
ภาพผู้รักษาประตูวัย 24 ปี ยืนโวยวายไม่ยอมออกจากสนามทั้งที่ป้ายเปลี่ยนตัวขึ้นหมายเลข 1 ชัดเจน กลายเป็นประเด็นที่ฮอตที่สุดในวงการฟุตบอลยุโรปในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งที่มีเกมแดงเดือดลงสนามด้วยในวันเดียวกัน
นับเป็นเหตุการณ์ที่เราแทบจะไม่ค่อยได้เห็นในวงการฟุตบอล กับวีรกรรมของผู้รักษาประตูค่าตัวแพงที่สุดในโลก (แต่ฝีมือยังไม่ถึงเบอร์หนึ่งโลก) ที่ดูแล้วเหมือนเด็กงอแง เอาแต่ใจตัวเอง เห็นแล้วบอกตามตรงว่าแอบสงสารคุณลุงเมาริซิโอ ซาร์รี่อยู่ไม่น้อย
แม้หลังเกม ซาร์รี่จะออกมาให้ข่าวว่าทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด และไม่ใช่ความผิดของเกป้าแต่อย่างใด แต่ใครที่ดูฟุตบอลก็รู้ๆกันอยู่แล้วว่า การเปลี่ยนตัวผู้รักษาประตูลงไปในช่วงเวลาแบบนั้น มันคือการเปลี่ยนตามแท็กติก เพื่อรับมือการยิงจุดโทษแน่นอน
อย่าลืมนะครับว่า วิลลี่ กาบาเยโร่ เคยอยู่กับแมนฯซิตี้ในช่วงปี 2014 ถึง 2017 แม้จะเป็นตัวสำรอง แต่ในสนามฝึกซ้อม ก็ต้องมีการซ้อมเรื่องการยิงลูกจุดโทษแน่นอน และเขาก็น่าจะรู้ทางอดีตเพื่อนรวมทีมไม่มากก็น้อย
นอกจากนี้หากย้อนดูประวัติของนายทวารอาร์เจนไตน์ ปรากฎว่า นับจากที่เขาย้ายจาก โบคา จูเนียร์ มาค้าแข้งในยุโรปตั้งแต่ปี 2004 มีสถิติการเซฟจุดโทษนับเฉพาะในเกม 90 นาที มาแล้วทั้งหมด 11 ครั้งจากการเผชิญหน้ากับคู่แข่ง 38 ครั้ง
ที่สำคัญบรรดาแข้งที่เคยพลาด ถูกวิลลี่เซฟลูกยิงจุดโทษ มีนักเตะระดับบิ๊กเนมทั้งนั้น อาทิ คริสเตียโน โรนัลโด้ ในลา ลีกา ปี 2013 ,เนย์มาร์ ในเกมแชมเปียนส์ ลีก ปี 2016 รวมถึงเอเดน อาซาร์ และริยาด มาห์เรซ ในเกมพรีเมียร์ลีกปี 2017
ทั้งหมดมันคือเหตุผลที่ทำไมซาร์รี่ ถึงต้องการจะเปลี่ยนเกป้าออกในเกมวันนั้น มองในแง่ดี เกป้า มีความมุ่งมั่นที่จะช่วยทีมในการลุ้นถึงช่วงยิงจุดโทษ แต่หากมองในแง่การเป็นเจ้านายกับลูกน้อง นี่คือการขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาที่รุนแรงมากๆ
มาถึงบรรทัดนี้ ทุกท่านคงจะทราบกันแล้วว่า เกป้า ยังได้โอกาสลงสนามในเกม พรีเมียร์ลีก ที่เชลซี พบกับสเปอร์ส เมื่อคืนที่ผ่านมาหรือไม่ แต่ส่วนตัวแล้ว ผมชอบความเห็นของคริส ซัตตัน เสียเหลือเกินครับ
โดยอดีตกองหน้าเชลซีมองว่า ไม่ว่าผลงานซาร์รี่จะแย่อย่างไร แต่จากเหตุการณ์นี้ คนที่ต้องออกจากสโมสรควรจะเป็นเกป้า ไม่ใช่ซาร์รี่!
































