ยุคสมัยที่เปลี่ยน เทคโนโลยีที่เปลี่ยน สื่อการดูการฟังก็เปลี่ยนไปตาม ๆ กัน เมื่ออินเตอร์เนตมีบทบาทในชีวิตมากขึ้น มือถือสมาร์ทโฟนเป็นปัจจัยหนึ่งที่ขาดไม่ได้ ปัจจุบันเลยทำให้การรับสื่อมีมากมายหลายรูปแบบโดยสื่อเหล่านั้นล้วนมาในรูปแบบแอปพลิเคชั่น ซึ่งในวันนี้เราจะพูดถึงแอปสำหรับดูหนังในไทย ที่มีอะไรบ้างเปิดบริการที่ไทยแล้วข้อดีข้อเสียของแอปนั้นมีอะไรบ้าง

1. AIS Play
แอปพลิเคชั่นสำหรับดูหนังของค่ายมือถือสีเขียวอย่าง AIS ที่มีหนังให้ดูมากมายหลายรูปแบบ มีทั้งดูฟรีและเสียเงิน โดยเสียเงินแบบ Play Premium ที่ดูได้ทั้งหมดแถมฟรีอีก 1 เดือนจะอยู่ที่ 299 บาทต่อเดือน Play Movies Monthly ที่สามารถดูหนังได้ทุกเรื่องที่ล็อคไว้ จะอยู่ที่ 199 บาทต่อเดือน และ Play Movies ที่สามารถดูหนังได้ทุกเรื่องที่ล็อคไว้จะอยู่ที่ 9 บาทต่อวัน

ข้อดี คือ ซีรีส์อย่าง Game of Thrones ที่เป็นกระแสอยู่ตอนนี้จะสามารถดูได้ทันทีไม่ต้องกังวลเรื่องไวรัสจากเวปเถื่อนแถมดูก่อนใครเพื่อนอีกด้วย และหนังที่ดูฟรีก็มีมาใหม่เรื่อย ๆ แถมเป็นหนังที่สนุกไม่ซ้ำซาก
ข้อเสีย คือ ไม่สามารถโหลดเก็บไว้ดูได้ในกรณีที่ไม่มีอินเตอร์เนต หรือถ้ามีอินเตอร์เนตการจะดูหนังแต่ละเรื่องจะต้องเปลืองค่าเนตอย่างมากแน่นอน ถ้าเปิด Wifi ดูก็คงไม่มีปัญหาแต่ถ้าเป็นแบบนั้นคงนั่งดูในคอมเสียดีกว่า และสมัครได้แต่เบอร์ของ AIS เท่านั้น

2. True ID
แอปพลิเคชั่นมือถือของค่ายแดงอย่าง True ก็มีหนังและซีรีส์ให้ดูหลายเรื่องหลายรูปแบบซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นไปทางเกาหลี และ ซีรีส์วัยรุ่นมากกว่า สามารถดูฟรีได้เพียงแค่มีหมายเลขเบอร์โทรศัพท์ทรู จะได้ดูแบบ Premium ซึ่งดูได้ทุกอย่าง 1 เดือน แต่ถ้าหมด 1 เดือนไปแล้วจะกลายเป็น True ID basic HD แทนซึ่งสามารถดูได้ฟรีแต่ไม่สามารถดูอันที่ล็อคไว้ได้

ข้อดี คือ สามารถดูทีวีออนไลน์ได้ฟรี หรือรายการต่างๆ ได้ฟรีถ้าทำตามเงื่อนไขของทางค่าย รวมถึงยังมีซีรีส์เกาหลีให้เราดูได้อย่างปลอดภัยและซีรีส์ไทย วัยรุ่น ที่หาดูได้ง่ายไม่อันตราย
ข้อเสีย คือ ไม่สามารถโหลดเก็บไว้ได้ ต้องดูผ่าน Wifi หรือ อินเตอร์เนตมือถือเท่านั้น รวมถึงยังจำกัดการใช้สิทธิ์คนใช้โดยการที่ต้องเป็นสมาชิก True เท่านั้นถ้าอยากดูฟรีต้องมีเบอร์ทรู อย่างนี้เป็นต้น

3. Mono Max
แอปพลิเคชั่นของช่องโมโน ซึ่งเราสามารถดูผังรายการของทางช่อง Mono ได้อีกทั้งยังมีซีรีส์มากมายที่สามารถชมย้อนหลังได้ฟรี

ข้อดี คือ ฟรี แถมมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกอยู่บ่อยครั้ง ซีรีส์จะพากย์ไทยทำให้ง่ายต่อการดูแถมมีถ่ายทอดสดผ่านช่องของตัวเองทำให้สามารถดูได้ทุกที่ทุกเวลา อีกทั้งยังมีซีรีส์ที่ทาง Mono เป็นคนผลิตเองมาให้ได้ดูกันอีกด้วย
ข้อเสีย คือ ไม่มีความหลากหลาย คลิปย้อนหลังเป็นซีรีส์ซะส่วนใหญ่ หนังไม่ค่อยเอามาลงให้ดูย้อนหลัง อีกทั้งยังเป็นพากย์ไทยทำให้คนไม่มีทางเลือก หากอยากดู Sound Track ต้องไปอาศัยดูแอปอื่นเอา

4. Line TV
แพลตฟอร์มสื่อของ Line ที่รวมรายการและหนังของคนไทยเอาไว้ในที่เดียว สามารถดูได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ และมีรายการ ซีรีส์ที่ลงใน Line TV เท่านั้นอีกด้วย

ข้อดี คือ ฟรี ดูได้ไม่ต้องกังวลเรื่องใดๆ รายการย้อนหลัง ซีรีส์ไทย สามารถหาดูได้ใน Line TV และละครที่พลาดไปสามารถมาดูได้ใน Line TV
ข้อเสีย คือ มีแต่ของไทยซะส่วนใหญ่ ไม่มีของต่างชาติ ส่วนใหญ่เป็นละครกับรายการไม่ค่อยมีหนัง

5. Iflix
แอปพลิเคชั่นสำหรับดูหนังที่ครบเครื่องมากที่สุด มีทั้งไทย ต่างประเทศ ถ้าโหลดแอปพลิเคชั่นมาตอนนี้พร้อมกับผูกแอคเคาท์จะได้สิทธิ์ดูแบบ VIP ฟรี 1 เดือน แต่ถ้าพ้น 1 เดือนไปแล้วสามารถสมัครได้ง่ายๆ เช่น POPCORN PLAN จ่ายผ่านบิลมือถือโดยที่เราไม่ต้องใช้เงินสดของตัวเองเลย ณ ตอนนั้น โดยราคาจะอยู่ที่ 7 บาทต่อวัน BINGE PLAN จ่ายเหมือนอย่าง POPCORN แต่เป็น 29 บาทต่อสัปดาห์แถมเขายังเฉลี่ยมาให้อีกด้วยโดยราคาจะอยู่ที่ 4.14 บาทต่อวัน QUICKPASS ดูหนังใน Iflix ได้ถึง 1 สัปดาห์ในราคา 39 บาทแต่จ่ายผ่านบัตร เดบิตหรือเครดิต เท่านั้น LOYALTY PLAN เป็นการจ่ายเพื่อดูหนังแบบ VIP ได้ด้วยเพียงแค่ 100 บาทต่อเดือน FUN PASS ดู Iflix ได้ถึง 1 เดือนเต็มๆในราคา 100 บาทเช่นกัน ULTIMATE FAN สามารถดูได้ทุกเรื่องทุกแบบในราคา 1,000 บาทต่อปี

ข้อดี คือ ดูฟรีได้บางส่วน มีโปรโมชั่นดูแบบ VIP 30 วัน มีหนังแฮร์รี่ พอตเตอร์ ครบทุกภาคอีกด้วย รวมถึงหนังใหม่ๆที่น่าดึงดูดใจไม่พอยังมีหนังเก่าๆที่ชวนให้ระลึกถึงแถมไม่ต้องไปนั่งหารเงินกับใคร ดูได้ส่วนตัวสบายๆ
ข้อเสีย คือ พอได้ลองใช้แล้วมีความรู้สึกได้ว่าหาข้อเสียได้ยากจริงๆ ไม่รู้ทำไมถึงไม่บูมกับเขา อาจจะเป็นเพราะแอพนี้เป็นพื้นที่สำหรับดูหนังของทางค่ายอื่นโดยไม่มีหนังของตัวเองเลย รวมถึงการไม่โฆษณาป่าวประกาศอะไรมากมายเลยทำให้ไม่บูมในไทย

6. Netflix
แอพพลิเคชั่นสำหรับดูหนังที่ครบเครื่องและบูมมากในไทย กระแสตอบรับหนังของตัวเองก็ค่อนข้างดีอีกด้วย รวมถึงการใช้ง่ายและมีหนังใหม่เข้ามาอยู่เรื่อยๆ เลยทำให้กระแส Netflix ในเมืองไทยค่อนข้างดี โดยผู้ใช้งานครั้งแรกสามารถดูฟรีได้ 1 เดือน หลังจาก 1 เดือนผ่านไปถ้าอยากดูต้องเสียค่าบริการ คือ
- พื้นฐาน สามารถดูได้ 1 หน้าจอ ความคมชัดทั่วไป โหลดเก็บไว้ดูได้ ราคา 280 บาทต่อเดือน
- มาตรฐานHD ดูได้พร้อมกัน 2 จอ หรือเล่นพร้อมกันได้ 2 แอคเคาท์ รับชมได้แบบ HD โหลดเก็บไว้ได้ดูได้ ราคา 350 บาทต่อเดือน
- พรีเมี่ยมUltra HD สามารถดูได้พร้อมกันถึง 4 หน้าจอ ดูได้ทั้ง HD และ Ultra HD โหลดเก็บไว้ดูได้ ราคา 420 บาทต่อเดือน

ข้อดี คือ มีหนังใหม่ ซีรีส์ใหม่ มาให้ติดตามอยู่เสมอ รวมถึงสามารถโหลดเก็บไว้ดูได้ทุกแพคเก็จ สามารถดูได้ทั้งในมือถือ ทีวี แทบทุกแพลตฟอร์ม ซีรีส์ก็มาทั้งหมดรวดเดียวโดยที่ไม่มีกั๊กปล่อยทีละตอน 2 ตอน และที่สำคัญมีหนังของตัวเองที่ไม่สามารถหาดูที่ไหนได้นอกจาก Netflix
ข้อเสีย คือ ซีรีส์อาจจะต้องรอเป็นปี เช่น ซีรีส์เรื่องหนึ่งซีซั่น 5 เพิ่งมาฉาย แต่ Netflix เพิ่งเอา ซีซั่น 4 มาลง หรือหนังบางเรื่องก็หมดอายุไปไม่ถาวรหาดูไม่ได้ และราคาแพงกว่า Iflix ซึ่งพอดูแล้ว Iflix น่าจะคุ้มค่ากว่าในหลายๆด้าน
ทั้งหมดก็คือแอพพลิเคชั่นที่เราลิสมาให้ได้ดูกันถึงข้อดีและข้อเสียในการใช้งาน หวังว่าบทความนี้จะเป็นส่วนหนึ่งให้ท่านทั้งหลายได้ตัดสินใจเลือกใช้แอพพลิเคชั่นสำหรับดูหนังที่คุณชื่นชอบกัน






























