
เมื่อปลายปี 2018 มีข่าวเรื่องการปลดล็อกกัญชาจากสารเสพติดเพื่อให้กัญชาถูกนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และเรื่องราวดังกล่าวก็ถูกขยายไปในวงกว้าง จนกระทั่งมีพรรคการเมืองพรรคหนึ่งใช้เป็นนโยบายในการเปิดเสรีกัญชา ส่งเสริมให้เกิดการปลูกเพื่อส่งออก
จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เห็นด้วยก็บอกว่าในต่างประเทศมีการใช้กัญชากันอย่างกว้างขวางแล้ว ส่วนที่ไม่เห็นด้วยก็ยังมองว่ากัญชายังเป็นยาเสพติดและยังไม่เหมาะที่จะนำมาใช้ในวงกว้างสำหรับสังคมที่ยังไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อย่างสังคมไทย
เมื่อเป็นที่ถกเถียงกันแบบนี้ Tonkit360 เลยขอนำข้อมูลเกี่ยวกับการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และ การจำหน่ายกัญชาเพื่อนันทนาการในต่างประเทศมาให้ลองเปรียบเทียบกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในสังคมไทย
กัญชาเพื่อนันทนาการ
กัญชาเพื่อนันทนการนั้นถ้าแปลแบบเข้าใจกันง่ายๆคือ การใช้กัญชาเพื่อเสพส่วนบุคคล ซึ่งปัจจุบันมีเพียงสองประเทศเท่านั้นที่ไฟเขียวให้การเสพกัญชาเป็นเรื่องถูกกฎหมายคือ อุรุกวัย และ แคนาดา ขณะที่ในสหรัฐอเมริกาที่กฎหมายออกโดยรัฐแต่ละรัฐ และ รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นรัฐแรกในสหรัฐฯที่ให้กัญชาเพื่อนันทนการเป็นเรื่องถูกกฎหมาย
ส่วนในเนเธอแลนด์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนของสายเขียวในยุโรปนั้น กัญชา ยังถูกใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และยังเป็นเรื่องผิดกฎหมายมีโทษถึงจำคุกถ้ามีไว้เพื่อเสพ หรือ มีกัญชาเพื่อนันทนาการ แต่ในเนเธอแลนด์ โดยเฉพาะในอัมสเตอร์ดัม นั้นจะมีคอฟฟี่ช้อป เฉพาะสำหรับเสพกัญชาเพื่อนันทนาการ โดยมีคอฟฟี่ช้อปลักษณะนี้ในเนเธอร์แลนด์ถึง 591 แห่ง
ประเทศไทย
ในเมืองไทย กัญชาเพื่อนันทนาการเป็นเรื่องผิดกฎหมายและมีโทษถึงจำคุก และยังคงเป็นเรื่องยากที่จะควบคุมการใช้กัญชาเพื่อนันทนการ เหมือนในต่างประเทศเพราะลักษณะของสังคมที่แตกต่างกัน คุณภาพของประชากรที่ยังคงต้องให้ความรู้ความเข้าใจในการใช้กัญชาเพื่อนันทนาการ เพราะขนาดในเนเธอแลนด์ ที่ว่าเป็นดินแดนเสรีของสายเขียว การใช้กัญชายังถูกกำหนดให้อยู่เฉพาะในคอฟฟี่ช้อปที่ได้รับใบอนุญาต ส่วนที่แคลิฟอร์เนีย นั้นจะสามารถครอบครองกัญชาเพื่อนันทนการได้เพียง 28 กรัมเท่านั้น
กัญชาเพื่อการรักษาทางการแพทย์
ข้อมูลทางเภสัชวิทยา นั้นระบุว่าการสกัดองค์ประกอบของกัญชานั้นทำให้ได้สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ที่สามารถนำมาใช้ได้ทางการแพทย์ และการใช้ก็ต้องอยุ่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งที่ผ่านมามีการถกเถียงระะหว่างแพทย์ที่เห็นด้วย และ ไม่เห็นด้วยกับการใช้กัญชาในการรักษาโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่ฝั่งของแพทย์ที่เห็นด้วยนั้นได้อ้างผลการรักษาด้วยกัญชาต่อผู้ป่วยโรคมะเร็ง และมีอาการดีขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้
ขณะที่ฝั่งของแพทย์ที่ไม่เห็นด้วยนั้นมองว่า ผลวิจัยที่ใช้กัญชาในการรักษาโรคนั้นยังมีน้อยอยู่ขณะเดียวกันถ้าปล่อยให้มีการใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคก็จะทำให้เกิดความเชื่อผิดๆในหมู่ผู้ป่วยที่คิดว่ากัญชาเป็นยาวิเศษ และ พากันใช้โดยไม่คำนึงถึงผลข้างเคียง
สถานะของกัญชาในปัจจุบันของไทย
ในต่างประเทศนั้นการใช้กัญชาในทางการแพทย์ มีการศึกษาวิจัย และ ใช้รักษาจริงมาแล้ว กว่า 20 ปีแต่ก็จะมีการกระจุกตัวอยู่ในยุโรป และ ในบางรัฐของสหรัฐอเมริกา ที่เหลือนั้นยังคงมีข้อถกเถียงเช่นเดียวกัน แต่ก็ยังคงมีงานวิจัย ออกมาเรื่อยในทางที่ดีเกี่ยวกับนำเอากัญชามาใช้เพื่อ การรักษาโรค ซึ่งสถานการณ์ในเมืองไทยเวลานี้ กัญชา ได้รับการอนุมัติจาก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ให้ใช้ทางการแพทย์ได้ และเตรียมออกกฎหมายมารับรอง จากนี้คงได้เห็นการใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคกันแพร่หลายมากยิ่งขึ้น
ส่วนกัญชาเพื่อนันทนาการในไทยนั้น ยังคงเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ขณะที่หลายคนพยายามยกตัวอย่างในต่างประเทศที่ปัจจุบันมีเครื่องดื่มผสมโซดาหลายตัวที่ใช้สารสะกัดจากกัญชาผสมในเครื่องดื่ม แต่เครื่องดื่มเหล่านี้จะอนุญาตให้จำหน่ายตามอายุ ที่ถูกกำหนดในแต่ละพื้นที่ เหนืออื่นใดถ้าคุณเอานอกประเทศ กลับเข้ามาในเมืองไทย คุณจะถูกจับเพราะครอบครองสารเสพติดทันที






























