
ในสถานการณ์ที่ทั่วโลกกำลังหวั่นวิตกกับการระบาดของเชื้อ COVID-19 หรือโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อยู่ในขณะนี้ ทำให้หลายคนเริ่มใส่ใจกับการประกันสุขภาพกันมากขึ้น ขณะที่บริษัทประกันภัยหลายแห่งก็เริ่มออกแบบประกัน COVID-19 มาโดยเฉพาะให้เพื่อให้ครอบคลุมโรคดังกล่าวด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม การทำประกันสุขภาพไม่ได้มีความสำคัญแค่ความคุ้มครองเวลาที่เกิดโรคร้ายแรงเกิดขึ้นกับตัวเราเท่านั้น เพราะยังช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ทำประกันได้ด้วยในเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเวลาที่เกิดเจ็บป่วยโดยไม่คาดคิด
เพราะร่างกายของเราไม่ได้แข็งแรงตลอดไป และหลายโรคไม่ได้มีอาการแสดงออกทันที กว่าจะรู้ตัวก็เป็นหนักเสียแล้ว และหากเป็นโรคร้ายแรงก็จำเป็นต้องใช้เงินรักษาในมูลค่าที่สูงมาก การทำประกันสุขภาพเอาไว้จึงช่วยสร้างความอุ่นใจให้กับเราได้
วันนี้ Tonkit360 ได้รวบรวมวิธีเลือกซื้อประกันสุขภาพ พร้อมทั้งแนวทางต่างๆที่น่าสนใจ รวมทั้งรายละเอียดความคุ้มครองของประกันสุขภาพเบื้องต้นมาแนะนำกันว่าควรเลือกประกันแบบไหนเพื่อให้เหมาะกับตัวคุณเอง
ประกันสุขภาพ คุ้มครองอะไรบ้าง?
หากอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ การซื้อประกันสุขภาพคือการตกลงกับบริษัทประกันภัยกรณีชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น จากการรักษาพยาบาลต่าง ๆ ไม่ว่าการรักษานั้นจะเกิดจากการเจ็บไข้ได้ป่วยหรืออุบัติเหตุ ซึ่งประกันสุขภาพจะคุ้มครองการจ่ายเงินชดเชยในเรื่องดังต่อไปนี้
- ค่าห้องและอาหาร
- ค่าบริการทั่วไป
- ค่าใช้จ่ายกรณีที่รักษาฉุกเฉิน หลังจากเกิดอุบัติเหตุ
โดยการคุ้มครองยังมีเงื่อนไขอื่นๆ อีกมากมาย ขึ้นอยู่กับบริษัทประกันภัยนั้นๆ โดยสามารถอ่านรายละเอียดการคุ้มครองเบื้องต้น ได้ที่ ประกันสุขภาพจาก คปภ.
สำรวจค่ารักษา ค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลที่จะใช้บริการ
อันดับแรกต้องดูกันก่อนว่า ค่ารักษาพยาบาล ค่าบริการต่างๆของโรงพยาบาลที่จะใช้บริการนั้นมีอัตราค่าบริการเท่าไร เพื่อที่เราจะได้เลือกซื้อแพคเกจของประกันสุขภาพให้เหมาะสม ไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป ซึ่งค่าใช้จ่าย รวมทั้งค่ารักษาพยาบาลหลักที่ควรพิจารณาคือ ค่าห้อง ค่ายา ค่ารักษา ค่าผ่าตัดพิเศษในกรณีที่เป็นโรคร้ายแรงด้วย
สำหรับข้อมูลอัตราค่าบริการเหล่านี้สามารถโทรศัพท์สอบถามที่โรงพยาบาล หรือติดตามจากเว็บไซต์ของโรงพยาลนั้นๆ หรือดูข้อมูลคร่าว ๆ จาก thaijobsgov.com ที่รวบรวมอัตราค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนไว้หลายแห่งเพื่อช่วยในการเปรียบเทียบก็ได้เช่นกัน
เลือกซื้อประกันสุขภาพในแบบวงเงินเหมาจ่าย
การทำประกันสุขภาพในแบบลักษณะวงเงินเหมาจ่ายนี้ เป็นสิ่งที่ควรจะทำอย่างยิ่ง เพราะเป็นประกันสุขภาพที่ให้สิทธิ์ครอบคลุมค่ารักษากรณีที่เจ็บป่วยร้ายแรง หรือต้องเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งได้ประโยชน์กว่าประกันสุขภาพที่แยกประเภทค่าใช้จ่ายในการรักษา เพราะการประกันสุขภาพแบบแยกประเภทนั้นจะให้วงเงินค่ารักษาที่น้อยกว่าแบบเหมาจ่าย ทั้งในกรณีผ่าตัด หรือรักษาโรคร้ายแรงนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น
- ประกันสุขภาพแยกประเภท ให้วงเงินกรณีผ่าตัด อยู่ที่ 100,000 บาทถ้วน
- ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย ให้วงเงินกรณีผ่าตัดอยู่ที่ 1,000,000 บาทถ้วน
แต่ถึงกระนั้น ประกันสุขภาพแบบแยกประเภทก็ยังมีข้อได้เปรียบที่ดีกว่าประกันเหมาจ่าย นั่นคือ สามารถชดเชยค่าใช้จ่ายบางประเภทได้เรื่อย ๆ ตามระยะเวลาที่กำหนดต่อการเจ็บป่วยในแต่ละครั้ง จึงอาจต้องพิจารณาเป็นกรณีไป แต่โดยรวมงแล้ว แบบเหมาจ่ายจะเหมาะสมกับกรณีทั่ว ๆ ไปมากกว่า
เลือกซื้อประกันสุขภาพให้ครอบคลุมทุกความเสี่ยง
สำหรับประกันที่ครอบคลุมทุกความเสี่ยงนั้นจะคุ้มครองในกรณีที่เราอยู่ในภาวะเป็นผู้ทุพพลภาพที่ไม่สามารถทำงาน หรือใช้ชีวิตได้ปกติ ไม่ว่าจะเกิดจากโรคร้ายแรง อาทิ มะเร็ง, หลอดเลือดอุดตัน, หลอดเลือดในสมองแตก หรือแม้กระทั่งจากอุบัติเหตุ แขน-ขาขาด พิการ ซึ่งประกันสุขภาพเพียงอย่างเดียวอาจชดเชยเงินให้เราได้ไม่หมด
ดังนั้น หากไม่สามารถทำงาน ขาดรายได้ การมีเงินชดเชยก้อนโตเพื่อนำมาเลี้ยงชีพตลอดระยะเวลาที่เหลืออยู่หลังจากนั้นก็เป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น เพื่อเป็นแนวทางในการพิจารณาเลือกซื้อประกันที่ครอบคลุมทุกความเสี่ยง ทั้งกรณีโรคร้ายแรง และอุบัติเหตุ
เปรียบเทียบเบี้ยประกันแต่ละบริษัท
การเปรียบเทียบเบี้ยประกันเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญในการเลือกซื้อประกันสุขภาพ โดยต้องพิจารณาว่าเงื่อนไขของแต่ละแพคเกจนั้นให้ความคุ้มครองแค่ไหน เสียเบี้ยประกันเท่าไร ซึ่งบริษัทประกันภัยชั้นนำมักมีเงื่อนไขที่ค่อนข้างครอบคลุมการคุ้มครอง ชัดเจน และเป็นธรรม
หากเลือกบริษัทที่เบี้ยประกันถูกกว่า หรือไม่ห่างกันมากนัก แต่มีวงเงินคุ้มครองที่สูงกว่าก็ถือว่าเป็นประโยชน์กับตัวผู้ทำประกัน แต่ถ้าอยากทำประกันให้ครอบคลุมทุกอย่าง ก็อาจต้องระวังเรื่องเบี้ยประกันต่อปีที่ค่อนข้างสูง เพราะอาจกระทบต่อรายจ่ายที่จะตามมาด้วย
อย่างไรก็ตาม การทำประกันสุขภาพมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสุขภาพเป็นตัวขับเคลื่อนให้ชีวิตแข็งแรง ให้พร้อมต่อสู้กับการใช้ชีวิตต่อไป
หากเจ็บป่วยขึ้นมาอย่างน้อยก็ยังอุ่นใจได้ว่ามีค่าใช้จ่ายรองรับในส่วนนี้ได้ และหากเลือกได้ก็ควรซื้อประกันสุขภาพแบบครอบคลุมทุกความเสี่ยง ที่ได้เงื่อนไขความคุ้มครองเรื่อง ประกันอุบัติเหตุ ตามมาด้วย






























