
สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้ผมและน้องจุลินทร์ออกจากบ้านและวางแผนไว้ว่าจะไปนั่งเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยา สู่จุดหมายประวัติศาสตร์อีกหนึ่งแห่งในกรุงเทพมหานครแห่งนี้
ผมเริ่มต้นการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS สู่สถานีจุดหมายที่สะพานตากสิน และเดินลงจากสถานีไปยังท่าเรือสาทร ที่ท่าเรือแห่งนี้เป็นที่จอด รับ-ส่ง ของเรือหลายสาย ซึ่งผมไม่สันทัดกับการนั่งเรือโดยสารในเจ้าพระยาสักเท่าไหร่ จึงถามทางเจ้าหน้าที่ในท่าเรือ และลงเอยโดยการนั่งเรือธงฟ้าแบบเที่ยวเดียว โดยมีจุดหมายปลายทางคือ ล้ง 1919



นั่งเรือโดยสารชิลล์ ๆ ชิมวิวสองฝั่งระหว่างทางแบบอิ่มเอม ซึ่งผู้โดยสารบนเรือนั้นไม่หนาแน่นเท่ากับจำนวนเก้าอี้เสียด้วย บรรยากาศที่ได้จึงค่อนข้างเย็นสบายเพราะลมผ่านตลอดเวลา
และที่สุดก็ถึงจุดหมาย LHONG 1919 ที่มาคร่าว ๆ ของสถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งประวัติศาสตร์ ไทย-จีน อีกแห่งหนึ่ง เพราะมีอายุมากถึง 167 ปี ซึ่งก็ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 โดยแต่เดิมนั้นเป็นโกดังและท่าเรือกลไฟ เป็นสถานที่สำคัญของการค้าในสมัยนั้น เป็นพื้นที่ของตระกูลวั่งหลี



สถานที่แห่งนี้ถูกทิ้งร้างมาเนิ่นนาน ก่อนที่จะได้รับการบูรณะซ่อมแซมและแปลงโฉมเป็นพื้นที่อเนกประสงค์ แหล่งท่องเที่ยวให้ทุกคนได้มาเดินเสพบรรยากาศ โดยการแปลงโฉมนั้นได้มีการรักษาเอกลักษณ์ของความดั้งเดิมไว้อย่างสวยงามลงตัวทุกกระเบียดนิ้ว
เรือนไม้ดั้งเดิมที่ตั้งอยู่เป็นแนวสถาปัตยกรรมจีน ซึ่งตั้งแต่ดั้งเดิมนั้นมีการขีดเขียนลวดลายต่าง ๆ ไว้และมีการโบกปูนหรือทาสีทับในช่วงหนึ่ง และในการบูรณะครั้งล่าสุดได้มีการเผยให้เห็นงานลายเส้นของเดิมแท้ ๆ ตั้งแต่สมัยแรกให้เห็นอีกด้วย




งานจิตรกรรมดั้งเดิมยังคงความสวยงามอยู่แม้จะไม่สมบูรณ์แบบเต็มส่วน
สัดส่วนของพื้นที่ ถูกจัดสรรอย่างลงตัว มีทั้งโซนร้านอาหารทั้งเล็กใหญ่ภายนอกหรือใต้อาคารเก่า และยังมี ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้วสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในพื้นที่ตั้งแต่ยุครัตนโกสินทร์




แม้จะเป็นวันที่แดดจ้าอากาศค่อนข้างอบอ้าวนิดหน่อย ผู้คนก็ยังเดินทางมาถึงที่นี่อย่างค่อนข้างหนาตา โดยมุมไหนที่ออกแนวสวยน่าถ่ายรูป จำเป็นจะต้องรอคนอื่นถ่ายให้เสร็จก่อนเลยล่ะครับ
นอกจากนั้น กิจกรรมยังมีจัดขึ้นตลอด นอกจากจะมีร้านรวงต่าง ๆ แล้วยังมีนิทรรศการหรือการแสดงดนตรีให้ได้ยืนนั่งพักผ่อนเชยชมอีกด้วย







นับว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ทุกควรควรมาเยี่ยมเยือนเดินเที่ยวแวะชมงานศิลปะ หรือแม้กระทั้งแฮงค์เอาท์กันได้อีกหนึ่งจุด แม้ดูจากโดยรวมแล้วจะเหมือนมีอะไรไม่มาก แต่หากคุณยิ่งเดินสำรวจตามจุดของอาคารต่าง ๆ จะเห็นสิ่งสวยงามซ่อนอยู่มากมาย และเป็นสถานที่ครบครันทั้งอาหารตาและอาหารปาก หากเดินจนเมื่อยพอประมาณก็หาร้านอาหารในโซนแวะพักทานของอร่อย ๆ ไปพลาง ๆ ได้ ครบจบในที่เดียว
และสำหรับสัปดาห์นี้ ผมและจุลินทร์ขอตัวลาทุกท่านไปเพียงเท่านี้ ไว้โอกาสหน้ามาติดตามกันต่อว่าผมจะไปเดินเที่ยวเลี้ยวกินที่ใด ติดตามกันให้ดี สำหรับตอนนี้สวัสดีครับ

































