
จากประสบการณ์ตรงที่ได้พูดคุยกับ คนสูงวัยท่านหนึ่ง ที่เพิ่งมีโอกาสจับเงินหลักสิบล้าน ยามที่เกษียณจากการทำงานประจำแล้ว ใครกันที่ว่า คนวัยเกษียณสร้างรายได้ไม่ได้ ในกรณีนี้อาจจะต้องเถียงขาดใจ เพราะคุณลุงท่านนี้พูดพร้อมรอยยิ้มให้กับผู้เขียนได้ฟังว่า เพิ่งตัดต้นสักทองขายไป 10 ไร่ ได้เงินไร่ล่ะ 1 ล้าน ว้าว!!!!
การสร้างเงินล้านยามเกษียณ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายและยากในเวลาเดียวกัน แต่หลักการก็มีอยู่ไม่กี่หลักการ ซึ่งนั่นก็คือ
1. การรู้จักสร้างมูลค่าเพิ่มในทรัพย์สินที่มี หรือ หาช่องทางการดับเบิ้ลทรัพย์สินโดยที่เราไม่ต้องเหนื่อย
- การใช้เวลาในการทำให้มูลค่ามันเติบโต
3. และข้อสุดท้ายคือ ต้องมองให้ออกว่า ของที่เราวางเงินไว้ นั่นสร้างมูลค่าได้จริงๆ หรือ ไม่
ยกตัวอย่างจากสิ่งที่คุณลุงเศรษฐีเงินล้านมือใหม่ทำก็คือ การที่หาซื้อที่ดินที่มีดินเป็นดินร่วนปนทรายเอาไว้ ในจังหวัดกาญจนบุรี ถึงแม้ว่าที่ดินนั่นอาจจะไม่ได้อยู่ใกล้แหล่งชุมชนมากนัก หรือ ไม่ได้เป็นที่ดินในเมือง แต่อยู่ไม่ห่างจากเมืองหลวง มากนักทำให้สามารถเดินทางไปกลับ เพื่อดูแลได้ไม่ลำบาก จากนั้นคุณลุงได้ดำเนินการปลูกต้นสักทอง ไม้เนื้อแข็ง ดูแลง่าย โตไว และเป็นไม้เศรษฐกิจอย่างหนึ่ง คุณลุงนำเงินเก็บที่มีลงทุนในการซื้อที่ดินเพื่อปลูกต้นสักทอง ซึ่งต้นกล้าของสักทองขนาดสูง 10 ซม. ราคาขายอยู่ที่ ต้นละประมาณ ไม่เกิน 10 บาทเท่านั้น 1 ไร่จะใช้ประมาณ 100-200 ต้นตามระยะห่าง เท่ากับนอกจากค่าที่ดินที่เราจ่ายแล้ว เราจะลงทุนกับต้นสักเพียงแค่ 10,000-20,000 บาทเท่านั้น และเป็นการจ่ายแค่เพียงครั้งเดียวจบ
กำหนดวัตถุประสงค์การปลูกให้ชัดเจนว่า เราปลูกเพื่อใช้ยามเกษียณในอีก 20-30 ปีข้างหน้า ไม่ใช่การปลูกเชิงธุรกิจ ที่ต้องมีการวางแผนการปลูก เพื่อทำการตัดสางเป็นระยะๆ การตัดขายของเราจะขายเป็นไม้ซุงสักทอง ซึ่งไม่ต้องเสียเงินในการดูแล ตัดสางในแต่ละปีมากนัก หรือเรียกว่าเป็นการปลูกทิ้ง รอเก็บดอกผลในระยะยาว
ซึ่งถ้าเราปลูกสักทองทิ้งไว้ในระยะห่าง 2×4 เมตร 1 ไร่จะได้ 200 ต้น ตัดขายเมื่อเวลาผ่านไป 20 ปี
ต้นสักทอง อายุต้น 20 ปี ลำต้นประมาณ 1 คนโอบรอบลำต้น
การปลูกไม้ยืนต้นแบบสักทองนั้น ระยะที่ปลูกที่เหมาะสมคือ 2X4 เมตร และดินเป็นดินร่วนปนทรายจะทำให้ต้นไม้โตไวมาก ซึ่ง 1 ไร่ สามารถปลูกได้ 200 ต้น ตัดขายอย่างต่ำต้นละ 3,000 บาท (ซึ่งอาจจะได้ราคามากกว่านี้เมื่อระยะเวลาผ่านไป)
ต้นสักจำนวน 200 ต้น × ราคาขายที่ต้นละ 3,000 บาท =600,000 บาท ถึงว่าเป็นเงินออมแบบนึงที่ผลตอบแทนสูงมาก
ลงทุนกล้าสัก 10 บาท ปลูก 20 ปี ขายได้ต้นละ 3,000 บาท เท่ากับได้ผลตอบแทน 300 เท่าใน 20 ปี หรือปีล่ะ 15 % นั่นเอง ยังไม่รวมค่าที่ดินที่มีมูลค่าเพิ่มตามกาลเวลาคือ ราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี เฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ 20 % ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ คนวัยเกษียณก็มีสิทธิ์กลายเป็นเศรษฐีเงินล้านได้เช่นกัน ถือว่าเป็นการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนโดยที่เราไม่ต้องลงแรงมากมาย แต่ได้เงินล้านชิลๆ ยามแก่ หากใครที่มีที่ดินว่างเปล่า ก็ลองศึกษาดูนะคะว่าที่ดินที่เรามีนั้น สามารถปลูกต้นไม้มีค่า มีราคาได้หรือไม่ คุณอาจจะเป็นเศรษฐีเงินล้านคนต่อไปก็เป็นได้






























