจของเราเองเป็นหลัก เพราะจะทำให้เราใส่ใจมากกว่าปกติ
  2. ช่องทางที่วางเงินแล้วทำให้เงินของเรางอกเงยช้าที่สุด คือ ช่องทางที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด เช่น การออมเงินในบัญชีออมทรัพย์ แต่ถือเป็นช่องทาง

ช่องทางที่วางเงินแล้วทำให้เงินของเรางอกเงยเยอะที่สุด คือ ช่องทางที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การลงทุนในหุ้น เราไม่มีทางกำหนดได้เลยว่า บริษัทนี้จะมั่นคง สร้างผลตอบแทนที่ดี นอกจากเป็นการมองวิเคราะห์จากความจำเป็นพื้นฐานของธุรกิจบริษัทนั่นมีความจำเป็นที่คนในประเทศต้องใช้หรือไม่  หรือ การลงทุนทรัพย์สินให้เช่า หากเจอลูกค้าที่เช่าของแล้วทำเสียหาย หรือ ใช้สินค้าไม่ระวังทำให้ อายุการใช้งานของสินค้านั่นสั้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ เหล่านี้คือความเสี่ยงทั้งสิ้น