Home Trending Story Trend ในประเทศ “คลินิกแก้หนี้” ภาพสะท้อนสังคมสุรุ่ยสุร่าย

“คลินิกแก้หนี้” ภาพสะท้อนสังคมสุรุ่ยสุร่าย

กลุ่มครัวเรือนที่มีปัญหาหนี้สินมีแนวโน้มที่จะมีรสนิยมหรือความต้องการที่จะมีหน้ามีตาทางสังคมสูงกว่ากลุ่มครัวเรือนที่ไม่มีปัญหา สะท้อนจากค่าซ่อมรถและค่าดูแลบ้าน

รายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งทำการศึกษาเรื่องหนี้ครัวเรือนไทยนั้นระบุว่าหนี้ครัวเรือนไทยนั้นอยู่ในระดับสูงเป็นอันดับต้นๆของภูมิภาคอาเซียนโดยมีที่มาจากหลายสาเหตุทั้งสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา การเข้าถึงแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงินในระบบที่มากขึ้น รวมถึงทัศนคติ พฤติกรรม หรือวินัยทางการเงินที่เปลี่ยนไปของครัวเรือน ทั้งนี้รายงานฉบับดังกล่าวระบุว่า กลุ่มครัวเรือนที่มีปัญหาทางการเงินนั้นมีค่าใช้จ่ายประจำที่สูงกว่ากลุ่มครัวเรือนที่ไม่มีปัญหาทางการเงินอันได้แก่

ค่าใช้จ่ายเพื่อความบันเทิง ค่าเสื้อผ้า ที่สะท้อนพฤิตกรรมการใช้ชีวิตหรือ “ไลฟ์สไตล์” ที่ค่อนข้างไปทางสุรุ่ยสุร่ายกว่าอีกกลุ่มครัวเรือนที่ไม่มีปัญหาทางการเงิน ขณะเดียวกันกลุ่มครัวเรือนที่มีปัญหามีแนวโน้มที่จะมีรสนิยมหรือความต้องการที่จะมีหน้ามีตาทางสังคมสูงกว่ากลุ่มครัวเรือนที่ไม่มีปัญหา สะท้อนจากค่าซ่อมรถและค่าดูแลบ้านที่สูงกว่ากลุ่มที่ไม่มีปัญหา และปัจจัยสำคัญที่ทำให้ครัวเรือนมีปัญหาทางการเงินคือการมีสมาชิกในครัวเรือนที่ประสบปัญหาล้มป่วย ส่งผลให้กลุ่มครัวเรือนที่มีปัญหามีค่ารักษาพยาบาลสูงกว่ากลุ่มที่ไม่มีปัญหา

คนในวัยทำงานส่วนใหญ่จะมีหนี้สิน ทั้งจากการซื้อบ้าน ซื้อรถ รวมไปถึงการนำเงินในอนาคตไปใช้เพื่อสร้างความสุขให้กับตนเอง ส่วนหนึ่งเพราะการเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายกว่าเดิม

ทั้งนี้รายงานของธนาคารแห่งประเทศไทยฉบับดังกล่าวได้สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ชีวิตของคนในยุคนี้ และ กลายเป็นว่า คนในวัยทำงานส่วนใหญ่จะมีหนี้สิน ทั้งจากการซื้อบ้าน ซื้อรถ รวมไปถึงการนำเงินในอนาคตไปใช้เพื่อสร้างความสุขให้กับตนเอง ขณะที่คนในรุ่นก่อนหน้านี้ มักจะเก็บออมเงินจำนวนหนึ่งก่อนที่จะลงทุนซื้อบ้านหรือรถ ต่างจากคนในยุคปัจจุบัน ที่เข้าถึงสินเชื่อได้ง่าย การซื้อบ้านในปัจจุบันแทบจะไม่ต้องเก็บเงินดาวน์แล้ว เช่นเดียวกับการซื้อรถที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินดาวน์จำนวนมากเช่นในอดีต ทำให้การตัดสินใจของคนในยุคปัจจุบันทำได้ง่ายและเร็ว แต่ยังขาดความรอบคอบ ในการวางแผนทางการเงิน ซึ่งนับเป็นจุดอ่อนของคนในปัจจุบัน

และด้วยการตัดสินใจอันรวดเร็วโดยไม่คำนึงถึงหนี้ที่ก่อ รวมไปถึงความสามารถในการชำระหนี้ของตนเอง และ เหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงที่สามารถเกิดขึ้นได้ (อาทิ ถูกเลิกจ้าง หรือ เกิดความเจ็บป่วยจนไม่สามารถทำงานได้) ทำให้ ปัจจุบันมีครัวเรือนที่มีปัญหาหนี้สินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และส่วนใหญ่มักจะปล่อยให้เป็นหนี้เสีย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวถ้าปล่อยให้เกิดขึ้นโดยไม่มีการควบคุมจะส่งผลต่อสถานการณ์ทางการเงินและเศรษฐกิจของประเทศอย่างแน่นอน และด้วยเหตุดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้เปิดโครงการคลินิกแก้หนี้ ระยะที่ 2

โครงการคลิกนิกแก้หนี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานกลางที่สำคัญของประเทศที่มุ่งช่วยเหลือประชาชนที่มีหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันกับเจ้าหนี้หลายราย

โครงการคลิกนิกแก้หนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทยคืออะไร คำตอบคือโครงการคลิกนิกแก้หนี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานกลางที่สำคัญของประเทศที่มุ่งช่วยเหลือประชาชนที่มีหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันกับเจ้าหนี้หลายราย และในโครงการระยะที่ 2 นี้ ได้ขยายขอบเขตให้รวมหนี้บัตรเครดิต และ สินเชื่อส่วนบุคคลของผู้ประกอบการ Non-bank ซึ่งจะทำให้ช่วยเหลือประชาชนซึ่งเป็น ลูกหนี้รายย่อยที่มีหนี้กับเจ้าหนี้หลายราย โดยเป็นหนี้เสียบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน เพื่อให้มีโอกาสแก้ปัญหาหนี้ ควบคู่กับการส่งเสริมเรียนรู้การวางแผนและสร้างวินัยทางการเงินที่ดีให้แก่ลูกหนี้และประชาชนที่สนใจ เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาว

ทั้งนี้โครงการคลินิกแก้หนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น ถือว่าเป็นหนทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน แต่ทั้งนี้ ปัญหาหนี้ครัวเรือน จะไม่สามารถลดลงไปได้ถ้าประชาชนขาดวินัย และ ความรู้ทางการเงินส่วนบุคคล เพราะสาเหตุที่สำคัญของการก่อหนี้และการมีปัญหาชำระหนี้ล้วนเกิดจากรายจ่ายที่ไม่เพียงพอกับรายได้โดยเฉพาะรายจ่ายที่ไม่จำเป็นและเกินฐานะหรือขาดการวางแผนทางการเงินที่เหมาะสมในระยะยาว

โครงการคลินิกแก้หนี้ระยะที่ 2 โดยธนาคารแห่งประเทศไทย
คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการมีดังนี้

เป็นบุคคลธรรมดา ที่มีรายได้
อายุไม่เกิน 65 ปี
มียอดหนี้เงินต้นค้างชำระ รวมไม่เกิน 2 ล้านบาท
ไม่ถูกดำเนินคดี หรือ ถูกดำเนินคดีอยู่แต่ต้องยังไม่มีคำพิพากษา
เป็นหนี้เสีย คือไม่ได้ชำระหนี้หรือไม่ได้ชำระขั้นต่ำ บัตรเครดิต บัตรกด เงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคล ของธนาคาร หรือผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน ที่เรียกว่า Non Bank ที่เข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่ 2 แห่งขึ้นไป เป็นระยะเวลานานติดต่อกันมากกว่า 90 วัน และก่อนวันที่ 1 มกราคม 2562

ขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการ

ขั้นตอนที่ 1 : ตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการผ่านเว็บไซต์ www.debtclinicbysam.com หรือ www.คลินิกแก้หนี้.com หรือ Call Center 0 2610 2266
ขั้นตอนที่ 2 : กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มใบสมัคร และยืนยันข้อมูลผ่านเว็บไซต์
ขั้นตอนที่ 3 : รอเจ้าหน้าที่โครงการติดต่อกลับ เพื่อนัดหมาย วัน เวลา เข้าพบที่สำนักงานโครงการคลินิกแก้หนี้ ชั้น 12 อาคารเล้าเป้งง้วน ถนนวิภาวดีรังสิต
ขั้นตอนที่ 4 : จัดเตรียมเอกสารประกอบการเข้าร่วมโครงการและพิจารณารายได้ จำนวน 10 รายการ ดังนี้
4.1 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาบัตรข้าราชการ / รัฐวิสาหกิจ
4.2 สำเนาทะเบียนบ้าน
4.3 ใบเปลี่ยนชื่อ-ชื่อสกุล (ถ้ามี)
4.4 เอกสารการตรวจสอบข้อมูลภาระหนี้จากเครดิตบูโร
4.5 สลิปเงินเดือน ย้อนหลัง 3-6 เดือน
4.6 เอกสารแสดงการเดินบัญชี (Statement) อย่างน้อย 6 เดือนย้อนหลัง
4.7 บัตรเงินบำนาญ (กรณีเป็นข้าราชการ)
4.8 ใบแนบหนังสือสั่งจ่าย (กรณีเป็นข้าราชการ)
4.9 หลักฐานการแสดงรายได้อื่น เช่น สัญญาให้เช่า สัญญาว่าจ้าง ฯลฯ
4.10 ใบแจ้งหนี้ / เอกสารแสดงความเป็นหนี้
ขั้นตอนที่ 5 : พบเจ้าหน้าที่โครงการที่สำนักงานโครงการ เพื่อพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้
ขั้นตอนที่ 6 : เจ้าหน้าที่โครงการจะนัดหมาย เพื่อลงนามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ เมื่อได้รับการยืนยันจากธนาคารหรือสถาบันการเงิน(Non-bank)เจ้าหนี้ให้เข้าร่วมโครงการ

เรียบเรียงข้อมูลจาก : บทความหนี้ครัวเรือนไทย : ข้อเท็จจริงที่ได้จาก BOT-Nielsen Household Financial Survey / เอกสารข่าวเพื่อการเผยแพร่ ธนาคารแห่งประเทศไทย